คุณปอย ตรีชฎา ศรีธาดา นักจัดรายการทึวีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในกลุ่มประชาชนที่เรียกตัวเองว่า “มีหัวใจรักประชาธิไตย” ด้วยลีลาการพูดจัดจ้านไม่ถอดแบบใคร เปิดอกเปิดใจมาโชว์กันจะๆ ให้มันรู้กันไปถึงความชัดเจนในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองเรากำลังวุ่นวายแบ่งฟักฝ่าย เธอก็เป็นหนึ่งในการเลือกข้าง จึงสร้างเสียงชื่นชมจากเพื่อนร่วมอุดดมการ รวมไปถึงเสียงด่าทอ เสียบประจารจากกลุ่มที่คิดต่างให

“ตรีชฎา ศรีธาดา” หรือน้องปอย จบการศึกษาระดับ ปริญญาโท คณะ นิติศาสตร์มหาบัณฑิต ม.รามคำแหง ขณะนี้กำลังเป็นนักศึกษาปริญญาเอก ม.ชินวัตร

image

ประวัติการทำงานของเธอที่ผ่านๆมาค่อนข้างจะสลับขั่วปรู๊ดปร๊าด เริ่มต้นจากตำแหน่งนักข่าวภาคสนามนสังกัด หนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการ ชื่อหนังสือพิมพ์ชีวิตต้องสู้ เป็นขนาดแทบลอยด์เป็นรายวันและรายสัปดาห์ โดยมีคุณสันติ เศวตวิมล เริ่มทำงานฝึกงานตั้งแต่อายุ 17-18 ปี

ตอนนั้นเธอเรียนปีหนึ่ง คณะมนุษย์ศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน ระหว่างนั้นศึกษาด้านวิชากฎหมายควบคู่ไปด้วย จากนั้นไปทำรายการนิยมไทย ทางช่อง ททบ. 5 สักพักคุณสันติชวนให้มาทำงานที่มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด(มหาชน) รายการชั่วโมงพิศวง และรายการเวทีชีวิต ทางช่อง7

กระทั่งต่อมาปร2553 ได้ย้ายมาอยู่ช่องพีเพิลแชแนลจากการชักชวนของ “คุณประไพ ยั่งยืน” งานแรกที่ได้รับมอบหมายคือ วันตัดสินยึดทรัพย์ ดร. ทักษิณ 46,000 ล้านบาท ช่วงนั้นเรียน ป.โท มาทำงานได้ 10 วัน มีม๊อบที่ผ่านฟ้า

image

Q :: รู้สึกอย่างไรบ้างคะ มาทำงานแรกก็เจอเรื่องยาก แล้วทำไมเลือกที่จะทำต่อคะ?

P :: รู้สึกตกใจมากคะ เพราะจำได้ว่าช่วงเดือนแรกที่ทำงานภาคสนาม พบเห็นคนเสียชีวิตจากการขอคืนพื้นที่ ขณะเดียวกันที่สะพานผ่านฟ้า มีคนตาย 25 คน และสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 เหตุนี้เองทำให้เกิดความคิดอยากทำรายการรำลึกที่วีรชน เพราะอยากสร้างและเก็บประวัติศาสตร์ของวีรชนด้วยความรู้สึกที่ว่า ทำไมคนต้องมาถูกฆ่าตายด้วยความโหดเหี้ยมเช่นนี้ ต่อมาจึงเกิดเป็นรายการ “78 ปี ประชาธิปไตยไทยใครเข้าใจแค่ไหน” โดยรายการนี้เกิดขึ้นหลังจากสถานีพีเพิลแชแนลถูกปิด และเอเชียอัพเดทเพิ่งเปิด รายการ รู้ว่าเป็นสิ่งที่เสี่ยงมาก แต่ก็อยากทำมาก

Q :: กระแสรายการเป็นอย่างไรบ้างคะในช่วงนั้น?

