ลูกตำรวจ ชิมลางแมตช์ไอทีเอฟ ประเทศอินโดนีเซีย

525

ชิมลางแมตช์ไอทีเอฟ (ตอน5)

หลังตระเวนแข่งทัวร์นาเมนต์ต่างๆในประเทศจนถึงอายุ 13 ปี ผมให้ลูกชายลองเล่นแมตช์นานาชนิดครั้งแรกรายการไอทีเอฟเกรด 4 ที่บ้านเราเป็นเจ้าภาพ จัดที่สนามลอนเทนนิสฯ ไม่ต้องเสียค่าเคร่ืองบินไปแข่งต่างประเทศ แต่ก็ต้องจ่ายค่าสมัครแข่งแพงกว่า 3-4 เท่า เฉลี่ยเกือบ 2 พันบาท หากเป็นเกรดสูงขึ้นไปตก 2 พันกว่าบาท ถือว่าหนักเอาการเหมือนกันครับ

สำหรับแมตช์ไอทีเอฟถือเป็นทัวร์นาเมนต์มาตรฐานที่จัดแข่งกันทั่วโลก กำหนดเยาวชนอายุตั้งแต่ 13 ปีเต็มไปจนถึงไม่เกิน 18 ปีโดยนับปีเกิด คนที่สมัครต้องมีรหัสไอพินของตัวเอง ค่าสมัครก็ 3-4 พันบาท และต้องต่ออายุทุกปี จากนั้นพอพ้นเยาวชนไปแล้วต้องไปเล่นอาชีพครับ ต้องไต่เต้าเร่ิมต้นแมตช์รายการฟิวเจอร์

แมตช์แรกลูกผมได้เล่นรอบคลอลิฟายด์หรือคัดเลือก เจอกับนักเทนนิสแดนอาทิตย์อุทัยอายุ 15 ปี เป็นรุ่นพี่ 2 ปี พูดถึงนักหวดญี่ปุ่นส่วนใหญ่รูปร่างจะเล็กแคล่วคล่องว่องไว ขึ้นช่ือเร่ืองความอึด เล่นสไตล์ตั้งรับเหนียวแน่น ตีเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตาย ผลการแข่งขันเราแพ้ครับ แต่เกมส์การเล่นสุดประทับใจ ส่วนที่แพ้เพราะประสบการณ์ด้อยกว่าเขามาก

จากนั้นเวลามีแมตช์ไอทีเอฟมาจัดบ้านเรา ผมให้ลูกลงแข่งหาประสบการณ์ทุกครั้ง ถึงแม้จะต้องเสียค่าสมัครแพงก็ตาม ช่วงหลังผลงานดีขึ้นตามลำดับ ชนะรอบคัดเลือกได้เล่นในรอบเมนดรอว์ แต่กว่านักกีฬาแต่ละคนจะได้แต้ม ต้องชนะติดต่อกันถึง 5 รอบ เรียกว่าถ้าไม่เจ๋งจริงยากที่ฝ่าด่านอรหันต์เข้าไปหยิบแต้มทำแร้งก้ิงจูเนียร์ระดับโลกได้ และทุกปีต้องรักษาแต้มให้ได้หรือต้องทำแต้มเพ่ิมขึ้น ถ้าทำไม่ได้อันดับก็จะร่วงลงๆ

ตอนอายุ 13 ลูกผมได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาโครงการของลอนเทนนิสฯได้สิทธิ์ฝึกซ้อมกับโค้ชของสมาคมฯและยังได้ทุนค่าตั๋วเดินทางไปแข่งในต่างประเทศ ส่วนค่ากินค่าอยู่หรือห้องพัก ต้องขึ้นอยู่ผลงาน เน่ืองจากมีการจัดเกรดนักกีฬา แต่ไม่เป็นไรคิดเสียว่าได้แค่นี้ยังดีกว่าไม่ได้เลย อยากได้มากกว่านี้ก็ต้องทำโปรไฟล์ให้ดี

ช่วงหลังลูกผมแทบไม่ได้ให้ลงเล่นแมตช์พัฒนาฝีมือในประเทศเลย เน้นแต่ทัวร์นาเมนต์นานาชาติซึ่งเป็นบัน ไดสู่นักหวดอาชีพและมีผลงานดีขึ้นเร่ือยๆ ก่อนตัดสินใจให้ลูกไปแข่งขันไอทีเอฟที่ประเทศอินโดนีเซียและก้าวไปคว้าแชมป์ชายคู่มาครอง

 แต่การเดินทางไปล่าแต้มในต่างแดนจำเป็นต้องใช้ทุนสูงมาก เอาแค่ประเทศในอาเซ่ียนเพ่ือนบ้านใกล้เคียง ทัวร์นาเมนต์หนึ่งหากใช้ทุนส่วนตัวอย่างต่ำ 6-7 หม่ืนบาท ใครกระเป๋าหนักคงไม่มีอะไรให้คิดมาก แต่ประเภททำงานกินเงินเดือนอย่างครอบครัวผม ต้องทบทวนมากหน่อย ส่วนจะไปพึ่งสปอร์นเซอร์คงยาก เพราะนักกีฬาบ้านเราต้องดังก่อนครับ

———————————————— เดอะวินเนอร์