image
สนับสนุนเรื่องราวดีดี

“คุณพระคุ้มครอง ของขลังคุ้มภัย” คอลัมน์ที่ว่าด้วย พระเครื่อง ของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กาย ประจำตัว ที่ใช้ติดตัว เราจะประเดิมด้วย นายตำรวจมือสืบสวนสอบสวนฝีมือดี ที่ผ่านคดีสำคัญมามากมาย กับ “รองอิท” พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.)นายร้อยตำรวจรุ่น 36 (นรต.36)

..นักเรียนายร้อยรุ่น 36  ล้วนแต่คุ้นชื่อ – คุ้นหูในวงการ อาทิ “พิทักษ์1” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. เป็นต้น ในห้องทำงานขวามือ ห้องแรกของ “ซอยนายพล” ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล “รองอิท” นั่งทำงานอยู่ในห้องด้วยภาพที่คุ้นเคย ในห้องมีภาพพระสมเด็จ รุ่นต่างๆแขวนอยู่หลายภาพ หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี จึงเริ่มเกริ่นเข้าเรื่อง
 
13898289_1128493237216758_637373496_o
 
“รองอิท” ออกตัวก่อนเลยว่า “พี่ไม่ใช่เซียนพระนะ แต่ก็พอมีบ้างเพราะชอบส่วนตัว ที่ห้อยติดตัวประจำก็มีหลายพวง แต่ที่วันนี้ห้อยติดตัวมา คือ สมเด็จโต พิมพ์ใหญ่ วัดระฆังโฆษิตาราม องค์นี้ได้มาจากผู้ที่นับถือกันให้มา ส่วนตัวเชื่อว่าทำให้แคล้วคลาด ราบรื่นในหน้าที่การงาน ส่วนอีกองค์ที่พกติดตัวมาด้วยก็เป็นเหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ซึ่งตำรวจ และข้าราชการส่วนใหญ่ก็มักหามาพกติดตัวเชื่อว่าทำให้เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน “
 

“รองอิท” ยังเล่าต่อว่า “พี่เป็นคนจังหวัดตราด อยู่กับทะเล เวลากลับบ้านขึ้นเรือขึ้นเกาะ ก็จะพกเหรียญเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไปด้วย เวลาไปนั่งเรือขึ้นเกาะก็มักจะราบรื่นทุกครั้ง แต่หากไม่ได้พกไปด้วย ส่วนใหญ่ก็มักจะติดขัด เรือเสียบ้าง คนขับเรือลืมเติมน้ำมันบ้าง เป็นอย่างนี้ นับเป็นสิบๆครั้ง แต่หากพี่พกเหรียญเสด็จเตี่ยไปด้วย ลงเรือทุกครั้งไม่เคยมีปัญหา อันนี้ก็เป็นความเชื่อส่วนตัว แต่เชื่อว่าท่านคุ้มครองช่วยเหลือเรา เหรียญรุ่นนี้มีนาวิกโยธินสร้าง เมื่อปี 2518 แล้วนำไปให้หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง เป็นผู้ปลุกเสก ซึ่งพี่ก็นับถือท่านด้วยเพราะท่านศักดิ์สิทธิ์มาก ”

13932248_1128493240550091_114816322_o
13918940_1128493263883422_1438320107_o
13933155_1128493787216703_1933486795_n
…เมื่อถามถึงเรื่องประสบการณ์ทำงานที่ประทับใจ “รองอิท” เล่าให้ฟัง หลายเรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งที่ยังจำได้ถึงทุกวันนี้ โดยครั้งสมัยที่เป็น สารวัตรสืบสวนสำโรงเหนือ สืบทราบว่ามีคนร้ายหนีไปอยู่ในบ่อเลี้ยงปลากะพง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี สมัยนั้นบ่อปลาใหญ่มาก จะเลี้ยงอยู่ท้ายๆ มีบ้านพักอยู่ท้ายคลอง 3 หลัง เราก็สืบว่าคนร้ายอยู่ที่นี่แน่ แต่ไม่รู้หลังไหน ก็ต้องจัดกำลังเข้าไปจับกุม ที่นี่พอจะเข้าไปก็มีปัญหา คือฝนมันตกเป็นดินโคลน ดินเหนียว เราต้องถอดรองเท้าลุยโคลนกันเข้าไปช้าๆ วางแผนอย่างดีเลย ว่าใครจะเข้าหลังไหน ข้างหลังก็เข้าไม่ได้มีคลองขวางอยู่
 
 
…จำได้ว่าตอนนั้นแขวนพระกริ่งชัยวัฒน์ สังฆราชแพ วัดสุทัศน์ ไปทำงาน เข้าไปตอนตี 5 เกือบ 6 โมง บ่อยาวมากเดินเกือบครึ่งกิโลเมตร ก็ลำบากเพราะมันดูด เดินเข้าไปเพื่อจะหมอบรอค้นตอนเช้า เพื่อจับคนร้าย พอเข้าไปยังไม่ทันถึง ไม่ได้นึกถึงเลยเพราะมีหมาเห่า พอตอนนั้นนึกถึงพระเลย ว่าขอให้ท่านช่วยคุ้มครองตัวเราและลูกน้องให้ปลอดภัย เพราะมาจับคนร้ายที่เป็นมือปืนรับจ้างสำคัญ ก็คิดว่าคนร้ายจะรู้ตัวแล้ว ก็ต้องเข้าเลย ผมเข้าไปห้องกลางที่มีแสงไฟ พอเปิดประตูเข้าไปพร้อมลูกน้อง เจอคนร้าย 2 คน อีกคนกำลังจะกระโดดหน้าต่างหนีลงคลอง…
 
