สิทธิเสรีภาพในการ โพสต์
โอ้..เหล้าจ๋าหันมายิ้มหน่อยสิ

คอลัมน์ อาชญา(ลง)กลอน
โดย…ธนก บังผล

โกวเล้ง เคยกอดคอสหายในวงสุราก่อนจะหลุดวลีเด็ดอมตะไว้ว่า “ข้าไม่ติดใจในรสชาติของสุรา หากแต่ชื่นชอบบรรยากาศการร่ำสุรา ดื่มสุรากับสหายรู้ใจ แม้ดื่มพันจอกก็มิเมามาย”
ผมไม่แน่ใจว่าผู้ออกกฎหมายห้ามโพสต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ จะเข้าใจประเด็นนี้หรือไม่ เมื่อส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่มีรสนิยมในบรรยากาศนั้น

“มือถือสากปากถือศีล” ใครบางคนสบถพร้อมถุยน้ำลายเฉียดแก้วน้ำเมาไปไม่ไกล
ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น เยอรมัน หรือภาษาคอบอลให้ฉายาว่าเมืองเบียร์ เขามีกฎหมายประเภทนี้ไว้คอยห้ามประชาชนผู้เสียภาษีหรือไม่ ผมไม่อาจทราบได้ แต่ทราบอย่างหนึ่งว่าเขาให้ความสำคัญกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเกิดจากการหลอกลวง เผยแพร่ข้อความที่ทำให้ผู้อื่นกลายเป็นเหยื่ออยู่ในอันตราย

และตำรวจก็ไม่ว่างพอที่จะต้องมาตามเช็คเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมประชาชนว่าใครโพสต์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ้างผมคิดเชื่อว่าตำรวจไทยเองก็ไม่ว่างเช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะให้รางวัลกับผู้ชี้เบาะแสทำไม ใช่ไหมครับ (ฮา)

ใครจะโพสต์อะไรบนพื้นที่ส่วนตัวเช่นโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับความผิดตามมาตรา 112 และความมั่นคง กับกลายเป็นผู้ต้องหาที่มีค่าปรับและบทลงโทษหนักกว่าอาชญากรบางประเภท เป็นไปได้อย่างไรบนผืนดินสยาม

หลักใหญ่ใจความของการบังคับใช้กฎหมายนี้ซึ่งมีมาตั้งแต่ 2551 นั้น มีไว้เพื่อไม่ให้เหล่าดารา ศิลปิน ผู้มีชื่อเสียง รับเงินเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์โดย “ไม่เสียภาษี” เข้ารัฐ เรื่องก็มีเท่านี้เองครับ ซึ่งต่อมาลุกลามบานปลายกลายเป็นห้ามพริตตี้ พีจี โฆษณาโปรโมชั่นเครื่องดื่มของทางร้านไปได้อย่างไร
ผมสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า การโพสต์เพื่อเชิญชวนคนอื่นบนเฟซบุ๊กจะทำให้เพื่อนอยากดื่มเหล้าได้อย่างไร ยิ่งหากเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กที่ไม่รู้จัก ไม่ได้ว่าง ไม่ได้อยู่ใกล้

เมื่อห้ามโพสต์ รัฐบาลก็ต้องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดครับ ตัดปัญหาที่สาเหตุจะได้ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้โพสต์กวนใจผู้มีอำนาจออกกฎหมายห้ามโพส์แต่กลับสนับสนุนให้กลุ่มทุนผูกขาดอยู่เพียง 2 รายในประเทศไทย นี่กฎหมายประเภทไหนกันครับ

สุดท้ายนี้ผมจะแนะนำให้รู้จักกับ “เหมาไถ” เมรัยชาติมังกร ซึ่งหาอ่านได้ในอินเตอร์เนตทั่วไป พร้อมรูปภาพ (ไม่ยักจะโดนจับปรับ…เออ แปลกดีประเทศนี้) ผมลอกมาทั้งดุ้นเพื่อไม่ให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้โฆษณา ดังนี้ครับ

เหมาไถ : เมรัย ชาติ มังกร!! นี่คือ เหล้าจีนมีชื่อเสียงติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก และชาวจีนต่างเชิดชู ”เหมาไถ” ให้เป็นเหล้าประจำชาติโดยพร้อมเพรียง จนมีคำสมญานามว่า “ กั๋วจิ่ว เหมาไถ” ซึ่งแปลว่า “ เหมาไถ = เหล้าของจีน ”

แน่นอนค่ะ ว่าเมาไถ มีดีจริงๆ ขนาดอดีตผู้นำรัฐบาลจีน ตั้งแต่ ท่านเหมาเอย ท่านเติ้งเอย ต่างยกจอกให้เป็นเหล้าในดวงใจ เท่านั้นยังไม่พอนะคะ เหมาไถ ยังกลายเป็นเหล้าระดับ VIP สำหรับเวลคัมบุคคลสำคัญของรัฐบาลจีนอีกหลายต่อหลายคนในหลายๆยุค!

ส่วนประชาชนธรรมดาๆก็นิยมใช้เหมาไถในสารพัดพิธีมงคลตั้งแต่รวมญาติ ขึ้นบ้านใหม่ ยัน แต่งผัวแต่งเมีย เอะอะก็ซด เอะอะก็ซด จนทำให้เหมาไถมียอดจำหน่ายสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (34,000 ล้านบาท)!!!!

ในขณะรางวี่รางวัลการรันตีความล้ำเลิศของรสชาติก็ไม่ต้องพูด เพราะตะลุยทุกสารทิศจนคว้าเหรียญทองมาหลายเวทีฉะนั้น นี่คือ เหล้าที่ชาวมังกรยอมคาราวะในความเยี่ยมยุทธ์เหนือใคร จริงๆ!!
…อ่านแล้วลองคิดดูเอาเองครับว่าตำรวจควรมายุ่งเรื่องนี้หรือเปล่า ผมละงงจริงๆ