P :: รายการดังมากคะ ทำให้คนรู้จักชื่อ ตรีชฎา ศรีธาดา จากนั้นก็มีรายการเพิ่มอีกหลายรายการ รายการแดงมหาชน จัดกับดร.ประแสง มงคลศิริ และธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ รายการตามหาความจริง , รายการประชาชนสนทนา, รายการปิดฉากเผด็จการเปิดม่านประชาธิปไตยกับพี่หมูไม่กลัวน้ำร้อน พรศักดิ์ ศรีละมุน , รายการลมหายใจที่ไม่แพ้ของนักสู่ ตีแผ่ชีวิตจตุพร พรหมพันธุ์ ขณะที่อยู่ในเรือนจำ ,รายการช่วยเหลือน้ำท่วม, รายการประชาชนข่าว รายการเกาะติดสถานการณ์ข่าว hot news

image

จากนั้นวันที่ 20 พ.ค.57 สถานีโดยปิดเพราะรัฐประหาร มาเปิดอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ในนาม TV24 ได้กลับมาจัดรายการแต่ไม่มีรายการข่าวเช้าอย่างประชาชนข่าวแล้ว เพราะว่าพี่พ๊อกเก็ตพิธีกรอีกคนป่วยหนักมาก จึงได้มาทำแนว ผู้หญิงเล่าข่าวเบาๆรายการ awaken และมีรายการเชิงวิเคาระห์การเมืองThe Clear กับคุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

ปอยทำ 2 รายการนี้โดน กสทช. สั่งปิดสถานี 2 ครั้ง ครั้งแรก 7 วัน ครั้งที่สอง 14 วัน มีผลให้ถูกงดจัดรายการเป็นเวลา 4 เดือน และกลับมาจัดอีกครั้งครั้งเมื่อถึงกำหนด เหตุนี้เองต้องทำรายการให้มีสาระเบาๆ จึงเป็นที่มาของรายการ love story รายการจับประเด็น เกาะติดข่าว และ รายการเสียงสะท้อน

image

Q :: ชีวิตเราเปลี่ยนเลยมั้ยคะ? จากที่เคยทำสกู๊ปข่าว หรือวิเคราะห์จัดหนักเรื่องการเมือง แต่กลับต้องมาทำรายการเบาๆ ส่งผลกระทบกลุ่มคนดูมั้ย?

P :: ก็ส่งผลกระทบบ้าง เมื่อเราไม่สามารถตอบโจทย์คนดูได้อย่างต้องการ ทั้งนี้แม้ว่า 24 TV จะไม่ใช่ช่องที่มีแกนนำมาจัดรายการ แต่เราก็ยังมีกลุ่มคนดูอีกกลุ่มที่ชื่นชอบเราติดตามอยู่ ติดตามผ่านทางเฟบุ๊ก และทางทีวี นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับที่เป็นแฟนคลับเดิมจากรายการที่ชื่นชอบในผลงานเราติดตาม เข้ามาดูทั้งต่างประเทศและในประเทศยังมากมายเหนียวแน่น อาจเพราะด้วยความเป็นสไตล์ที่เป็นตัวเองเล่าข่าวมันๆเชิงวิเคราะห์ทำให้ยังคงมีคนตามมาดู

Q :: หลังจากนั้น มีผลกระทบอะไรอีกมั้ยคะ

P :: ก็มีผลตรงที่ ภายหลังรัฐประหาร จัดรายการลำบาก เพราะถูกจับตามองเป็นพิเศษถึงขั้นแกะประโยคคำพูด เป็นเหตุให้ถูกเรียกเข้าไปปรับทัศนะคติ 2 ครั้ง

Q :: หลังจากถูกเรียกไปพบ รู้สึกกลัวมั้ยคะ?

P :: กลัวคะ กลัวว่าถ้าเราพูดไปสถานีเราอาจจะถูกปิดอีก ต้องเลี่ยงเพื่อที่สถานีจะได้ออกอากาศได้ต่อไป อัดอั้นแต่ต้องทำเพราะเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เรียกร้องความถูกต้องให้คนที่ตายจากปี53 ภายหลังรัฐประหารคนตามที่สถานีน้อยลง เพราะคนไปตามช่องแกนนำ แต่เรายังคงมึแฟนคลับเดิมที่ชื่นชมและติดตามผลงาน ถือเป็นผลงานส่วนตัวที่สร้างไว้ มีผลงานอยู่ในยูทูบเยอะมาก

Q :: มีนักข่าวหรือพิธีกรในดวงใจมั้ย? อยากจะลองเปลี่ยนแนวไปทำที่อื่นรึเปล่า อาจจะไปไกลกว่า ?

