กล้ามเป็นมัด หุ่นsix pack เปิดตัวนักวิ่ง ชมรมกรีฑา น้อง กั๊ก

6817

กล้ามเป็นมัด หุ่นsix pack เปิดตัวนักวิ่ง ชมรมกรีฑา น้อง กั๊ก (ณัฐพล เทียนแก้ว) นรต 73
สูง 178 เซนติเมตร

“ความสุขที่ได้ทำเพื่อคนอื่น เข้าใจและยอมรับ อาชีพที่ทำเพื่อประชาชน และต้องทำให้ประชาชนยอมรับให้ได้”

1. ความฝันวัยเยาว์ 
ตอนเด็กอยากเป็น นักวิทยาศาสตร์ เพราะ ชอบ อะไรใหม่ๆ ทันสมัย มีเหตุมีผล แต่พออยู่มัธยม ชอบอ่านหนังสือ ชีวประวัติ บุคคลสำคัญของโลก อยากจะโด่งดังแบบเค้าบ้าง อย่าให้มีคนพูดถึงไปนานๆ ถึงขั้นอยากเป็นเป็นบุคคลสำคัญ ของโลกเลยทีเดียว 555
แต่การที่ได้ศึกษาประวัติพวกเขา ทำให้ได้เห็นว่า คนเหล่านั้นชีวิตพวกเค้ามีคุณค่ามีคนเคารพนับถือมากมาย เค้าทำในสิ่งที่คนปกติคิดว่าทำไม่ได้ และ ที่สำคัญพวกเขาเหล่านั้นล้วนแต่ทำเพื่อสังคม ผมเลยเลยคิดว่าอยากเป็นอาชีพที่ได้ช่วยเหลือ คนมากๆ เลยอยากเป็น ทหาร เพราะดูมีความซื่อสัตย์ และ มีโอกาสทำเพื่อประเทศชาติ แต่ สุดท้าย ก็ เห็นว่าอาชีพตำรวจก็เป็นอีกอาชีพที่มีโอกาสช่วยเหลือประชาชน และ ผมคิดว่าผมอยากจะเปลี่ยนภาพพจน์ของตำรวจให้ดีขึ้นด้วย

2 ทำไมเลือกเหล่าตำรวจ
ตอนแรก เรียกได้ว่า ไม่คิดจะเป็นตำรวจเลยทีเดียว แต่พอผมได้ดูหนัง อ่านหนังสือ ได้เห็นตำรวจ ที่ควรจะเป็นแม้ว่าในตอนนั้น สังคมไทย ยังคงมองตำรวจในแง่ลบ แต่พอได้ศึกษา” ได้รู้ว่า ตำรวจดีๆก็มีเยอะมาก และ ในอาชีพอื่นเองก็มีคนไม่ดี ได้เห็นว่าอาชีพนี้มันมีเกียรติแค่ไหน ได้ช่วยเหลือผู้คนมากมาย”
“ผม เป็นคนที่ชอบ แคร์ คนรอบข้าง อยากให้คนรอบข้างมีความสุข สบายใจ รู้สึกปลอดภัย “

สำหรับผมเมื่อผมอยู่ใกล้ตำรวจ ผมก็จะมีความรู้สึกแบบนั้น ผมอยากช่วยเหลือคนอื่น เมื่อเราได้ช่วยคนอื่น เมื่อเค้าขอบคุณเรา รู้สึกมีความสุข และอาชีพตำรวจเองหน้าที่หลักคือ ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหลักอยู่แล้ว ทำให้ผมมีโอกาสได้ช่วยเหลือคนมากขึ้น ทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น และ สำคัญ คือทำให้ชีวิตผมดูมีคุณค่าขึ้นครับ

“ผมคิดว่าผมอยากจะเปลี่ยนภาพพจน์ของตำรวจอยากให้ตำรวจไทยพัฒนาและเป็นที่ยอมรับของชาวโลกเลยครับ”

3.ชีวิตจริงสิ่งที่เราทำในอาชีพมีผลกระทบต่อประชาชน โรงเรียนเลยสอนให้เราทุกคน”ฝึกอย่างหนักและมีความรับผิดชอบ”

