วงดนตรีการกุศล Sampran Charity มือน้อยๆนายร้อยตำรวจ สร้างสังคม

2160

สนับสนุนเรื่องราวดีดี

วงดนตรีการกุศล Sampran Charity มือน้อยๆของนักเรียนตำรวจ ที่อยากสร้างสรรค์สังคม

น้อง” ฟลุท ” ตำรวจหนุ่มคิดบวก ที่อยากเห็นสังคมดีขึ้น กับวงดนตรีที่หารายได้เพื่อช่วยผู้ด้อยโอกาส

นรต.ธนพล มโนษร ชื่อเล่น ฟลุ๊ท สูง 167 cm
รุ่น 71

-ความฝันวัยเยาว ก่อนเข้า รร.
ตั้งแต่เรียนอนุบาลเวลาครูถามว่าโตไปอยากเป็นอะไร คำตอบผมมีเยอะมาก อยากเป็น ทหาร ตำรวจ นักบิน ครู นักดนตรี เหมือนกับเพื่ิอนคนอื่นๆ แต่พอเริ่มโตขึ้น ความคิดก็จะเริ่มเปลี่ยนไป และผมก็ได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับ บทบาทหน้าที่ของอาชีพตำรวจ และตัดสินใจว่าผมจะเป็นตำรวจ แล้วเริ่มตั้งเป้าหมายกับตัวเอง ผมเริ่มตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตั้งแต่ม.1 โดยที่ทางครอบครัวก็สนับสนุนเต็มที่ จนถึงปีแรกที่ผมได้มาสอบ แต่ก็สอบไม่ติด แต่ผมก็ยังตั้งใจอ่านหนังสือต่อไป จนถึงปีที่สองที่สอบ ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายของผมแล้ว แล้วก็สอบได้ในปีที่สอง

-ทำไมถึงอยากเปน ตำรวจ
ผมคิดว่าอาชีพตำรวจเป็นงานราชการที่มั่นคงและมีเกียรติ “ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ได้ช่วยเหลือผู้อื่น” การที่มีคนมาโรงพักหรือเรียกหาตำรวจ แน่นอนว่าต่างต้องมีความทุกข์ร้อนใจ และการที่จะได้แก้ไขปัญหา และคืนรอยยิ้ม ความสุขกลับมาให้พวกเขาเหล่านั้น ก็เป็นงานของตำรวจ ผมจึงคิดว่านี่แหละ อาชีพที่ผมอยากเป็น

-พอเข้ามาเรียนรร.นายร้อยตำรวจ แล้ว ตรงกับที่คิดไหม
พอได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจแล้วก็ตรงกับที่คิดไว้ การที่จะจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจออกไปเป็นนายตำรวจนั้นผมคิดว่าเรา ย่อมต้องผ่านการเรียนการฝึกที่เข้มข้นอย่างแน่นอน ซึ่งผมก็ได้เตรียมใจมาแล้ว โรงเรียนนายร้อยตำรวจสอนให้ผมรู้จักความอดทน และความมีระเบียบวินัยในตัวเอง และสิ่งต่างๆอีกมากมาย

-เรื่องประทับใจในตอนเรียน
สำหรับผมเรื่องที่ประทับใจที่สุดคือเรื่อง “เพื่อน” ครับ ในห้วงการเรียนการฝึกหรือ ในวันเวลาที่เราต้องผ่านบททดสอบที่มันยากลำบาก จนทำให้เราเหนื่อยหรือท้อแท้ ก็มีเพื่อนนี่แหละครับ ที่กินอยู่ด้วยกัน นอนอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันทุกๆวัน คอยให้กำลังใจ และพากันผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้ เมื่อผ่านมันมาได้แล้วอุปสรรคนั้นหมดไป แต่ที่ยังคงอยู่คือมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจได้สอนให้ผมรู้จักคำว่าความเป็นเพื่อน คำว่าความเป็นรุ่น

“โอกาศมีไว้สำหรับคนที่พร้อมเสมอ”
ผมมักจะบอกตัวเองอยู่เสมอว่าในชีวิตนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสที่อาจจะทำให้เราประสบความสำเร็จ หรือได้แสดงความสามารถ เข้ามาสักกี่ครั้ง ซึ่งมันก็คงไม่ได้มีมาบ่อยๆ ” ผมจึงพยายามเตรียมตัวเองให้พร้อมเสมอ” ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ในเวลาว่างก็หาสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วทำมันให้ดีไปเลย” เพื่อวันหนึ่งถ้าโอกาสนั้นของผมมันได้ผ่านเข้ามาจะได้มีความพร้อมที่จะคว้ามันไว้ให้มั่น และไม่ต้องมานั่งเสียใจว่าเราได้ปล่อยให้โอกาสอันมีค่าหลุดมือไปเพราะตัวเราเองไม่สามารถใช้โอกาสนั้นได้”