P :: มีพิธีกรในดวงใจคือ คุณสรยุทธ ตัวปอยเองตั้งใจจะเป็นนักเล่าข่าวแบบสรยุทธ ในร่างผู้หญิง เพราะชื่นชอบแนวทางการนำเสนอข่าวของพี่ยุทธตั้งแต่พี่ยุทธ์ทำรายการถึงลูกถึงคน จากนั้นปอยเลยคิดรายการข่าวแบบเล่ามันๆไม่ต้องสวย พอปอยได้ลองทำผลออกมาคือถือว่าโชคดี รายการประสบความสำเร็จสำหรับข่าวเช้าเป็นอย่างมาก ที่สำคัญเป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงช่วงที่ผ่านมา

image

Q :: คิดจะลาออกย้ายไปทำที่อื่นเปลี่ยนแนวไปเลยมั้ย? เผื่อจะรุ่งและมีอนาคตกว่านี้?

P :: ไม่คิดคะ ทำงานตรงนี้ด้วยจิตวิญญาณของการเป็นคนข่าวจริงๆ มี่รักความถูกต้อง เงินเป็นเรื่องรองมาก อยู่ที่นี่เพราะยึดหลักถูก แม้นจะมีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรแต่ก็ยืนหยัดทำงานที่นี่จนกว่าผู้บริหารจะไม่เห็นความสำคัญและหากไม่มีสถานีนี้ อีกอาชีพที่อยากทำคือ เป็นนักการเมือง

ที่ถามว่าคิดจะหนีมั้ย? ไม่เคยคิดหนี เพราะไม่เคยทำอะไรผิด ต่อให้มีคสช. หรือไม่มีก็ทำงานแบบนี้ เพียงแต่มีคสช…. ต้องพูดแบบพับเพียบขึ้น กลัวไม้เรียว

image

Q :: ทุกวันนี้หลังจากเข้าไปปรับทัศนะคติ เราทำตามคำสั่งคสช. เป็นอย่างดีรึเปล่า ? 

P : : ปฎิตืบัติตามทุกอย่างแหละคะ ถ้าไม่ทำตามสถานีคงอยู่ไม่ได้ ตัวปอยเองก็คงอยู่ไม่ได้ด้วย เอาให้เค้าสบายใจ และเราต้องอยู่ได้ด้วย  พนักงานในออฟฟิชทุกคนต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ต้องมีงานมีการทำ เค้ามีครอบครัว จากนี้ไปการทำตามคำสั่งผู้มีอำนาจจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องปฎิบัติ แม้จะขัดกับอุดมการณ์ก็ตามแต่ สถานีต้องอยู่รอดเพื่ออุ้มพนักงานที่เหลือให้ขับเคลื่อนชีวิตครอบครัวกันต่อไปคะ
imageน้องปอย เป็นอีกหนึ่งสาวสวยมากความสามารถ เป็นคนเก่งที่มีความรู้ เลือกที่จะใช้ชีวิตบนเส้นทางที่มีความเป็นไปได้มากกว่าใช้ชีวิต ขัดขืนกฏเกณฑ์บ้านเมือง เธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคขั่วอำนาจเก่า และทุกวันนี้การค่อยๆปรับตัวสอดรับสถานการณ์บ้านเมือง เพื่อที่จะมีชีวิตตั้งอยู่บนหน้าที่การงานที่รักต่อไป

และทั้งหมดนี้คือ บทสัมภาษณ์สดของ “น้องปอย ตรีชฎา ศรีธาดา” ที่ให้เกียรติทางเว็บไซต์ policenewsvarietes เปิดใจครั้งแรกและครั้งเดียว “