เมื่อได้เข้ามาเรียนหลายๆสิ่งก็ ตรงกับที่คิด แต่หลายสิ่งก็ไม่ตรงกับที่คิด บางสิ่งบางอย่างก็เป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง มีหลายสิ่งทำให้ ไขว้เขว แต่ผมมองว่ามันเป็นธรรมชาติของ โลกที่ มีดี ก็ต้องมีไม่ดี ในสังคมจริงๆ ก็ คงเหมือนกัน สิ่งที่ผมประทับใจในการเรียนที่นี้คือ มักจะมีสถานการณ์ ที่ทำให้เราต้องตัดสินบ่อยๆ บางครั้งอาจส่งผลโดยตรงกับเรา บางเรื่อง ต้องหาวิธีการแก้ไขทำให้ได้รู้ว่าบางครั้งเราอาจจะต้องใช้วิธีการ ที่ ถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่ให้ผลมันออกมาดี แต่ต้องคำนึงว่าจะไม่สงผลเสียแก่ใคร ” เพราะที่นี้เหมือนจำลองการอยู่ในสังคมขนาดเล็กในทุกๆการกระทำย่อมมีผลกับคนรอบข้าง ” หรือ ก็คือ เพื่อนในรุ่น แต่แม้เราจะตัดสินใจผิดพลาด ทำในสิ่งที่ผิด มันก็จะมีโอกาสให้เราเสมอ อาจมีโทษตามระเบียบ แต่ หากเป็นชีวิตจริง การทำงานของเราย่อมมีผลกระทบกับประชน หากเราผิดพลาดบางเรื่องอาจกำหนดชีวิตเราได้ ซึ่งอาชีพ ตำรวจนั้น ต้องใช้การตัดสินใจในหลายๆเรื่อง จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราจะต้องฝึกเจอ สถานการณ์ แบบนี้ ตั้งแต่ใน โรงเรียน และ เป็นการฝึก ภาค ปฎิบัติ ที่ไม่ใช่แค่ ทฤษฎี ตามห้องเรียน

4.”เสียสละอย่างแท้จริง มีความยุติธรรม ไม่ใช่อำนาจในทางที่ผิด คือสิ่งที่ผมยึดมั่น”

สิ่งสำคัญกว่า เงิน ก็คือ ความสุขที่ได้ทำเพื่อคนอื่น อยากให้คนที่คิดอยากจะเป็น ตำรวจ ยอมรับในเรื่องพวกนี้ให้ได้ ถ้า ยอมรับไม่ได้ก็ไม่สมควรมาเป็น เพราะ ตำรวจ ไม่ได้บังคับให้ใครมาเป็น ในปัจจุบันมีตำรวจไม่น้อย ยอมรับไม่ได้ อยากรวย อยากมีอำนาจ โดยใช้อาชีพตำรวจเป็นตำช่วยในทางไม่ดี จึง ทำให้ ภาพอาชีพตำรวจตกต่ำลง

 

5. “ ทำตามหน้าที่ เรียก มีความรับผิดชอบ ส่วน ทำเกินหน้าที่ เรียก มีน้ำใจ “

งานตำรวจเป็นอาชีพที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือสังคม มากมาย ไม่ว่าเรื่องเล็ก เช่น คนหลงทาง หาก มีตำรวจอยู่ใกล้ มั่นใจได้ว่า เขาจะเข้าไปขอความช่วยเหลือ เเน่นอน หรือ จะเป็นเรื่องใหญ่ เช่น อาชญากรรมต่างๆ เเละ ยังมีงาน มวลชนสัมพันธ์ ที่ ตำรวจต้องทำกิจกรรม ร่วมกับประชาชน ให้ ข้อแนะนำ ช่วยเหลือ ประชาชน ใน ระดับชุมชน เป็นต้น เพราะเราจะต้องทำทั้ง บำบัดทุกข์ และ บำรุงสุข ด้วย ถ้าหาก ในสังคมไร้ความทุกข์ ตำรวจเราก็ยังจะต้องทำให้สังคมนั้นมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ

6. “เวลาเห็นสังคมว่าตำรวจ ผมก็รู้สึกเสียใจ “

คิดว่าตำรวจเราทำงานกับประชาชน ฉะนั้น ผลตอบรับของประชาชน ก็เหมือน กระจกส่องกลับมาที่เรา ว่า องค์กร เราเป็นยังไง มาถูกทางรึเปล่า ควรแก้ไข ตรงไหน อย่างไร ไม่ใช่ ไม่ยอมรับ จริงอยู่ว่า ประชาชนร้อยพ่อพันแม่ ตำรวจ ก็มีทั้งดีไม่ดี แต่ เราจะทำอย่างไรให้ประชาชน ร้อยพ่อพันแม่ที่เราต้องรับใช้พวกเขาให้คนเหล่านั้น เปลี่ยนมุมมองกับตำรวจ “เรา ยืดอก รับคำด่าเหล่านั้นแก้ไขมัน แล้ว แสดงให้เค้าเห็นว่าเค้าคิดผิดเกี่ยวกับเรา”

