เก่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! ออม มติชน ประจำ สตช. เหยี่ยวข่าวสาวสุดเจ๋งในรอบ 10 กว่าปี

4926

ในแวดวงสื่อมวลชนสายตำรวจ ถ้าคุณบอกบอกไม่รู้จัก “ออม มติชน” เชื่อได้เลยว่าคุณยังมาไม่ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คุณยังเป็นนักข่าวที่อาจไม่รู้ทิศทางแวดวงนี้ดี หรือ คุณอาจเป็นรุ่นใหญ่ที่ไม่อัพเดทความเคลื่อนไหว – ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแวดวงสื่อในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ความคิดของผู้เขียนเอง ออม มติชน เหมือนเป็นโลโก้นักข่าวยุค 90 ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวท๊อป เป็นคนเก่งที่มองข้ามผ่านไปไม่ได้ ความขยันขันแข็ง ความมุ่งมั่นในตัวเนื้องาน รวมถึงคุณภาพผลลัพธ์ที่ออกสู่สายตาหลายๆคนบ่งชี้ได้ชัดเจนถึงพื้นฐานความรู้-ข้อมูลในสมอง กับการเป็นนักข่าวสายตำรวจทึ่เธอคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงนี้มานานพอๆกับตัวผู้เขียนเอง

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน วันแรกจนถึงวันนี้ที่รู้จักออม คำว่า “นักข่าวคุณภาพ” ใช้ได้กับเธอเสมอ จนใครหลายๆคนยกให้เธอเป็น “ที่สุดของนักข่าวสาวสายตำรวจ” เก่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว… 10 กว่าปีที่ผ่านมาบนทางนักข่าวสายนี้ ผู้เขียนยังมองไม่เห็นเลยจริงๆว่า จะมีนักข่าวสาวคนไหนที่เพียบพร้อมเท่าเธอคนนี้

ผู้เขียนมีความภูมิใจ และดีใจที่ได้นำเสนอเรื่องราวของออม ถ่ายทอดสู่สายตานักข่าวยุคเก่า-ยุคใหม่ ให้ได้ทราบถึงแนวคิด ความเป็นมาของออมตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงปัจบัน …. แล้วทุกคนจะรักออม “รักในแบบที่คนสนิทหลายๆคนรักเธอ” รักในมุมมองความคิด รักในผลงาน รักในความมาดมั่นตั้งใจทำงาน ผู้เขียนเองก็ตกหลุมรักเพื่อนสาวคนนี้มายาวนานกว่า 10 ปี จนบัดนี้ก็ยังรักไม่เปลี่ยนเลย…

image

Q :: สวัสดีค่ะออม แนะนำตัวกับเพื่อนๆหน่อยคะ

Oom :: ชื่อ”ออม”ค่ะ ชื่อจริง จันทรพร กุลโชติ เป็นสาววัย 30++ ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยหัวหน้าข่าว โต๊ะข่าวในประเทศ หรือจะเรียกว่าโต๊ะตำรวจ หรือโต๊ะกระบวนการยุติธรรมก็ได้ค่ะ กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน บริษัทมติชนจำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เกิดและโตที่จังหวัดปัตตานี เป็นคนไทยเชื้อสายจีน นับถือศาสนาพุทธร่วมประเพณีจีนและมุสลิมตามวิถีคนปัตตานีทั่วไป เรียนจบมัธยมจากโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จ.ปัตตานี จากนั้นเข้ามาเรียนในกทม. ที่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ ม.หอการค้าไทย เรียนต่อปริญญาโทสาขาการจัดการ ม.ศรีปทุม ตอนนี้ยังไม่จบบริบูรณ์ เลือกเรียนสาขาวารสารฯ เพราะอยากเป็นนักข่าว นั่นคือความมุ่งมั่น แต่สายอาชญากรรมและสายตำรวจ ไม่อยู่ในความคิดเลยจริงๆ กลัวเลือด เซนซิทีฟกับการสูญเสีย กลัวที่จะพบเห็นการตาย แต่การทำข่าวสายนี้เปลี่ยนเราให้กลัวน้อยลง

image

สิ่งที่เราคิดก่อนเรียน สิ่งที่เรียน กับโลกของนักข่าวจริงๆ มันไม่เหมือนกันเลย แต่ยิ่งอยู่ในอาชีพนี้นานๆยิ่งรู้ว่ามันช่างแตกต่าง แต่ก็หลงรักอาชีพนี้ไปแล้ว แอบเบื่อบ้างตามธรรมดา แก่แล้วบางโมเม้นต์ก็หมดไฟ เคยท้อ เคยถอย แต่ไม่ถอดใจ มีครอบครัวและคนรอบข้างเป็นกองเชียร์เป็นพลังให้ตลอดเวลา

Q :: ตั้งใจมาทำงานสายนี้เฉพาะเจาะจงเลยใช่มั้ยค่ะ?

Oom ::  ใช่ค่ะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยรู้ตัวว่าไม่มีเส้นสาย ไม่รู้จักใครในแวดวงนี้ มหาวิทยาลัยเราก็ไม่ธรรมดาหรอกนะ แต่ก็ยอมรับว่าในยุคนั้นมีคณะดังๆมหาวิทยาลัยดังๆเป็นตัวท็อปอยู่ นั่นคือความคิดแบบเด็กๆ ทำให้ตอนนั้นคิดว่าถ้าเราอยากจะเป็นนักข่าว อยากได้งาน เราต้องพยายามมากกว่าคนอื่น อยากอยู่ที่ไหน เอาตัวเองไปที่นั่น ฝึกงานตั้งแต่ปี 2 จริงๆตามหลักสูตรเค้าให้ฝึกตอนปี 4 ตอนปี 2 ไปขอฝึกงานโรงพิมพ์แห่งหนึ่งแถวบางเขน เป็นโรงพิมพ์ของเพื่อนอาจารย์ อ.โศภน กัณหะเสน อาจารย์ที่ปรึกษา พอปี 3 ก็ขอมาฝึกงานที่มติชน อยู่ในกอง บก.มติชน โต๊ะข่าวเฉพาะกิจ ตรงนี้เองคือจุดเริ่มต้นของทุกวันนี้

Q :: เล่าลักษณะการทำงานของโต๊ะข่าวเฉพาะกิจหน่อยค่ะ

Oom :: ที่โต๊ะเฉพาะกิจ ที่มติชนในยุคที่เราเข้ามาทำงาน ซึ่งยุคนั้นทำข่าวอย่างเข้มข้น ทำสกู๊ปอย่างสนุกสนาน สร้างให้เราเป็นนักข่าวอย่างทุกวันนี้ สร้างคำว่าครอบครัว “มติชน” จำได้ว่าข่าวแรกที่ได้รับมอบหมายให้ทำ คือ เรื่อง “จดหมายจากแดน 5” พี่บก.เอาจดหมายฉบับหนึ่งมาให้อ่าน ให้ไปตามเรื่องนี้ต่อ เล่าคร่าวๆเป็นเรื่องของ ผู้ชายคนหนึ่งที่เรียนจบวิศวะฯจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ถูกตำรวจภาค 5 จับกุมในคดียาเสพติดพร้อมกับพ่อ ที่นานๆเจอกันที ในคดีจำหน่ายยาเสพติด ผู้ชายคนนี้เขียนจดหมายมาจากคุกบางขวาง เล่าเหตุการณ์ต่างๆสรุปความว่า เขาอ้างว่าเขาถูกยัดเยียดข้อหา ทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์

image

เราจำเหตุการณ์ที่เขาเล่าได้แม่นเลย วันที่ 2ของการฝึกงาน ลุยเดี่ยวเลยไปขอเบิกตัวนักโทษคนนี้ที่เรือนจำบางขวางและได้คุยกับเขา พี่บก.ให้ตามคดีนี้ ทุกแง่มุม จนสื่ออื่นๆเริ่มตามข่าวนี้ ไปนั่งฟังในศาล ตอนนั้นบอกตรงๆไม่รู้เรื่องเลย อัยการคืออะไร ศาลคืออะไร ตำรวจชุดจับกุมในคดีนี้คือแหล่งข่าวตำรวจคนแรกที่ได้สัมภาษณ์ นี่คือการฝึกเราจริงๆ เปิดโลกของเด็กฝึกงานคนนึงเลยล่ะ

