เปิดประวัติ หัวหน้านักเรียนนายร้อยตำรวจคนใหม่ รุ่น71″น้องวุฒิ” นรต.นันทวุฒิ ใบงาม ส่วนสูง 172 ซม.

“การมีศรัทธาเรื่องการทำความดี เป็นสิ่งสำคัญสำหรับอาชีพตำรวจ ที่จะทำให้สามารถครองตนในการปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์ได้”

1.ความฝันวัยเยาว ก่อนเข้า รร.
ตอนที่เราเด็กๆ ด้วยสภาพแวดล้อมหรือการอบรมเลี้ยงดูของคุณพ่อและคุณแม่ คงทำให้เด็กมีความฝันที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับตัวกระผมเอง ไม่รู้ว่าอยากเป็นตำรวจเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะชอบดูภาพยนตร์หรือละครเกี่ยวกับตำรวจตั้งแต่เด็กๆ และเท่าที่จำได้เวลาใครถามหรือให้เขียนในใบประวัติสมัยประถม ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร คำตอบเดียวของผมก็คือ “ตำรวจ”

2.ทำไมถึงอยากเป็น ตำรวจ
สำหรับอาชีพตำรวจ ในมุมมองของกระผม คือ “ที่พึ่งของประชาชน เป็นอาชีพที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นให้คลายจากเรื่องทุกข์ร้อน ได้แก้ไขปัญหาให้กับผู้อื่นและ เป็นส่วนหนึ่งที่คอยดูแลสังคมและประเทศชาติให้สงบสุข ” แม้ว่าปัจจุบันจะมีกระแสสะท้อนมากมายจากสังคมเกี่ยวกับอาชีพตำรวจ แต่กระผมก็ยังเชื่อว่า ตำรวจยังอยู่ในใจของประชาชนเสมอ เพราะเมื่อเวลาเกิดเหตุการณ์หรือเรื่องเดือดร้อนใดๆ ขึ้นมา ลำดับแรกๆ ที่ประชาชนนึกถึง ก็คือตำรวจ ทั้งๆยังไม่รู้ว่าเมื่อไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความแล้วปัญหาจะเบาลงมากน้อยเพียงใด แต่สิ่งๆหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนนั่นก็คือความสบายใจ ซึ่งเกิดจากความรู้สึกที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเป็นที่พึ่งและให้ความช่วยเหลือ

3.พอเข้ามาเรียนแล้ว ตรงกับที่คิดไหม
การที่ได้เข้ามาสัมผัสกับความฝันที่เคยฝันไว้ ซึ่งมันก็คือความจริงในวันนี้ กับคำว่า “นักเรียนนายร้อยตำรวจ” มีบางสิ่งบางอย่างที่กระผมคิดว่า มันอาจจะไม่ตรง กับความฝันในวัยเด็กสักเท่าไร อาจจะมีความรู้สึกกดดันที่บางครั้งตำรวจก็มีกระแสทางด้านลบสะท้อนจากสังคม ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากมีตำรวจบางคนประพฤติตนไม่เหมาะสม แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรตำรวจโดยรวม แต่ถ้าถามว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ จะเปลี่ยนความตั้งใจทีจะเป็นตำรวจหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่ครับ” เพราะผมยังเชื่อมั่นในอาชีพนี้ และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ ผมได้รับการปลูกฝังผ่านกระบวนการฝึกและศึกษาจาก โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งเป็นสิ่งดีๆ ที่ทำให้กระผมมีความพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนและความสงบเรียบร้อยของสังคม ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไปครับ

