กองปราบ รวบ 2 ผัวเมียต้มตุ่น หลอกกินเงินค่านายหน้าบอกจะพาไปดูไบ

363

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษฺ ผบช.ก.พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนรรฆ ประสงค์สุข รองผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป.ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายวสุ ธนณัฐบุตรดี อายุ 58 ปี และน.ส.ธนทร มานะพาณิชย์ อายุ 51 ปี

สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 154 ม.9 ต.เจาทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดชัยภูมิ ที่ 356/2552 และ 350/2552 ตามลำดับ ลงวันที่ 28 ธ.ค.52 ในข้อหา “ร่วมกันจัดหางานให้คนงานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตและหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถจัดหางานที่ต่างประเทศได้” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สืบเนื่องจาก นายวสุ และ น.ส.ธนทร ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ซึ่งเป็นสามีภรรยากันนั้น ได้เปิดบริษัท หจก.สถาพรโชคชัย อยู่ที่อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง อยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากนั้นจะหลอกลวงประชาชนว่าต้องการแรงงานไปทำงานที่เมืองดูไบ และประเทศอื่นๆ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆเป็นเงินตั้งแต่ 2 หมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนบาทแล้วแต่ความยากง่ายของสถานที่ๆและประเทศที่จะส่งไปทำงาน ทำให้มีผู้สนใจติดต่อเข้ามาและหลงเชื่อยอมโอนเงินให้กับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้เพื่อที่จะได้ไปทำงานยังต่างประเทศตามที่หวังไว้

อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับเงินจากเหยื่อแล้วผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้จะบ่ายเบี่ยงว่าการดำเนินการติดปัญหาบางอย่างไม่สามารถพาไปทำงานที่ต่างประเทศตามที่ตกลงไว้ ก่อนจะขาดการติดต่อไปในที่สุด พบว่ามีเหยื่อหลงเชื่อถูกหลอกเป็นถึง 35 ราย บางรายต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือนำโฉนดที่ดิน สิ่งของมีค่าไปขายเพื่อนำเงินมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้กับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท อย่างไรก็ตามภายหลังจากเจ้าหน้าที่พบเบาะแสของผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ พบว่าหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพ เป็นนายหน้าจัดส่งแรงงานคนไทยไปทำงานที่ต่างประเทศจริง แต่ในช่วงหลังเกิดมีปัญหาติดขัดบางอย่างในการดำเนินการจึงทำให้ไม่สามารถพาผู้เสียหายไปทำงานยังต่างประเทศได้ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้คิดที่จะโกงเงินของผู้เสียหายเพียงแต่ว่าไม่มีเงินมาคืนให้เท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้พบว่า นายวสุ มีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวติดตัวอยู่ถึง 18 คดี ส่วน น.ส.ธนทร นั้นมีหมายจับติดตัวทั้งสิ้น 6 คดี โดยคดีส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย จ.ชัยภูมิ รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป