จากบทสัมภาษณ์นิตยสาร สู่ความโดดเด่นเป็นตัวเองของ “ผึ้ง” พิชญาลักษณ์ “

999

คุณผึ้ง หรือ นางสาวพิชญาลักษณ์ ธีรวงศ์ภัสสรา สาวสงขลาผู้มาดมั่น กับไฟฝันที่ไม่ธรรมดา มุ่งหน้าก้าวอย่างมั่นคงเพื่อคนในครอบครัว หลังจากคุณพ่อเสียชีวิตเกือบ 20 กว่าปีก่อน ตั้งตัวเองเป็นเสาหลักของบ้าน ดูแลแม่และน้องชาย ปัจจุบันทำงานเป็น subcontract ของการประปา ตำแหน่งผู้จัดการโครงการ ตอนนี้ดูแลอยู่ทั้งหมด 44 สาขา ภาคใต้ 31 สาขา

เมื่อหลายเดือนก่อน นิตยสาร Cop’s Magazine ได้ลงบทสัมภาษณ์เธอไปในคอลัมน์ “กุหลาบไร้หนาม” เสียงตอบรับค่อยข้างดีมาก ด้วยการตอบคำถามสัมภาษณ์ที่ชาญฉลาด โดนใจสาวๆยุค ทำให้คุณผึ้งครองใจใครหลายๆคนไปในเวลาเพียงข้ามคืน

ในวันนี้ Police news Varieties จะพาไปขุดขุ้ดคุ้ยมุมลึกๆ ขยับลงไปถามเรื่องหัวใจ- ความรัก ถึงแม้ปัจจุบันจะโสดมากเหลือเกิน แต่อดีตที่ผ่านมาก็เคยคบหาดูใจกับแฟนหนุ่มที่เป็นนายร้อยตำรวจมาเหมือนกันนะจ๊ะ ก่อนจะเลิกลาแยกทางกันไปในที่สุด

image

imageทางผู้เขียนจะขออนุญาต นำบทสัมภาษณ์ต้นฉบับตัวเต็มนอกเหนือจากการลงใน Cop’s magazine มาย้อนให้อ่านทบทวนความจำกันก่อน เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านไม่ให้เกิดความงง-งวย สงสัย 

ประวัติส่วนตัวพอสังเขป

“คุณผึ้ง” เรียนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชฎักสงขลา คณะวิทยาการจัดการ ปัจจุบันทำงานบริษัทดี.พี.ดี.ซิสเท็ม จำกัด ทำงานเป็น subcontract ของการประปา ตำแหน่งผู้จัดการโครงการ ตอนนี้ดูแลอยู่ทั้งหมด 44 สาขา ภาคใต้ 31 สาขา ภาคเหนือ 13 สาขา ต้องดูแลลูกน้องเกือบ 300 คน ที่เลือกทำอาชีพนี้เพราะคุณแม่แนะนำ เพราะคุณแม่ทำงาานการประปา เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจมาหลายสิบปีแล้ว คุณแม่มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน เลยรู้สึกสนใจอยากจะลองเข้ามาทำดูบ้างแต่เลือกที่จะทำกับทาง subcontract ลักษณะงานคือเราไม่ต้องอยู่กับที่ ได้เดินทางไปตามต่างจังหวัดตลอดเวลา บุคคลิกตัวเองไม่ค่อยชอบอยู่กับที่ คิดว่าตำแหน่งที่ทำอยู่ค่อนข้างเหมาะสมกับตัวเรา ข้อคิดในการทำงานคือ เราต้องมีใจรัก ถ้าไม่รักทำไม่ได้ ส่วนเรื่องเงินเดือนผลตอบแทนถือเป็นเรื่องรองลงมา ถ้าเทียบกับความสบายใจ