พอปี 4ก็ขอมาฝึกงานที่เดิมอีก โต๊ะเฉพาะกิจมติชน ทำข่าวสัมมนา ข่าวเกี่ยวกับการเมืองประชาธิปไตย การชุมนุม ตอนนั้นมีม็อบหน้าทำเนียบเต็มเลย ตอนนั้นสนุกชอบทำข่าว ได้ทำสกู๊ปข่าวสนุกๆเยอะเลย งานข่าวตอนนั้นสอนเราเยอะมาก โชคดีมีพี่ๆฝึกงานที่ดีและเก่ง ได้อยู่กับน้าติ๊ง ตวงศักดิ์ คนนี้คือตำนานนักข่าวรุ่นเก๋า คือครูของเรา ได้ทริคจากน้าเยอะมาก

Q :: ประวัติการทำงานค่ะ แล้วทำไมถึงเลือกที่จะมาทำงานสายตำรวจ /ทำไมต้อเป็นมติชน?

Oom :: สัญญากับแม่ว่าถ้าเรียนจบแล้ว หางานที่อยากทำไม่ได้ภายใน 1เดือน ต้องกลับบ้านที่ปัตตานี ไปสอบราชการ เพราะเป็นลูกสาวคนเล็ก พ่อกับแม่จึงห่วงเป็นพิเศษ แต่เราอยากเป็นนักข่าวมาก จึงไปสมัครงานที่แรก ทำงานเป็นนักข่าวประจำตลาดหลักทรัพย์ ของเว็ปไซต์อีไฟแนนซ์ไทยดอทคอม เว็บไซท์ข่าวแบบเรียลไทม์เพื่อนักลงทุน สอบเสร็จวิชาสุดท้าย รุ่งขึ้นทำงานเลย เป็นคนใจร้อน กลัวแม่ให้กลับบ้าน 555

งานวันแรกงงมากค่ะ หุ้น เซทอินเดกซ์ หุ้นรีบาวน์ ไม่รู้เรื่องเลย การลงทุนหลักร้อยล้านเขาไม่พูดกัน เขาคุยกันหมื่นล้านพันล้าน แต่ละศัพท์ที่เขาใช้กัน ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ศัพท์การเงิน ทับศัพท์ 90เปอรเซ็นต์ อาศัยเป็นเด็กช่างถามเอาตัวรอดมาได้ เว็บไซต์ข่าวแบบเรียลไทม์ ต้องแข่งกับเวลาและคู่แข่ง เรากดดันมาก แต่ก็ทำให้ได้ความรู้มาก พี่ๆนักข่าวคนอื่นๆเขาเก่งกันแล้ว เขารู้เรื่องหมดเลย มีแต่เราที่ยังงงๆ

ว่างๆจากการทำข่าวจะแอบไปเข้าห้องสมุดมารวย ที่ตลาดหลักทรัพย์ อ่านๆเยอะๆเผื่อจะมีความรู้มากขึ้น ก็ช่วยได้นิดหน่อย ทำไปได้ไม่นานรู้สึกไม่ชอบสายข่าวนี้ เรามีความตั้งใจของเรา ก็ย้ายไปทำข่าวการเมืองเว็บไซต์ข่าวผู้จัดการ ยุคแรกๆของเว็บไซต์เลย ทำได้แป๊บเดียวพี่ที่มติชนก็ชวนมาอยู่โต๊ะกระบวนการยุติธรรม เราตั้งใจจะมาที่นี่ตั้งแต่ต้น จึงตอบรับทันที