4.“ความคิดมีตัวตน เราจะเป็นได้เท่าแค่คนที่เราคิด”
ผมเชื่อว่า ทุกการกระทำจะมีความสำพันธ์กันหมด ความคิดกำหนดกรอบของการกระทำ การกระทำกำหนดผลลัพธ์ในชีวิต ฉะนั้น ผลลัพธ์ทุกอย่างในชีวิตมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความคิด “ผมเชื่อว่าอาชีพตำรวจนั้นกระบวนก่อนที่จะเข้ามาเป็นได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ” และเมื่อเราเข้ามาเป็นตำรวจได้แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน เพราะสิ่งที่เราต้องพบเจออยู่ทุกวันนั้น คือสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเราต้องคอยแก้ไขให้มันถูกและนำผู้กระทำผิดมารับบทลงโทษจามกฎหมาย แต่ “หากเราไม่มีจุดยืนที่เข้มแข็งและไม่มีความคิด ศรัทธา ในความดีของตัวเราแล้ว ก็ง่ายต่อการที่จะหลงไปคลุกคลีกับสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้น ”
ดังนั้น ความคิด และการมีศรัทธาในตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญสำหรับอาชีพตำรวจ ที่จะทำให้สามารถครองตนในการปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์ได้

5.คำสอนตำรวจ ที่เราชอบ
“ มือของผู้ให้สูงกว่ามือของผู้รับเสมอ”คำสอนจากท่าน พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. เป็นประโยคสั้นๆ ที่ทำให้รู้สึกว่า การให้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับอาชีพตำรวจแล้ว เป็นอาชีพที่เรื่องของความเสียสละและการรู้จักให้ ทั้งให้การบริการ ให้การดูแลประชาชนอย่างสุดความสามารถ เป็นสิ่งที่จะขาดหายไปไม่ได้ ซึ่งการให้โดยที่ไม่หวังที่จะได้รับสิ่งใดตอบแทน บำบัดทุกข์ มอบความสุขให้แก่ประชาชน จะทำให้เกิดสุขทั้งตัวผู้ให้เอง เพราะหลักธรรมชาติที่เป็นจริงเสมอ คือก่อนที่เราจะมอบสิ่งใดให้กับผู้อื่น เราต้องมีสิ่งนั้นก่อน ฉะนั้น หากมอบความสุขให้กับผู้อื่นได้ นั่นหมายถึงว่า เรามีความสุขดีแล้ว กระผมคิดว่าประโยคนี้ จะทำให้เราภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้ สำหรับอาชีพตำรวจ

6.ตำรวจในอุดมคติ ต้องเป็นแบบไหน
ตำรวจในอุดมคติสำหรับกระผมนั้น คือผู้ที่สามารถปฏิบัติ ตามอุดมคติตำรวจ ๙ ประการได้ คือ
เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปราณีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก
ไม่มักมากในลาภผล มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ดำรงตนในยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต ซึ่งแต่ละข้อมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่า และ ไม่ใช่ว่าจะเลือกปฏิบัติเพียงข้อใดข้อหนี่ง แต่พึงปฏิบัติให้ครบทั้ง ๙ ประการ

 

7 “เวลาเราเห็นคนว่าอาชีพ ตำรวจ เรารู้สึกอย่างไร และอธิบายให้สังคมเข้าใจหน่อย ในประเด็นนี้
ถ้าพูดความรุ้สึกแรก เมื่อได้เห็นประโยคนี้ “คงเป็นความรู้สึก น้อยใจ ” ครับเพราะ ตัวกระผมเอง และพี่ๆ น้องๆ “ทุกคนได้รับการปลูกฝัง สั่งสอน จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้า ที่ ที่จะนำตัวผู้กระทำผิดหรือโจร มารับโทษตามกฎหมาย ” แต่ทั้งๆ ที่ยังไม่มีโอกาสได้แสดงออกในส่วนนั้น เพราะยังศึกษาอยู่ในโรงเรียน ก็มีบุคคลบางกลุ่ม ตราหน้า ว่าจบออกไปแล้ว จะทำเรื่องไม่ดี ไม่เหมาะสม แต่หากพิจารณา ตามหลักของเหตุและผลแล้ว ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่บุคคลกลุ่มนั้น มีสิทธิที่จะคิดแบบนั้น เขามีอิสระในการคิด แต่หากไม่ใช่เรื่องจริงสำหรับตัวเรา ก็ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะต้องเก็บเรื่องแบบนั้นมาบั่นทอนความตั้งใจของตัวเอง “หากเรามีศรัทธาและหนักแน่นในตัวของเราเอง ผมเชื่อว่าไม่มีใครพรากความน่านับถือในตัวเราไปได้ หากเราไม่มอบให้”

