ยุคแห่งตรรกะวิบัติ กีฬา-คนไทย และตำรวจ

โดย…ธนก บังผล

ขอวกออกนอกเรื่องตำรวจ มาพูดเรื่องฟุตบอลสักนิดครับ

อย่างที่ทราบกันดีว่า ขุนพล “ช้างศึก” ทีมชาติไทยเปิดบ้านแพ้ให้กับ “ซามูไร” ทีมญี่ปุ่น ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ไป 0 ต่อ 2 ประตู ประเด็นที่จะมาชวนคุยให้ขบคิดกัน ไม่ใช่เก่งหลังเกม แต่เป็นสภาพความสะอาดหลังการแข่งขันจบ โดยมีภาพปรากฏให้เห็นว่าขยะจำนวนมากถูกทิ้งไว้แบบเละเทะ

ภาพเหล่านี้ถูกนำไปโพสต์ในเว็บไซต์พันทิพ หลายคนคงได้เห็น ได้อ่านกันไปบ้างแล้ว มันสะท้อนให้เห็น “ตรรกะวิบัติ” ของคนในชาติเราได้เป็นอย่างดี ภาพความสวยงาม แห่กันโพสต์ระหว่างที่อยู่ในสนามกีฬาราชมังคลาฯ มีแต่ภาพสวยๆ เซลฟี่และมีบรรยากาศกองเชียร์ อวดกันเต็มสื่อออนไลน์ โดยเบื้องหลังความสวยงามนั้นคือการที่แต่ละคนทิ้งเศษซากให้เป็นภาระคนอื่นตามรายทาง ธรรมชาติของมนุษย์เรามักซ่อนด้านมืดของตนเองไว้ แล้วแข่งกันอวดความหรูหรา สวยงาม ให้คนอื่นได้เห็น ถามว่าสภาพความสกปรกในสนามที่ถูกประจานมันสะท้อนให้เห็นอะไร ความรับผิดชอบ????

image

ผมเห็นคนถ่ายภาพในสนามกันมากมาย แต่หาใครที่ออกมาขอโทษที่เป็น “ส่วนหนึ่ง” ในการทิ้งขยะไม่ได้เลย แน่นอนครับว่า การออกมาขอโทษไม่ได้ทำให้เศษขยะมีสภาพที่สะอาดขึ้น แต่มันหมายถึงการเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของความรับผิดชอบ ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปต่อสาธารณชน จนคนทั่วโลกได้รู้กันแล้วว่าคนไทยเป็นคนอย่างไร ผมไม่ได้คิดอะไรในแง่ร้ายเกินไป เพราะอย่าลืมว่าการคุยโม้ถึง “บาร์ซ่าเมืองไทย” การโอ้อวดฝีเท้าอันเก่งฉกาจ ประกอบกับความหวังที่อยากจะเห็นบอลไทยไปบอลโลก ได้สร้างความหมั่นไส้ให้กับหลายๆทีมในอาเซียนด้วยกันเอง พอบอลแพ้ เหมือนจะหมดแรงถือขยะไปทิ้งกันเลยหรืออย่างไร

เวลามีปัญหาคนไทยมักโทษคนอื่น ไม่เคยมองตัวเองเลยว่าเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของปัญหานั้น และมักจะโยนให้คนอื่นรับผิดชอบ เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการทิ้งขยะนี่ละครับ เห็นภาพชัดเลย เราแห่ตามเทรนด์เชียร์กีฬา ถ่ายรูปอวดให้คนทั้งโลกรู้ ในขณะที่ตอนทิ้งขยะซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองแท้ๆ เป็นเรื่องพื้นฐานทางวินัยของการอยู่ร่วมกันในสังคม เรากลับละเลยมันไป เมื่อสนามสกปรกเต็มไปด้วยขยะ เราก็ยกให้เป็น “หน้าที่” ของเจ้าหน้าที่เขตบ้าง กทม.บ้าง ผู้จัดงานบ้าง …ตรรกะวิบัติจริงๆ

image

 

เช่นเดียวกับงานของตำรวจครับ คดีที่เกี่ยวพันกับ “ลูกตำรวจ” กระแสสังคมส่วนหนึ่งเรียกร้องให้ตั้งข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต แต่ความจริงคือลักษณะทางคดีข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น พฤติการณ์ซับซ้อน ต้องมีการวางแผน หรือมีการจ้างวานเป็นเรื่องเป็นราว ตรรกะวิบัติคือ เมื่อไม่เข้าข่ายพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คนกลุ่มนี้ก็ตั้งแง่ด่าตำรวจที่ทำคดี โดยเอาความไม่ชอบตำรวจเป็นการส่วนตัวมาผสมกับอารมณ์อภิสิทธิชนในฐานะ “ลูกตำรวจ” บวกเข้าไปด้วย

หรือแม้แต่คดีในท้องที่ต่างๆ เมื่อชาวบ้านเดือดร้อน ตำรวจคือที่พึ่งแรกที่ประชาชนคิดถึง แต่มักจะจบตรงที่ตำรวจถูกด่าในท้ายที่สุด ตำรวจก็มีทั้งดีและไม่ดี หากคิดกลับกันว่าตำรวจก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ก็จะสามารถตระหนักการทำหน้าที่เป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ได้เข้าใจมากขึ้น ขึ้นต้นเป็นกีฬา ไหงลงท้ายเป็นตำรวจ (ฮา)

image