มีคุณแม่เป็นไอดอล เพราะคุณแม่เก่ง

มีคุณแม่เป็นไอดอลคะ เพราะคุณแม่เป็นผู้หญิงเก่ง เลี้ยงเรามาได้ด้วความยากลำบาก คุณพ่อเป็นทหารเสียชีวิตด้วยโรคเมร็งตั้งแต่ปี 2539 ขณะนั้นดิฉันยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 4 คุณแม่ต้องทำงานหาเลี้ยงทั้งดิฉันเองและน้องชาย ส่งเสียให้เรียนหนังสือ เรารับรู้ว่าคุฯแม่เราเหนื่อยมาก ในสายตาเรา ไม่มีใครเก่งและดีมากไปกว่าคุณแม่อยู่แล้วคะ

การเอาชนะอุปสรรค การก้าวความความท้อ เติมกำลังใจให้ตัวเอง

จริงๆก็มีเรื่องให้ต้องท้อใจบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องในครอบครัว คุณแม่กำลังป่วย ด้วยอายุท่านมากพอสมควรแล้ว ดิฉันเองในฐานะลูกสาวคนโตต้องรับผิดชอบเกือบทุกอย่างในบ้าน ทุกครั้งที่ใจไม่นิ่งไม่สงบก็จะบอกตัวเองว่า เราต้องไม่ท้อ เราต้องมีกำลังใจ เพื่อที่จะผลักดันให้คุณแม่มีกำลังใจต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บด้วย ประคับประครอกันไป ในใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า คุณแม่ต้องหายดี คุณแม่ต้องอยู่กับเราไปนานๆ

image

image
กับคุณแม่

ประสบการณ์การทำงาน  นำมาใช้ในชีวิตประจำวันหรืองานที่ทำทุกวันนี้อย่างไร

การทำงานหรือ ฝึกงานทุกที่ถือเป็นต้นทุนที่สำคัญของดฉันแทบทั้งสิิน เพราะนั่นคือประสบการณ์ เราได้เรียนรู้ ได้ทดลองถูกผิด ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง มัันก็คือผลกำไร ที่เราจะทำไปปรับใช้ในภายภาคหน้า อะไรที่เป็นความรู้ ถือเป็นกำไรชีวิตทั้งหมด ส่วนอุปสรรค์คือบททดสอบ ทำให้เราหาวิธีก้าวข้ามผ่านไปคะ

ผู้หญิงต้องสวยออกมาจากภายใน ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สวยแล้วนอนอยู่บ้านเฉยๆ

ผู้หญิงสวยทุกคน แล้วแต่ใครจะมอง แต่สำหรับดิฉันคิดว่า ผู้หญิงสวยแค่เปลือกภายนอกดูไม่ค่อยมีคุณค่าเท่ากับผู้หญิงที่สวยออกมาจากภายใน สวยแล้วต้องทำงาน สวยแล้วต้องมีประโยชน์ด้วย แต่ถ้าสวยแล้วนอนอยู่บ้านเฉยๆเค้าเรียกว่าสวยไม่มีคุณค่า อยากให้ผู้หญิงทุกคนเก่งหลายๆด้าน ไม่ต้องเพิ่งพาผู้ชาย เราสามารถอยู่คนเดียวได้ หาเลี้ยงตัวเองได้ สี่สำคัญคือ อย่ากลัวที่จะเป็นโสดนะคะ เพราะเราจะโสดเป็นเพื่อนกัน

ผู้หญิงเก่งในความคิดตัวเองคือคุณแม่

ผู้หญิงเก่งในความคิดของดิฉัน เป็นอย่างคุณแม่คะ ยังยืนยันคำตอบเดิมเลย มีแม่เป็นไอดอล แม่ก็ต้องเป็นผู้หญิงที่เก่งที่สุดในความคิดของเราอยู่แล้วคะ

8)เป้าหมายหรือความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างไร ตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือยัง เพราะอะไร

ในทุกวันที่ผ่านมาของช่วงชีวิต พยายามทำให้ดีที่สุดในทุกๆด้าน ไม่เคยคาดหวังว่าจะออกมาดีหรือไม่ดี แค่เพียงทำมันให้เต็มที่ผลออกมาก็ต้องรับสภาพคะ ส่วนเป้าหมายในชีวิตเรื่องประสบความสำเร็จ คิดว่ายังนะคะ เพราะการสำเร็จของดิฉันคือ วันที่คุณแม่ น้องชาย และทุกๆคนในบ้านสบายมากกว่านี้ คุณแม่ต้องหายป่วย น้องชายมีงานการที่มั่นคงดูแลตัวเองได้ ถ้าทุกคนในครอบครัวโอเค นั่นคือเราประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว

imageimage

ผู้หญิงในยุค 90 อย่างเราๆต้องเก่งและแกร่ง

ผู้หญิงยุคก่อนๆกับปัจจุบันแตกต่างกันเห็นได้ชัดมากคะ ผู้หญิงสมัยก่อนถ้าย้อนไปรุ่นคุณย่า คุณยาย เป็นอะไรที่ต้องอยู่กับเย่าเฝ้ากับเรือนเป็นแม่บ้านดูแลสามี กระทั่งมายุคของคุณแม่เรา ก็เริ่มมีโอกาสทางสังคม เรียนหนังสือสูง สามารถเลือกงานการที่ดีให้กับตัวเอง เงินที่หามาก็นำมาเลี้ยงลูกๆได้แบบไม่ต้องแคร์พ่อบ้านซักเท่าไหร่ ยิ่งผู้หญิงยุคปัจจุบัน คือยุคสาว 90 อย่างรุ่นเราๆ (หัวเราะ ) ยิ่งแกร่งมากยิ่งขึ้นคะ ทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง มีความรู้สูงการศึกษาขึ้น ทันโลก พัฒนาการไวกว่ายุคคุณแม่ ห่วงที่สุดคงจะเป็นสาวๆสมัยใหม่ ที่เกิดและเติบโตในช่วงที่บ้านเมืองมีโลกโซเชี่ยล มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีการทำศัลยกรรมเพิ่มสวย กลัวว่าวัตถุนิยมภายนอกนี้จะกลืนกินความดีงามในอดีตลงไป อยากให้สาวสมัยใหม่มั่นใจในความสวยที่คุณพ่อคุณแม่สร้างให้ แล้วก็พึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุดค่ะ

และทั้งหมดนั้นคือบทสัมภาษณ์ที่ไม่ได้มีการตัดต่อนำไปลงในหนังสือให้สั้นลง เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่ซึ่งค่อนข้างน้อย วันนี้โอกาสดี FC ของคุณผึ้งได้อ่านกันเต็มรูปแบบ … แต่เท่านั้นยังไม่พอค่ะ มาลง Police news Varieties ทั้งที น้อยกว่านี้คงไม่ได้..ยิงคำถามต่อกันไปเลยเรื่องของหัวใจและมุมลับๆ

คุณผึ้งบอกว่าปัจจุบันยังไม่มีแฟน แสดงว่าเมื่อก่อนเคยมีใช่มั้ยคะ?

เคยมีค่ะ แต่เลิกไปแล้ว อย่างคนสุดท้ายที่คบกันนี่ก็เลิกไปหลายปี จากนั้นก็โสดมาจนทุกวันนี้และไม่มีทีท่าจะขายออกอีกเลย ไม่ใช่ว่าไม่มีคนมาจีบเรานะค่ะ มีบ้างค่ะ แต่ยังไม่เข้าตาเท่าไหร่ หรือเพราะเราโฟกัสแต่เรื่องงานเลยไม่ใส่ใจจะเรียนรู้กับคนที่เข้ามา 

image
น้องชาย

เคยมีแฟนเป็นตำรวจ?

