ความเผือกของติ่งดารา-ไฮโซ

ปกติตำรวจไม่ค่อยอยากทะเลาะกับใคร เพราะเผลอเข้าไปยุ่งเกี่ยวเมื่อไหร่เปลืองตัวทุกครั้ง

แต่ล่าสุดมหากาพย์เรื่องยาว ระหว่างไฮโซสาว “ตั๋ม” วิชชุดา ลีนุตพงษ์ กับ ตำรวจหนุ่มอนาคตไกล “รองอั๋น” พันตำรวจโท อรรถพล อิทธโยภาสกุล ซึ่งตกเป็นข่าวว่าคบหากัน จนทั้งคู่ได้ตัดสินใจ วางแผนจะเข้าสู่ประตูวิวาห์กันตั้งแต่กลางปี 2558 ที่ผ่านมา

เรื่องของคน 2 คน จะไม่บานปลายเลย ถ้าไม่ดึงเอา “หมอแอร์” พันตำรวจโทหญิง แพทย์หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล ขวัญใจนักข่าวอาชญากรรม เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

เรื่องนี้ไม่มีเงื่อนงำใดๆทั้งสิ้น แต่มีสงครามไซเบอร์กระหึ่มจนแป้นคีย์บอร์ดแทบแตก พร้อมด้วยเพจที่ทน “ติ่ง” ไฮโซสาว ที่ได้รับฉายาว่า “ตาลำไย” เข้าไปคุกคาม

มาดูที่เรื่องคดีก่อน เพื่อย้อนสั้นๆให้เห็นว่าสรุปเป็นอย่างไร ศาลพิพากษาจำคุก ไฮโซตั๋ม ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ กรณีโพสต์ข้อความกล่าวหา หมอแอร์ เป็นเวลา 2 ปี ปรับ 1 แสนบาท แต่ด้วยคำรับสารภาพเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาท และโทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมาหลังต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมานาน หมอแอร์ นำหลักฐานมายื่นต่อศาลเพิ่มเติม เหตุเพราะ ไฮโซตั๋ม ยังไม่หยุดเกาะจิกด้วยการโพสต์ข้อความพาดพิง ทั้งๆที่ก็ถูกใส่พาดพิงให้เสียหายมาโดยตลอด พาดพิงว่าที่ “รองอั๋น” กับ “ไฮโซตั๋ม” ต้องแยกทางขันหมากเป็นหม้ายนั้น เพราะ “หมอแอร์” เข้ามาเป็นมือที่สาม

ในวันนั้น รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา แฟนสาวของ รองอั๋น ได้เดินทางมาเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีนี้ด้วย อีกทั้งยังได้มอบดอกไม้ให้กำลังใจหมอแอร์

เรื่องแฉลับๆก็มา เมื่อแฟนตัวจริงรองอั๋น เปิดเผยว่า ไฮโซตั๋ม เอาคลิปเรต X ที่ถ่ายเก็บไว้มาเปิดให้ดูภายในห้องพิจารณา หลังจากที่ศาลพิพากษาแล้ว
เธอมั่นอะไรขนาดนั้น ?

ข่าวแว่วว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีเพิ่มเติม กับไฮโซที่ถูกเพจดาราตั้งฉายาว่า “ตาลำไย”

ในขณะที่เบื้องลึกคือ การที่เพจ “แหวกม่านดารา” เข้าไปตีข่าวนี้ ติ่งของไฮโซตั๋ม ได้เข้าไปก่อกวนอินบ๊อกซ์คนที่มาเชียร์หมอแอร์ วุ่นวายจนแอดมินเขารำคาญ กระทั่งประกาศปิดเพจซึ่งตั้งเป็น “กลุ่มลับ” ไปเลย

ร้อนถึงเจ้าของเพจ ที่เดือดดาล ประกาศสู้ โดยขอให้ติ่งไฮโซดังยื่นเรื่องฟ้องร้องสักที จะได้เอาความจริงมาตีแผ่ประณามกันแบบให้ศาลได้พิพากษา

ดูสิว่าใครจะอาย

เรื่องนี้ไม่รู้ว่าทางข่าวบันเทิงคงเบื่อ เพราะไม่เห็นมีการติดตามแต่อย่างใดในฐานะที่เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม เห็นว่าประเด็นต่อล้อต่อเถียง ฟ้องร้องเป็นคดีความจากการกล่าวหา หรือคุกคามในโลกอินเตอร์เนตนั้น มันอยู่ที่วุฒิภาวะจริงๆ

 คือวุฒิภาวะมากๆจะนิ่ง ส่วนไม่มีวุฒิภาวะก็จะกลายเป็นติ่งที่ “เผือก” โดยมีการ์ดใบสุดท้ายเตรียมวางไว้คือ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์”

ถามว่าในอนาคตตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. จะต้องเข้ามาเหนื่อยกับคดีอย่างนี้อีกเยอะไหม

ถ้ายังไม่จัดแจงระบบการยื่นฟ้องร้องแจ้งความ ยืนยันเลยว่าทำงานกันแบบหาสาระไม่เจอเลยทีเดียว (ฮา)

และมันจะทำให้เปลืองเวลาไปจับโจร ดีไม่ดีถ้าศิลปินดาราไม่ได้โด่งดังอะไร ฟ้องไปก็เท่านั้นเพราะสุดท้ายแล้วก็คือคดีหมิ่นประมาทมันยอมความได้

อยากให้ดูแบบ “หมอแอร์” ที่ฟ้องอย่างไรถึงทำให้คนกล่าวหา ยอมรับบนศาลว่าตัวเองทำผิดจนต้องถูกพิพากษาจำคุก

ธนก บังผล