“รักษาความไม่ประมาทในชีวิต ” อุดมคติตำรวจที่จำขึ้นใจ

คำสอนที่ตำรวจจะต้องท่องให้ได้ เรียกว่า “อุดมคติตำรวจ มีทั้งหมด9ข้อ”
แต่มีข้อหนึ่งที่ผมชอบมากที่สุดพูดว่า “รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต” “คำสอนนี้สอนให้ผมทำอะไรอย่างมีสติ รอบคอบ” ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท ไม่ได้ใช้ในกับอาชีพตำรวจอย่างเดียว อาชีพใหนก็ตาม หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันทั่วไปก็สามารถนำคำสอนนี้ไปใช้ได้และผมคิดว่าจะเกิดประโยชน์กับตัวเราอย่างอย่างมาก

-ตำรวจที่ดี ” ไม่ใช่ตำรวจที่เก่งที่สุด แต่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด ซื่อสัตย์ต่อประชาชน”

สำหรับผมตำรวจในอุดมคติ อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจที่เก่งที่สุด หรือดีที่สุด ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตนเองอย่างเต็มที่
ด้วยความ “ซื่อสัตย์ สุจริต สุภาพต่อประชาชน และมีความรับผิดชอบ ” ผมคิดว่าเท่านี้ก็จะเป็น ผู้พิทักษ์สันติราฏร์ที่เป็นที่รักของประชาชน เป็นตำรวจในอุดมคติของผมแล้วครับ

-อยากเรียนต่อด้านไหน เมื่อเรียนจบแล้ว จริงๆแล้วผมชอบภาษาอังกฤษมากๆ ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม พยายามฟังเพลง ดูหนัง ที่เป็นภาษาอังกฤษ และยังมีโอกาสได้เรียนภาษาจีนด้วย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากศึกษาต่อในด้านภาษาอย่างจริงจัง โลกในปัจจุบันผมคิดว่าภาษามีความสำคัญอย่างมาก จะต้องได้ใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน


-เล่าเรื่องวงดนตรี ที่ทำกับเพื่อนๆให้ฟังหน่อย
จุดเริ่มต้น เสียงตอบรับ
วงดนตรีนี้เดิมเป็นกลุ่มเพื่อนๆที่รักใน
การเล่นดนตรีตั้งแต่เรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร ในแต่ละปีจะพากันไปเล่นดนตรีตามสถานที่ต่างๆปีละครั้งถึงสองครั้ง รับบริจาคเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส แต่เมื่อจบจากโรงเรียนเตรียมทหารต่างคนก็แยกย้ายกันไปตามเหล่าของตัวเอง หลังจากนั้นก็ได้มีเพื่อนชักชวนผมให้มาสานต่อกิจกรรมที่เพื่อนๆเคยได้ทำไว้
เดิมทีครอบครัวผมคุณพ่อก็เป็นนักดนตรีอยู่แล้ว ผมก็ชอบในการเล่นดนตรีร้องเพลง จึงตอบตกลงในทันที เพราะมันก็เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทำแล้วมีความสุขและยังได้ช่วยเหลือสังคม
จากนั้นผมก็ได้เริ่มมาซ้อมมาเล่นดนตรีด้วยกัน และได้ตั้งชื่อวงกันว่า “Sampran Charity”
วงดนตรีของนักเรียนนายร้อยตำรวจ ” ครั้งแรกที่ได้ไปเล่นดนตรีการกุศลนำเงินมาช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส” ในนามของ Sampran Charity เสียงตอบรับค่อนข้างดีมาก และหลังจากนั้นก็ได้ไปเล่นดนตรีอีกหลายที่ เล่นงานที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจบ้างบางโอกาส และได้เข้าประกวดวงดนตรีตามอีเว้นท์ต่างๆก็มีแพ้บ้างชนะบ้าง ผมคิดว่าอาชีพตำรวจนั้นนอกจากจับโจรผู้ร้ายและ ดูแลประชาชน การสร้างความสุขให้กับประชาชนก็เป็นหน้าที่หนึ่งเช่นกันที่ผมภูมิใจและมีความสุขที่ได้ทำ โดยสำหรับ Sampran Charity นั้นเป็นการสร้างความสุขให้กับประชาชนด้วยเสียงดนตรี

-ฝากอะไรถึงประชาชน ที่กำลังอ่านคอลัมนี้
เราทุกคนต่างมีความฝันเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องมีความฝันเดียว เราอาจจะมีเป้าหมายที่คิดว่าจะต้องทำให้สำเร็จไห้ได้อยู่หลายอย่าง อย่างอยากเป็นตำรวจ อยากเป็นนักดนตรี ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มทำตามความฝันเหล่านั้น มันอาจจะต้องเจออุปสรรค เจอความยากลำบากสักหน่อย แต่ผมเชื่อว่ามันคงไม่ยากเกินความพยายามของเรา อยากให้ทุกคนสู้เพื่อทำตามความฝันของตัวเอง วันนี้ผมได้บรรลุเป้าหนึ่งในหลายความฝันของผม ที่จะได้จบออกไปเป็นตำรวจ ดูแล ความสงบเรียบร้อยของสังคม บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ร่วมกับตำรวจไทยทุกท่าน ที่พร้อมและยินดีให้บริการ ประชาชนทุกท่าน ด้วยความเต็มใจเสมอ

ทิ้งท้ายกับหนุ่มอนาคตไกล คิดบวก “ผมคิดว่าอาชีพตำรวจนั้นนอกจากจับโจรผู้ร้าย และ ดูแลประชาชน การสร้างความสุขให้กับประชาชน “