สนับสนุนเรื่องราวดีดี

ถอดบทเรียน “ลอนดอน-ราชประสงค์”
การจัดการกับเหตุรุนแรง

คอลัมน์ อาชญา (ลง) กลอน
โดย…ธนก บังผล

เหตุโจมตีกลางกรุงลอนดอน บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ ตอนเวลาประมาณ 3 โมงเย็น เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เหตุคนร้ายขับรถเก๋ง ขึ้นทางเดินเท้า โดยไล่ชนผู้คนบนสะพาน จนขับไปชนรั้วอาคารรัฐสภา คนร้ายเดินลงมาจากรถ พร้อมอาวุธ (มีด) ซึ่งคนร้ายเดินเข้าไปในพื้นที่ Westminster Palace หรือว่าอาคารรัฐสภา ก่อนที่คนร้ายใช้มีดเข้าทำร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย เสียชีวิตทันที ในขณะที่คนร้ายเองก็ถูกยิงเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุเช่นกัน

นางเทเรซา แมรี เมย์ นายกรัฐมนตรี อังกฤษ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายก่อเหตุเพียงคนเดียว และตำรวจไม่เชื่อว่า จะมีการก่อเหตุซ้ำในที่สาธารณะอีก เจ้าหน้าที่สามารถระบุอัตลักษณ์ของคนร้ายได้แล้ว จากข้อมูลของหน่วย “MI-5”

เหตุการณ์นี้อยู่ในช่วงที่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้กำกับการ ได้เดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่สหราชอาณาจักรพอดี

“เป็นเรื่องบังเอิญที่ผมไปพักผ่อนที่ลอนดอนพอดี ทำให้เราได้เห็นว่าการควบคุมสถานการณ์และการทำงานของตำรวจลอนดอนเป็นอย่างไร พอเกิดเหตุแล้ว เขาได้รีบนำเอาผ้าสีดำเข้ามาปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อไม่ให้ประชาชนและผู้ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงถ่ายรูปที่กระทบต่อจิตใจและความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว”

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุญาติคนหนึ่งที่เดินทางไปด้วยกันพักอยู่ที่โรงแรมซึ่งทางเข้าอยู่ตรงกับสะพาน อีกทั้งฝนตกจึงไม่สามารถเข้าไปได้ หลังวันเกิดระเบิดจึงได้เข้าไปในพื้นที่ย่านโซโหและอีกหลายๆแห่งบริเวณใกล้เคียง ซึ่งสภาพบรรยากาศเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คือวันเดียวจบ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ด้านความมั่นคง

“วันรุ่งขึ้นมาเขามีการแจกหนังสือพิมพ์ฟรีให้เห็นภาพอย่างเต็มที่ เปลี่ยนจุดความสนใจข่าวจากคนที่ก่อเหตุ มาเป็นตำรวจที่สามารถยิงคนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุให้เป็นฮีโร่ เมื่อภาพจากสื่อมวลชนออกมาอย่างนี้ก็ไม่มีใครหวาดกลัวกับสถานการณ์ เพราะที่ยุโรปค่อนข้างจะอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ ถ้ามีเกิดเหตุที่ไหนสักที่คนจะแห่หนีไปหมด ขั้นตอนการทำงานของตำรวจที่นั่นถือว่าเป็นเรื่องดีมาก แม้กระทั่งเสื้อที่ใส่เหมือนเสื้อกั๊กแบบเสื้อเกราะก็มองให้เห็นคำว่า POLICE อย่างชัดเจน คนมองเห็นได้ เมื่อเห็นได้ชัดโจรที่ไหนจะกล้าเข้ามาก่อเหตุล้วงกระเป๋า” พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าว

เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อการทำงานของสื่อมวลชนไม่มีฮีโร่และไปให้น้ำหนักกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งสถานการณ์ไม่เดินหน้า จึงทำให้เวลาผ่านไป 5 วันก็ยังไม่จบ และการทำงานก็มุ่งไปที่ความรุนแรงของเหตุการณ์สร้างความหวาดกลัว

“ตรงนี้ผมถือว่าสื่อมวลชนมีความสำคัญมากกับการเสนอข่าว โดยเฉพาะภาพที่ออกมานั้น เราซึ่งเป็นตำรวจก็อยากจะขอควบคุมพื้นที่เกิดเหตุไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว ภาพที่ออกมาซูมเห็นหน้าคนประสบเหตุเลือดนองหน้าสยดสยองนั้นก็ไม่ควรมี เราก็อยากจะขอความร่วมมือซึ่งมาคุยกันว่าถอยนิดหนึ่งให้ภาพมันออกมาดี ส่วนเราก็พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้กับสื่อมวลชน” ผู้กำกับคอมมานโดกองปราบ กล่าว

จนถึงตอนนี้ทางการอังกฤษเปิดเผยแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร อีกทั้งกลุ่มก่อการร้ายไอเอสออกมาแอบอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ตำรวจลอนดอนเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส เพียงแค่ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก กลุ่มก่อการร้ายนานาชาติ

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ซึ่งถือว่าบังเอิญเหมือนได้ไปดูงานก่อการร้ายที่ถอดแบบอย่างชัดเจนทั้งการทำงานของตำรวจ การควบคุมสถานการณ์รัฐบาล การทำงานของสื่อมวลชน ที่ถ้าเปรียบเทียบกับเหตุระเบิดหรือก่อความไม่สงบในกรุงเทพแล้ว เรายังห่างไกลจากเรื่องนี้มาก
แต่ก็สามารถเป็นตัวอย่างที่จะทำให้บริหารจัดการสถานการณ์ได้ถ้าเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในอนาคต