ปฏิรูปตำรวจแบบไหน? ประเทศไทยอะไรก็ได้?

11666

ปฏิรูปตำรวจแบบไหน?
ประเทศไทยอะไรก็ได้?

คอลัมน์ อาชญา (ลง) กลอน

โดย…ธนก บังผล

เป็นอันแน่นอนแล้วว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะมีการ “ปฏิรูปตำรวจ” ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีใครทราบชัดเจนว่าจะออกมาในลักษณะไหน
แต่ที่แน่นอนและชัดเจนมากคือ “ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง” หรือ ผู้ที่ไม่รู้ว่าระบบตำรวจเป็นอย่างไร พยายามขอมีส่วนร่วมในการปฏิรูปครั้งนี้ ไม่มากก็น้อย
ผมยกตัวอย่าง เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ หรือ (Police Watch) ซึ่งไม่มีตำรวจคนไหนรู้จักว่าใครเป็นประธานเครือข่าย แล้วเครือข่ายมีสมาชิกเป็นใครบ้าง ที่พอจะเห็นตามสื่อก็มีประสานงานเครือข่ายที่ออกมาให้ข่าว ซึ่งก็ไม่ใช่ตำรวจ
ประเทศนี้เราอยากจะยกระดับ ปรับปรุง หรือปฏิรูปอะไร โดยที่คิดเอาเองไม่ได้นะครับ ยิ่งไม่ได้รู้เรื่องว่าเขาเป็นอย่างไร ระบบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจเขาสอนอะไร ทำงานต้องเจอสภาพแวดล้อมอย่างไร เงินเดือนเท่าไร และที่สำคัญที่สุด “ตำรวจคิดอะไร”

ถ้าไม่รู้แล้วก็ผุดไอเดียอยากให้คนอื่นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่น่ารักหรอกครับ
เป้าหมายของเครือข่ายนี้ ล่าสุดออกมาแถลงการณ์ ขอให้พิจารณาแต่งตั้งผู้มีความรู้และความเข้าใจปัญหากระบวนการ ยุติธรรมทางอาญาในระดับสากลเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ
จะว่ากว้างก็กว้างมากครับ จะว่าแคบก็แคบมาก …ใจแคบนะครับ เพราะผู้มีความรู้ที่ขอพิจารณาแต่งตั้งมาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจนั้น เป็นความรู้ของใคร พูดมาพูดไปก็ทำให้คิดได้ว่าเดี๋ยวนี้ตั้งเครือข่ายขึ้นมาเพื่อผลักดันเอาคนของตัวเองไปเป็นประธานคณะกรรมการฯ กันแล้วหรือ
ถ้าไม่ถูกใจเครือข่าย ทางเครือข่ายก็ทำหนังสือแถลงขอให้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนคนใหม่ตามใจฉันอย่างนั้นหรือ


ส่วนเรื่องที่ขอเน้นให้ดำเนินการปฏิรูปตำรวจและระบบงานสอบสวน ก็อยากถามหน่อยว่าต่อไปนี้ถ้ามีใครยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อ ขอให้เน้นการทำงานของเครือข่ายที่มีมากมายก่ายกองเต็มประเทศไปหมด มันไม่วุ่นวายหรือครับ
ไม่ใช่บอกให้อยู่ใครอยู่มัน แต่ควรอยู่ในขอบเขตควมรู้ความสามารถของตัวเองจะดีกว่า หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ให้เกียรติซึ่งกันและกันมากกว่านี้”

หยุดเคลื่อนไหวเถอะครับ ในฐานะที่อยากทำเพื่อประเทศ ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง ขั้นตอนกระบวนการที่จะปฏิรูปตำรวจนั้นละเอียดอ่อนและอ่อนไหวมากๆ กับตำรวจซึ่งเป็น “มนุษย์” อีกกว่า 2 แสนคน
พูดถึงตำรวจแล้วก็อดไม่ได้ที่กล่าวถึงการร้องเรียนของประชาชนที่มีต่อ “ตำรวจปลอม” และ คนที่คาดว่าไม่น่าใช่ตำรวจ หรือแต่งกายคล้ายตำรวจ หรือ เป็นตำรวจจริงๆแต่ทำตัวไม่เป็นตำรวจ
หลายปีมานี้มีการก่อตั้งชมรม ซึ่งอารมณ์เดียวกับการตั้งสารพัดเครือข่ายนั่นละครับ เป็นชมรมที่ตั้งมาเพื่อเรี่ยไรเงินผู้ประกอบการ ร้านค้า ประชาชน โดยเฉพาะ ขายบัตรดนตรีครั้งละ 2,000 บาท จัดงาน อ้างว่านำเงินที่ได้ไปใช้ประโยชน์ซื้อเสื้อเกราะให้กับตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยเหลืออย่างนั้น โน้น นี้


บางทีผมคิดว่าทำเกินหน้าที่ชมรมนะครับ หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยงบประมาณจากรัฐบาลซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี

ชมรมมีสิทธิทำได้โดยชอบธรรมหรือไม่ต้องไปตีความกัน แต่ตำรวจทำอย่างนี้กับประชาชนไม่ดีแน่นอนครับ เอาชมรมที่ตั้งมาไปทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่เรี่ยไรประชาชนในยามที่เศรษฐกิจโคตรจะฝืดเคืองอย่างนี้

ชาวบ้านเห็นยศระดับพันตำรวจเอกในหนังสือขอเรี่ยไร มีใครบ้างที่จะไม่ตั้งข้อสงสัยว่าตำรวจจริงหรือปลอม เพราะตำรวจจริงไม่ได้มีหน้าที่มาออกหนังสือเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน


พูดก็พูดไป นักข่าวเองก็ร้ายมาใช่เล่น พวกนักข่าวผีเดินกินเดินเก็บเงินตั้งสมาคมก็มีอยู่หลายแห่ง ขายบัตรโบลิ่ง บัตรกอล์ฟกันเกลื่อนกลาด ที่พูดมาไม่ได้หมายความว่าแมลงวันมาตอมกันเอง แต่ผมเชื่อว่าถ้ามีใครขุดซากศพนักข่าวผีขึ้นมาสักที อาชีพสื่อมวลชนก็จะต้องถูกดึงกลับมาในบริบท “ตีทะเบียนสื่อ” อีกครั้ง ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่เขาไม่ได้ไปเดินเก็บเงินด้วย

ก็ถือว่าเตือนกันก่อนทั้งตำรวจและสื่อมวลชนที่ทำอะไร “รังควาญ” คนอื่น ถ้ามีเรื่องขึ้นมาก็อย่ามาร้องว่า “เหลือที่ทำกินให้ด้วย”