7. ตำรวจยุคใหม่ คิดว่าควรมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร
ผมว่าตำรวจยุคใหม่ควรมีความรู้ความสามารถในทุกๆด้าน เพราะปัจจุบัน สังคมมันเปลี่ยนไปไวมาก ตำรวจเรานั้นต้องทำงานกับประชาชน เเละ สังคม อยู่แล้วยิ่งต้องพัฒนาตาม เราต้องรับมือ ให้ได้ อีกประเด็น ระบบ โซเชียลมีเดีย
ผมก็มองว่า มันคือ สังคม อีก สังคมนึง ที่เพิ่งเกิดขึ้น(ได้รับความนิยม)ในสังคม และ พลิกโฉมสังคมเรา เราในฐานะ ตำรวจยุคใหม่ควร เรียนรู้ ข้อดี ข้อเสีย หาวิธีการใช้มัน ควบคุม ให้สังคมนั้น ปลอดภัย มองอีกแง่ หากเรารู้จักใช้มัน อาจจะทำให้เราสามารถช่วยเหลือคนได้อีกมากมาย เพราะ มันเป็นการที่คนจากทั่วโลก สามารถ พูดคุยทำความรู้จักกัน ไม่ต่างกับสังคมปกติ จึงอาจจะทำให้เกิน อาชญากรรมต่างๆ ตามมาแน่นอน

 

8 เป็นนักกีฬาวิ่ง ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ผมเป็นคนชอบกีฬาประเภท ” วิ่งสปริ้นเตอร์ ” เพราะไม่ชอบวิ่งไกล ที่ชอบเพราะ การวิ่ง ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี เเละ มีรูปร่างที่ดีด้วย 555 เป็นกีฬาที่ท้าทาย ฝึกให้เราตั้งเป้าหมาย แล้ว หาวิธีการทำให้สำเร็จ เช่น ตั้งเป้าว่าจะวิ่ง กี่วินาที แล้วหาวิธีวิ่งให้ได้ และ การวิ่ง ยังท้าทายที่ว่า เป็นกีฬาที่ไม่มี อุปกรณ์ใดๆ ใช้แค่ใจและกล้ามเนื้อทุกมันของเรา

สำหรับ “ชมรมกรีฑา รร นรต เป็นชมรมที่สนุกมาก และ ซ้อมเหนื่อยมากๆเช่นกัน ”
พี่ๆดูแลน้องเป็นอย่างดี พวกเราจะซ้อมร่วมกันทั้ง 4 ชั้นปี พี่ๆเองก็เหนื่อยด้วยกันทุกคน ไม่มีใครเอาเปรียบซึ่งกันและกัน เพราะการวิ่งมันต้องใช้ร่างกายตัวเอง และ การเป็นนักกีฬาสิ่งที่จะต้องมีมากกว่าคนอื่นนั้นก็คือ วินัย ไม่ว่าจะเป็น วินัย ในการซ้อม การนอน การกิน ที่จะต้องพิเศษมากกว่าคนอื่น ถึงแม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่ผมก็มีความสุขทุกครั้งที่มาซ้อมเพราะได้พูดคุย กับ พี่ๆน้องๆ อย่างจริงใจ ได้เจอกันทุกวัน คนเหล่านี้เป็นคนที่เหนื่อยด้วยกัน ในชมรมจึงรักกันมาก และ คุยกันได้ทุกเรื่อง สำหรับปีนี้ชมรมกรีฑา รร นรต จะคว้าแชมป์ มาให้ได้เพื่อชื่อเสียง ของ รร นรต และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครับ และคำสอนในชมรมที่ผมประทับใจ ก็คือ “ กองร้อยสร้างความผูกพันภายในรุ่น แต่ ชมรมสร้างความผูกพันระหว่างรุ่น ”

ปิดท้าย กับตำรวจหนุ่มอนาคตไกล ผมคิดว่าเป็นตำรวจต้อง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”
การบำบัดทุกข์ คือ การที่เราได้ช่วยเหลือให้ความทุกข์ ความไม่สบายใจ ของคนอื่นนั้นหายไป และ การบำรุงสุข ก็ คือการเพิ่มความสุขที่มีอยู่แล้วให้เพิ่มขึ้นไปอีก …