 
…คือขึ้นไปขอบหน้าต่างแล้ว พี่เอาปืนจ่อ จับได้ทั้ง 2 คน ทั้งมือปืนและคนขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นมือปืนยิงเสี่ยพันล้านเจ้าของตลาดหนามแดง จ.สมุทรปราการ โชคดีมากที่ไม่มีใครบาดเจ็บ  ตอนนั้นกว่าจะจับได้ก็ไปกินนอนบ้าน สจ.ต่าง บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ไม่รู้จะตอบแทนยังไง ไปอยู่เป็น 10 วัน พอจับคนร้ายได้ก็ดีใจ เพราะเขาช่วยเหลือ แนะนำเราหลายอย่าง ไม่มีอะไรให้ ก็เลยเอาพระชัยวัฒน์ที่แขวนอยู่ให้เขา พร้อมทอง 2 บาท ให้เขาไปเลย ไม่รู้ตอนนี้เขายังเก็บอยู่ไหม แต่น่าจะเก็บไว้อยู่แหละ แต่คิดๆแล้วก็เสียดายเหมือนกัน (หัวเราะ) ใครรู้จัก สจ.ต่าง ไปถามดูได้ เขาน่าจะจำได้นะ ” รองอิท เล่า “…
13918388_1128492743883474_476691651_o
 
13900559_1128493440550071_284371467_n
 
…รองอิท ยังให้ข้อคิดในการทำงานกับตำรวจด้วยว่า “หากใครทำงานกับพี่ ลูกน้องที่จบมาใหม่ๆ ลงพื้นที่ต่างๆ จะบอกเลยว่าห้ามกินเหล้า ห้ามเที่ยวในพื้นที่ 6 เดือน เพื่อฝึกให้มีระเบียบวินัย หากหลงระเริงไปกินไปเที่ยวแต่แรกก็จะเสียคน แต่หากจะมีงานหรือจำเป็นต้องกินงานสังสรรค์ก็ให้มาขอ พี่เชื่อว่าทำให้เขามีวินัยนะ จากนั้นเลย 6 เดือนจะทำยังไงก็แล้วแต่ แต่มั่นใจว่าหาก 6 เดือนทำตัวดี เป็นตำรวจที่ดี เริ่มต้นดีมันก็จะดี และจะเน้นว่าตำรวจที่มาทำงาน ต้องยึดความซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นเกราะคุ้มภัยให้น้องๆ…
 
 
…ส่วนที่บอกว่า”ตามน้ำ” มันก็ถือว่าทุจริต เพราะมันเป็นหน้าที่เรา”  “หลายสิบปีก่อน สมัยเป็นหมวดอยู่ที่ สภ.เมืองพัทลุง เคยทำคดีรถชนคนตาย รถที่ชนเป็นรถบรรทุกถ่านลงจากเขา จาก จ.กระบี่ จะไปหาดใหญ่ แล้วชนกับรถที่สวนขึ้นไปตาย 2 ศพ เราก็ดูแลคดีเจรจาให้เรียบร้อย ตอนนั้นพอทำคดีเสร็จเจ้าของรถก็เอาเงินมาให้พี่ 5 หมื่นบาท ตอนนั้นพี่บอกรับไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของพี่ แต่ก็ยังยัดเยียด เขาก็ยังมาเปิดลิ้นชักเอาเงินมาวางไว้แล้วจะเดินออกไป พี่เลยให้ตำรวจจับข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ก็เลยเอาเงินไปลงประจำวัน แต่รุ่นพี่ที่เป็นสารวัตรมาเจอก่อน เลยบอกว่าอย่าไปทำเลยเขามีเจตนาดี ไม่รับก็อย่าไปทำเขาเลย ก็มาไกล่เกลี่ย เลยบอกว่าจะให้พี่เอาเงินไปให้ผู้เสียหายเพิ่มดีกว่าเพราะเขาตาย 2 ศพ สุดท้ายก็เลยไม่ดำเนินคดีอะไร ซึ่งจากนั้นเขาก็เอ็นดูเรามากเวลาผ่านมาแถวนี้จะซื้อผลไม้มาฝากตลอด”…
 
 
…เขาบอกว่าว่างวันไหนสักวัน เขามีอาชีพขายถ่านซื้อที่ดินเยอะ ตอนนี้มีโครงการปลูกปาล์มว่างไปวันไหนสักวัน จะให้ที่ดินพี่ 100 ไร่ เพราะชอบนิสัยพี่มาก พี่ก็บอกว่า ผมไม่เอา เพราะจะหาว่า 5 หมื่นไม่เอา แต่กลับจะมาเอามากกว่านั้น บอกไปว่าพี่คนตราด ไม่ได้คิดมาอยู่ตรงนี้ หลายครั้งที่ช่วยเหลือและทำหน้าที่อย่างดี บางคนก็เข้าใจเรา รักใคร่คบหากันมาเป็นสิบๆปี ซึ่งจะบอกทุกคนและลูกน้องเสมอว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ยิ่งเป็นข้าราชการ เรื่องนี้สำคัญที่สุด”…