ตำรวจพังเพราะตั้งด่าน! กล้องแอบถ่าย แชร์ภาพกระจายโซเชียล

1383

คอลัมน์ อาชญา (ลง) กลอน
/////////////////////////
ตำรวจพังเพราะตั้งด่าน

โดย…ธนก บังผล

ไม่มีปัญหาไหนรบกวนผู้ใช้รถใช้ถนนมากไปกว่าการตั้งด่านของตำรวจ คลิปสารพัดเรื่องราวที่คนขับใช้กล้องหน้ารถบันทึกไว้แล้วเอามาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เรื่องที่สนุกปากคนเข้ามาด่ามากที่สุดก็คือเรื่องตำรวจตั้งด่าน

โดยเฉพาะตำรวจจราจร ที่เหมือนเป็นไม้เบื่อไม้เมาเราสามารถพบเห็นได้ทุกซอกทุกมุม ทั้งแบบตั้งลอยๆ และมีระดับสัญญาบัตรควบคุม คำถามคือ ตำรวจตั้งด่านเพื่ออะไร?

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. ได้ออกมาชี้แจงกรณีการแชร์ภาพใบสั่งที่ระบุข้อหา “ขับรถ จยย. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย” หลังจากที่เพจ “แบบนี้ก็ได้เหรอ” นำใบสั่งมาโพสต์เผยแพร่จนคนเข้ามาถากถางการทำหน้าที่ตำรวจกันให้แซ่ด

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองเลย รีบออกมาชี้แจงและยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง โดยได้เรียกตำรวจนายดังกล่าวมาสอบถามข้อเท็จจริงแล้วทราบว่าได้ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลานานและมีอาการเหนื่อยล้าจึงได้ออกใบสั่งที่ผิดพลาดออกไป จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก

ในขณะเดียวกันได้พยายามติดต่อกับทางเจ้าของใบสั่งเพื่อขอโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป

ออกมาขอโทษกันขนาดนี้ เชื่อหรือไม่ว่ากลับไม่ได้รับความเห็นใจจากชาวบ้านเลย จริงๆแล้วกรณีการตั้งข้อหาแปลกๆของตำรวจจราจรนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เช่น ไม่เอาพักเท้าหลังลง แต่งตัวไม่เรียบร้อยเหมาะสมกับการขับขี่ ฯลฯ ซึ่งทุกกรณีที่คัดสรรมาจากไอเดียบรรเจิดนั้นมีค่าปรับเป็นจำนวนเงินให้ต้องจ่ายทุกข้อหา


ตำรวจจราจรทำงานเหนื่อยล้ามากกว่าอาชีพอื่นๆจนทำให้เกิดข้อผิดพลาดง่ายๆเช่นนี้ หรือว่าขาดสติในการปฏิบัติหน้าที่ สมมติว่าถ้าผู้ขับขี่บอกว่าทำงานทั้งวันจนเกิดอาการเหนื่อยล้า ลืมเอาพักเท้าหลังลง หรือลืมเอาใบขับขี่มา ขอเปลี่ยนจากค่าปรับเป็นคำขอโทษแทนได้หรือไม่

ทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของการตั้งด่านตรวจจราจรทั่วไปนั้น มีเป้าหมายหลักคือการเรียกจักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัยหรือไม่ ถ้าสวมก็ขอดูใบขับขี่ ถ้ามีใบขับขี่ก็ขอดูคู่มือรถ ถ้ามีคู่มือรถก็ดัดแปลงสภาพรถ

ถ้ามีครบทุกอย่างก็ต้องเจอข้อหา “ขับรถ จยย.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย” มันจึงเป็นการตั้งด่านหาเงินมากกว่ากวดขันด้วยความเป็นห่วงประชาชน ทั้งนี้เป็นภาพรวมที่ทางชาวบ้านร้านตลาดเขารู้ๆกันอยู่และก็ด่าตำรวจด้วยเรื่องนี้ทั้งนั้น อีกทั้งถ้าออกใบสั่งแล้วไม่ไปจ่าย คิดดอกแพงแถมอาจต้องติดคุก โหดกว่าแก๊งเงินกู้นอกระบบด้วยซ้ำ

ถ้าไม่ตรวจจักรยานยนต์ หันมาตั้งด่านตรวจรถยนต์ ผลที่ตามมาคือรถติด จราจรเป็นอัมพาต กว่าจะขอดูเอกสารที่ถูกต้องกันครบทุกคันที่ผ่านรับรองว่าตำรวจก็โดนด่าอีก

ในประเทศที่เขานำพาองค์กรตำรวจให้เป็นที่พึ่งของประชาชนนั้น เขาใช้เทคโนโลยีมาตรวจจับ ไม่ใส่หมวกกันน็อค หรือทำผิดกฎจราจรทั่วไป และมีการตั้งด่านที่ชัดเจนว่าตรวจเพื่ออะไร “ป้องกันภัย” หรือ “สกัดจับ” รถคันไหนไม่เกี่ยวก็ไม่ยุ่งเลย
จะตรวจยาเสพติดก็ดูเฉพาะรถที่ได้ข้อมูลว่าต้องสงสัย หรือ มีพิรุธ ในขณะที่พี่ไทยรวบยอดหมดตั้งด่านค้นยาอาวุธแต่เน้นจับไม่พกใบขับขี่เป็นรายได้หลัก

ก็อย่างที่ถามนั่นละครับ ตำรวจตั้งด่านเพื่ออะไร ป้องกันหรือปราบปราม ?
ป้องกันอะไร? ปราบปรามอะไร? ถ้าตำรวจตอบคำถามด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่ ผมเชื่อว่าไม่มีประชาชนคนไหนเขาสงสัยหรืออยากมีปัญหากับการตั้งด่าน

อย่างไรก็ตามการตั้งด่านยังสำคัญเสมอ แต่ต้องมียุทธศาสตร์และการปฏิบัติที่ชัดเจน เห็นผลว่าประชาชนได้ประโยชน์ ถ้าตั้งเพื่อป้องกันอาชญากรรม การกระทำมันก็จะไม่ใช่แอบตามมุมถนน ที่พอเห็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วกระโดดออกมาเพื่อเรียกไถเงินทำยอด จนทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย

และหากวันไหนที่ตำรวจพลาดเองบ้าง มันจึงกลายเป็นเรื่องบันเทิงบนโซเชียลมีเดีย ที่ไม่ได้สร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจน้ำดีคนอื่นๆเลย อย่าลืมว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าตำรวจคนไหนทำหน้าที่อะไร ตำแหน่งอะไร แต่ถ้าผิดขึ้นมาก็เหมารวมไปทั้ง 2 แสนคนว่าตำรวจไม่ดี  ซึ่งตำรวจก็ปฏิเสธไม่ได้ซะด้วยว่าไม่ได้ทำ