image

วันแรกในฐานะนักข่าวทดลองงานของมติชน เริ่มงานในวันอาทิตย์ถูกส่งไปที่เรือนจำพิเศษ ที่อยู่ตรงข้ามบช.ปส. ให้เฝ้าผู้ต้องหากลุ่ม เจมาห์อิสลามิยาห์ หรือเจไอ และเล่าต๋า แสนลี่ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด นั่งคุยกับตำรวจสันติบาลที่อยู่หน้าคุกทั้งวัน แต่ก็ได้ข่าวนะ พอวันจันทร์ พี่เกรท หัวหน้าโต๊ะข่าวในตอนนั้นก็ส่งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนักข่าวสายตำรวจ

พ่อเป็นตำรวจยศ ด.ต.ที่ปัตตานี ชีวิตผูกพันกับตำรวจ เด็กๆตามพ่อไปห้องวิทยุ เลิกเรียนพิเศษรอพ่อที่ทำงานเป็นประจำ รับรู้ชีวิตตำรวจ เรื่องเล่าของพ่อสมัยยังสู้รบ ผกค.ที่เขาบูโด เราซึมซับชีวิตตำรวจมาตั้งแต่เกิด แต่การเป็นนักข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมันต่างกันมาก เด็กๆเวลาไปรอพ่อชอบไปยืนดูแผ่นชาร์ทรูปผู้บังคับบัญชา ชอบอ่านชื่อ จำชื่อ ว่าใครเป็นใคร ไม่คิดว่าจะได้มาเจอตัวจริง พอมาทำงาน เจอพล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร.ในตอนนั้นตัวจริง ตื่นเต้นเลย

Q :: สมัยที่ออมเป็นนักข่าวแรกๆ ปฏิบัติตัวอย่างไร?

Oom :: สมัยเราเป็นนักข่าวใหม่ๆเดินตามพี่ๆ แต่ก็ถูกสอนให้เป็นตัวของตัวเอง ถามเอง อยากรู้ต้องถาม เป็นนักข่าว 5W 1H เราต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง ทำเอง เขียนเอง ยุคนั้นยังใช้พิมพ์ดีด พิมพ์ ปริ้นต์ ส่งแฟกซ์ โทรส่ง เทคโนโลยีระดับนั้นสอนให้เราทำด้วยตัวเอง รอบคอบ แต่ข้อเสียคือมันไม่เร็วเหมือนสมัยนี้ แต่รู้สึกโชคดีที่ได้เป็นนักข่าวตั้งแต่ยุคนั้น พี่ๆนักข่าวทั้งรุ่นใหญ่ในมติชน และพี่ๆนักข่าวที่ ตร. หลายคนสอนให้เราทำข่าวสายนี้เป็น ข่าวแต่ละสายก็ต่างกัน วัฒนธรรมของนักข่าวแต่ละสายและละที่ก็ต่างกัน

image

ช่วง2-3ปีแรก เข้าห้องสมุดอีกแล้ว ไปที่ห้องสมุดตร.อยู่ชั้ย 15อาคาร 1 ไปมันทุกวัน หาข้อมูล กฎหมาย ระเบียบ และก็รุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ พี่ๆสอนว่าเป็นนักข่าวประจำตร.ต้องรู้จักตำรวจ ใครรุ่นไหน อย่างไรต้องจำให้แม่น ก็พยายามจำ กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องต้องรู้ ตอนฝึกงานที่มติชนพี่สอนว่าต้องรู้รัฐธรรมนูญ นี่คือกฎหมายแม่เป็นหลัก

