เผยโฉมหน้าลูกตำรวจนักหวด คว้าแชมป์เพื่อพ่อ

471

“อกนิษฐ์ พุ่มจิตร”
ประเดิมแชมป์ไอทีเอฟ (ตอน13)

หลังจากผมได้ถ่ายทอดประสบการณ์บทบาทการเป็นพ่อแม่นักกีฬามาพอสมควร และได้ปิดบังช่ือลูกชายมาตลอด เพราะตั้งใจมาตั้งแต่ต้นว่าวันหนึ่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม คิดว่าน่าจะเปิดตัวลูกชายให้ทุกคนได้รับรู้ และเหตุผลหลักในการเปิดตัวก็คือลูกต้องแสดงศักยภาพเป็นที่ประจักษ์ในวงการลูกสักหลาดโลก หมายถึงเป็นแชมป์ไอทีเอฟ ซึ่งมีนักเทนนิสเยาวชนเล่นกันทั่วโลก

ในที่สุดลูกผมก็ทำสำเร็จครับด้วยการกระชากแชมป์ชายเดี่ยวครั้งแรก และเป็นแชมป์ในบ้านเกิดรายการพีทีที-ไอทีเอฟ จูเนียร์ เกรด 5 ที่เพ่ิงรูดม่านไปสดๆ ร้อนๆ ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิส เมืองทองธานี เม่ือวันที่ 17 มิ.ย.60 ทำให้ช่ือของ “อกนิษฐ์ พุ่มจิตร” หรือที่เพ่ือนๆรู้จักกันว่า “ไทเกอร์” ลูกชายผมถูกจารึกเป็นแชมป์นานาชาติ ถึงแม้จะเป็นถ้วยใบเล็กๆ แต่ก็เป็นจุดเร่ิมต้นที่สร้างความมั่นใจให้เราก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

ตอนจัดสาย ลูกผมอยู่ในอันดับ 496 เยาวชนโลกและถูกจัดเป็นมือวาง 1 หรือเป็นเต็งหนึ่งของรายการ ทำให้แบกรับความกดดันอยู่ไม่น้อย เพราะจริงๆแล้วหากเทียบกับนักเทนนิสต่างแดน ประสบการณ์ในเวทีระดับนานาชาติลูกผมเป็นรองเยอะมาก เน่ืองจากออกแข่งขันในต่างแดนน้อยมาก ด้วยข้อจำกัดเรื่องทุนทรัพยที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ในการออกทัวร์ ไหนจะค่าตั๋วเคร่ืองบิน ค่าที่พัก และอาหารการกิน

ตอนอายุ 15 ลูกผมเคยทำอันดับที่ 400 กว่ามาแล้วและตั้งเป้าติดอันดับ 200 ของโลกตอนอายุ 16 และอายุ 17 อยู่ในท็อป 100 ได้เล่นแมตช์แกนสแลมจูเนียร์ แต่มีอันต้องหยุดชะงักไป เพราะมีการเปลี่ยนผู้บริหารของสมาคมกีฬาเทนนิสฯ ทำให้ลูกชายผมที่เป็นนักกีฬาโครงการ ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากสมาคมฯก็ต้องม้วนเส่ือไปโดยปริยาย ได้แข่งแต่ในประเทศที่ปีหนึ่งจัดแค่ 5 ทัวร์นาเมนต์เท่านั้น ส่วนที่อเมริกา ยุโรป หรือมหาอำนาจเอเซียอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีมีแมตช์ให้เล่นมากกว่าหลายเท่าตัว


กว่าคลื่นลมจะสงบ ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็กินเวลาไปกว่าปีครึ่ง กระทั่งสมาคมฯคัดเลือกเด็กในโครงการมาปลุกปั้นอีกครั้งเม่ือต้นปี 60 ทำให้ลูกผมได้ฝึกซ้อมเต็มที่และจัดตารางหวนกลับไปออกทัวร์เพ่ือล่าแต้มกันใหม่ แมตช์แรกเร่ิมต้นเม่ือเดือนพฤษาคมเป็นรายการเกรด 4 ที่ประเทศมาเลเซีย ต่อด้วยเกรดบี 1 ที่ประเทศอินเดียและทำผลงานได้ดีพอสมควรเ ก็บคะแนนก้าวกระโดดจากอันดับเกือบ 800 มาอยู่ที่ 496 ของโลก

ส่งผลให้รายการถัดไปที่จะเล่นเกรด 5 ในเมืองไทย ลูกชายผมแซงเป็นมือวาง 1 จากเดิมอยู่ประมาณ 10 กว่า การลงเล่นในฐานะเต็งหนึ่งกลับกลายเป็นแรงกดดันขึ้นมาทันที เด็กที่มาแข่งมาจากหลากหลายเช้ือชาติเกือบ 100 คน แบ่งเป็นรอบคัดเลือกจัดสาย 48 คัดเอาแค่ 8 คนไปเล่นรอบเมนดรอร์ ใครได้แชมป์ต้องชนะสถานเดียว 6 แมตช์ เกมส์เทนนิสไม่มีเวทีสำหรับผู้แพ้ เพราะแข่งแบบน็อกเอาท์ตกรอบกลับบ้านอย่างเดียว


โชคดีลูกผมเป็นมือ 1 ได้บายในรอบแรก รอบสองเจอดาวรุ่งรุ่นน้องทีมชาติลูกชายอดีตนักเทนนิสสาวทีมชาติไทยชนะไป 6-3 6-2 รอบสามเจอรุ่นน้องทีมชาติไทยอีกคนชนะ 6-1 6-1 รอบสี่หรือครอเตอร์ไฟนอลพบนักหวดไต้หวันที่ขึ้นช่ือเร่ืองความเหนียวแน่นอึดทน แต่ทัวร์นาเมนต์นี้ลูกชายผมเค้นฟอร์มสุดยอด ทั้งลูกเสิร์ฟและกราวสโตรกที่หนักหน่วง รอบสี่เสียไปแค่เกมส์เดียวชนะ 6-0 6-1

รอบตัดเชือกถือเป็นศึกสายเลือดและเป็นศึกหนักต้องโคจรมาเจอกับลูกศิษย์ยอดนักหวดอย่าง“บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์” อดีตมือ 9 ของโลก เกมส์เป็นไปอย่างสูสีก่อนที่ลูกชายผมจะเฉือนชัยไปได้ 6-3 6-4 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก เจอกับนักเทนนิสเวียดนามที่ล้มมือวาง 2 มาในรอบสาม และเล่นคงเส้นคงวามาตลอดจนทะลุถึงรอบชิง ถึงแม้ผลการแข่ง ลูกผมชนะขาดลอย 6-2 6-2 แต่สกอร์ในเบียดกันแต้มต่อแต้ม ลุ้นกันตัวโก่งจนนั่งแทบไม่ติด ได้แชมป์แบบไม่เสียเช็ตเลย

———————————- เดอะวินเนอร์