ใช่ค่ะเคยมี แต่ถ้าจะถามว่าแฟนเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นไหนยังไงนี่คงตอบไม่ได้ เพราะไม่เคยรู้รายละเอียดตรงนี้เลย แค่รู้ว่าเค้าจบนายร้อย แล้วก็คบกันอยู่ประมาณ 2-3 ปี เห็นจะได้ ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามระเบียบ

แล้วไปเจอกันที่ไหนยังไงค่ะ

555 มันนานมากแล้วค่ะจำไม่ได้ น่าจะเพื่อนติดต่อให้แล้วตัวผู้ชายมารับตำแหน่งอยู่ภาคใต้เลยได้เจอกันได้คุยกัน เรียนรู้กันค่ะ แต่ถ้าถามว่าหากเลือกได้จะกลับไปคบแฟนอาชีพตำรวจอีกมั้ย? ไม่อยากคบแล้วนะค่ะ รู้สึกเข็ด ผึ้งคิดว่าอาชีพนี้มีโอกาสนอกใจสูงเพราะเจอคนเยอะมาก มันเป็นวิถีชีวิตของเค้าค่ะ 

เค้าอาจจะเปลี่ยนได้เพื่อเรา

นิสัยคนเปลี่ยนยากค่ะ อย่างไรก็อย่างนั้น แต่ไม่ได้รังเกียจนะค่ะ คุยได้เป็นเพื่อนได้ คบได้  แต่จะพัฒนาไปเป็นอย่างอื่นมากกว่าเพื่อนรึเปล่าคงต้องคบยาวๆดูยาวๆ เพราะเรามีประสบการณ์มาแล้ว จริงอยู่ทุกคนอาจไม่เหมือนกัน แต่สภาพแวดล้อมและหน้าที่หลอมคนให้ไปในทิศทางเดียวกันได้

image image

หรือเพราะเคยมีแฟนเป็นตำรวจเลยทำให้เข็ดกับผู้ชาย อยากจะโสดไปยาวๆ

ไม่ใช่ค่ะ ไม่เข็ด พร้อมที่จะเรียนรู้ดูใจไปเรื่อยๆ ถ้าคนๆนั้นน่าสนใจ แต่ตอนนี้ยังไม่เจอใครน่าสนใจจึงมีความจำเป็นต้องโสดแบบมีความสุขต่อไป

แสดงว่าถ้าเลือกได้จะไม่มีแฟนเป็นตำรวจอีกแล้ว?

จริงๆแล้วทุกสาขาอาชีพมีดีมีเลวเหมือนกันค่ะ ไม่อยากจะเจาะจงว่าถ้าเลือกได้ต้องแบบนั้นอย่างนี้ เพราะตอนนี้ยังเลือกไม่ได้ 555 แต่อย่างที่บอกแหละค่ะ อาชีพตำรวจมีความเสี่ยงที่จะนอกใจมากกว่าอาชีพอื่นๆ ซึ่งตำรวจดีๆเค้าก็มีมากมาย แต่เราโชคร้ายเองที่ไม่เจอ ..ถ้าเจอจะไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่ๆ 555555

ฝากอะไรถึงแฟนเก่ามั้ย? คิดว่าเค้าน่าจะได้อ่าน

มันนานมากแล้ว ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ฝากไปเค้าจะมีปัญหาครอบครัวมั้ยค่ะ 555  เอาเป็นว่าขอแค่อวยพรให้มีหน้าที่การงานที่ดี มีมิตรภาพที่ดี ครบขั้นก็ได้เซ็นแต่งตั้งขึ้นเลย สุขภาพแข็งแรง … แค่นี้พอค่ะ

ฝากอะไรถึงตำรวจนายอื่นๆหน่อยค่ะ

ขอให้สุขสมหวังอนาคตก้าวไกลรุ่งโรจน์กันทุกๆนายนะค่ะ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไปไหนมีแต่คนรักใคร่ เป็นที่ไว้วางใจของผู้ใต้บังคับบัญชา

image image image image