ตอนนั้นพกรัฐธรรมนูญฉบับเล็กๆในกระเป๋า ข้องใจตรงไหนเปิดอ่าน กฎหมายตำรวจ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ต้องจำ ต้องเข้าใจ ช่วงปีแรกๆของการทำงานข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยความที่พื้นฐานน้อย เราไม่เคยผ่านการทำข่าวตระเวน ข่าวโรงพัก ข่าวกองปราบ หรือนครบาลมาก่อน จู่ๆมาตร.เลย ระดับบริหารเลย เราจึงต้องปูพื้นให้แน่น เราอาจไม่แม่นเรื่องคน แต่หลัก กฎหมาย กระบวนการต่างๆพยายามสร้างให้เราแน่น เวลาพี่ๆเขาล้อมวงเล่าเรื่องราวเก่าๆกัน ตามไปฟังด้วย เราอยากรู้

ทำข่าวได้ไม่นาน ก็มีข่าวปลด ผบ.ตร. แต่งตั้งผบ.ตร.ใหม่ เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับตำแหน่งผบ.ตร. และก็ได้เห็นในทุกยุค ทุกการเปลี่ยนแปลง

image

Q :: มองความเปลี่ยนแปลงของงานข่าวสายตำรวจอย่างไร ?

Oom :: เปลี่ยนเยอะมาก แต่ความเป็นหนังสือพิมพ์ วิถีสิ่งพิมพ์ วิธีเรียนรู้แบบเก่ายังใช้ได้อยู่ น้องๆรุ่นใหม่ในสายหนังสือพิมพ์ยังถูกบังคับให้เรียนรู้แบบนั้น เมื่อก่อนคำว่านักข่าวไดรว์เอ ก็สะดุ้ง หน้าชาแล้ว เดี่ยวนี้ไลน์กรุ๊ปเลยค่ะ เสน่ห์ของงสไตล์บุ๊คหายไป บางทีคิดว่าคนอ่านอยากได้ความแตกต่างนะ เร็วได้แต่ต้องถูกต้องที่สุด อันนี้โจทย์ใหญ่วงการสื่อนะ การทำข่าวในยุคนี้มันทำให้ใครๆก็เป็นนักข่าวได้ ง่ายมาก แต่อย่าลืมว่าการเป็นนักข่าวมืออาชีพ นักข่าวที่เก่งและมีกึ๋น และเป็นที่ยอมรับ ไม่ง่ายนะ ใช่ว่าใครก็เป็นได้ ตัวเองก็ยังพยายามอยู่เลย

งานข่าวเป็นอะไรที่ต้องให้เวลา บางทีก็ว่างจัง แต่บางทีก็ยุ่งชะมัดปลีกตัวไม่ได้เลย เวลาไม่แน่นอนคล้ายๆตำรวจเลย แต่ตำรวจเขางานเยอะกว่าเราหลายเท่า เราต้องรู้จักบาลานซ์ชีวิตด้านอื่นๆด้วย เพราะชีวิตคนเรามีหลายองศา พอทำงานนานไปจะให้เวลาครอบครัวให้เวลาตัวเอง คนรอบข้างมากขึ้น ใส่ใจสุขภาพ เชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐานชีวิตเรา ถ้าเหล่านี้ดี ชีวิตเราดี งานเราก็จะออกมาดีด้วย

Q :: มุมมองของออมที่มีต่อน้องๆนักข่าวรุ่นใหม่?

นักข่าวรุ่นใหม่ๆหลายคนก็มีอะไรสร้างสรรค์ น่าสนใจ น่าชื่นชมมาก นักข่าวยุคนี้ขยัน ไวกับสิ่งรอบข้าง เพราะเดี๋ยวนี้อะไรๆก็เป็นข่าว มีโลกโซเชียลเข้ามา มันทำให้นักข่าวรุ่นกลางๆไปจนถึงรุ่นใหญ่ต้องปรับตัว

Q :: เล่าถึงตำรวจในดวงใจซัก 2 ท่าน ให้เราฟังหน่อยค่ะ

Oom :: ขอเป็นผบ.ตร.ละกัน คนแรก พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร. อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ช่วงที่ท่านเป็นผบ.ตร. แทบไม่ได้ข่าวจากท่านเลย สัมภาษณ์กันนับครั้งได้ ได้สัมผัสท่านมากขึ้นหลังเกษียณฯ แต่ช่วงที่ท่านเป็นผบ.ตร.ก็รับรู้ได้ว่าตำรวจดูดีนะ ไม่หวือหวาแต่ภาพรวมออกมาดี ท่านเป็น ผบ.ตร.ที่จริงใจ ใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่ ชอบอะไรที่ตรงไปตรงมา นี่คือตัวอย่างของภาพลักษณ์ที่ดีของผู้นำ