8.เล่าเรื่องงานที่ทำตอนนี้ ทำอะไรบ้าง มีส่วนช่วยในด้านไหนแก่ภาพรวมของตำรวจ คิดว่าสื่อโซเชียล มีความสำคัญและตำรวจสามารถนำไปใช้ในเรื่องใดได้บ้าง

สำหรับสิ่งที่ทำตอนนี้นะครับ คือ”การพัฒนาตัวเองในหลายๆ ด้าน ที่มีความจำเป็นต่อการจบออกไป ดูแลและรับใช้ประชาชน และพยายามที่จะแนะนำ และถ่ายทอดสิ่งดีๆต่างๆให้กับน้องๆ” ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ และ “สำหรับในโลกปัจจุบันต้องยอมรับว่า เรื่องของสื่อโซเชียล เข้ามามีบทบาทมากในการใช้ชีวิตของทุกคนในสังคม โดยมีความหลากหลายในเรื่องของวัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ก็สามารถที่จะเข้าถึงสื่อโซเชียลได้ทั้งสิ้น ทำให้ข่าวสารต่างๆ สามารถเข้าถึงประชาชนทุกคนได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากเราใช้สื่อโซเชียล ในทางที่ถูกต้อง โดยมุ่งไปที่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรตำรวจ ก็เกิดประโยชน์อย่างมาก”


9 . อยู่โรงเรียนดำรงตำแหน่ง อะไรบ้าง ที่เรา ภูมิใจ

สำหรับตำแหน่งในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ คือ หัวหน้านักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 71 กระผมรู้สึกว่าหน้าที่ที่ได้รับหมอบหมายนี้ เป็นหน้าที่ ที่ผมถือว่า สำคัญที่สุดสำหรับการเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจของผม เพราะสถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันอันทรงเกียรติ ที่ชายไทยหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาเรียน มาฝึกในที่แห่งนี้ รวมถึงตัวผมเองในอดีต
และแน่นอนครับ ภาพที่รับรู้ได้เกี่ยวกับความเป็น โรงเรียนนายร้อยตำรวจ คือ เป็นสถาบันที่ผลิต บุคคล ชายและหญิง ให้มีความสามารถหลายด้าน ทั้งร่างกาย ปฏิภาณ ไหวพริบ ความเฉลียวฉลาด เพื่อจบออกไป ปกป้อง ประชาชน พิทักษ์ความผาสุขของบ้านเมือง และหน้าที่ที่กระผมได้รับหมอบหมายในฐานะหัวหน้านักเรียนนายร้อยตำรวจนี้ สอดคล้องและมีความสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ทั้งในเรื่องของการคิดแนวทางในการพัฒนาโรงเรียน การดูแลนักเรียนนายร้อยตำรวจด้วยกันเอง ให้อยู่ในระเบียบวินัย และประพฤติตนให้เหมาะสม สง่าสมเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ

” หน้าที่นี้แม้จะต้องแลกด้วยความเสียสละส่วนตน แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาคือ การได้ตอบแทนคุณของสถาบันที่สร้างผมมา ผมพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ”

ปิดท้ายกับหนุ่มวุฒิ ฝากบอกว่า “การให้โดยที่ไม่หวังที่จะได้รับสิ่งใดตอบแทน บำบัดทุกข์ มอบความสุขให้แก่ประชาชน จะทำให้เกิดสุขทั้งตัวผู้ให้เองคือสิ่งที่ยืนยาวที่สุด”ครับผม


ปิดท้าย น้องวุฒิฝากมา สำหรับใครที่สนใจจะสั่งซื้อเสื้อทีมเชียร์เหล่าตำรวจ ตัวละ300บาท
ในการแข่งขันกีฬาประเพณีโรงเรียนทหาร-ตำรวจ ครั้งที่ 55
มาร่วมเป็นส่วมร่วมส่งแรงเชียร์กันนะ

สั่งที่ไลน์กันเลย????
https://line.me://ti/p/@cpl4289c
หรือเพจ RPCA Team

ติดตามน้องวุฒิได้ที่ Nantawut Baingam