อีกท่าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผบ.ตร.ตอนนี้ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์ เชื่อว่าท่านยังเป็นผบ.ตร.ในดวงใจของตำรวจหลายๆคน เป็นต้นแบบของตำรวจนักบริหาร นักพัฒนา นักสู้ นักรบท่านหนึ่งเลย จริงๆมีอีกเยอะนะ

image

Q :: นักข่าวสายตำรวจที่เราคิดว่าเค้ามีทั้งศักยภาพ คุณภาพ?

Oom :: มีเพียบทุกคนมีดีในตัวเองทั้งนั้น ใครเก่งใครดีเราก็เอาเป็นตัวอย่างเป็นต้นแบบ

Q :: ทุกครั้งที่ ตำรวจเสียชีวิต หรือ บาดเจ็บ หรือ จะโดนรังแกในรูปแบบไหนก็ตาม เรารู้สึกอย่างไร

Oom :: ในฐานะประชาชนคนนึง ลูกตำรวจด้วย เป็นนักข่าวสายนี้อีก ความรู้สึกมันเพิ่มขึ้นตามความสัมพันธ์ไม่มีใครอยากให้สูญเสีย จะรู้สึกแย่มากถ้าตำรวจรังแกกันเอง ทอดทิ้งกันเอง ตอนจ่าเพียร พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีตผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เสียชีวิต ร่วมกับพี่ๆน้องๆนักข่าวในตร.ทำเสื้อยืดขายหาเงินช่วย บางทีด้วยบทบาทสื่อมวลชนทำให้เราต้องเลือกวิธีแสดงออก

อะไรก็ตามควรอยู่บนพื้นที่ฐานของความถูกต้อง พอดี ถ้าตำรวจดูแลกันเองดีๆไฟท์เพื่อองค์กรเยอะๆทั้งสวัสดิการ สิทธิต่างๆให้ตำรวจมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ ให้ได้รับเท่าเทียมกับที่ต้องจ่าย หรือให้กับสังคมตามที่ถูกคาดหวัง ทำให้เงินกับกล่องบาลานซ์กัน ตำรวจบางคนจะได้ไม่ไปใช้กล่องที่ตรงนี้หมายถึงบารมีในทางที่ไม่เหมาะสม มองว่าตำรวจไทยจะเลิศมากถ้าคนในบ้านดูแลกันดีๆ ตำรวจไทยเก่งนะ ไม่แพ้ใครหรอก อาวุธดีไม่เท่าขวัญกำลังใจดี อดีตผบ.ตร.ท่านหนึ่งกล่าวเสมอ

image

Q :: คิดว่าว่าตำรวจมีบทบาทอย่างไรกับสังคมไทย ?

Oom :: ถ้าตำรวจเป็นอยู่ดี เราก็มีโอกาสจะมีแต่ตำรวจดีๆ แล้วสังคมก็จะได้ผลดีด้วย สังคมดีก็สร้างตำรวจดีนะ เราจะหวังตำรวจดีจากสังคมที่ไม่เข้าท่าคงไม่ได้หรอกมั้ง เราต้องให้กำลังใจกันนะ ถ้าไม่ดีก็ต้องปรับ สังคมนี้อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ตำรวจเยอะ แต่จริงๆแล้วประชาชนเขารู้ว่าต้องพึ่งตำรวจได้แล้วเขาก็อยากเจอตำรวจดีๆ นี่มองระดับชาวบ้าน ระดับประชาชนนะ ถ้าระดับประเทศนี้ตำรวจมีบทบาทสูงมากจริงๆ

image image