เรื่องเล่าเหล่าตำนาน
น สิยา
“ทำอะไรต้องทำให้ดีที่สุด”
ถวิล เปล่งพานิช

ตำนานมือปราบของกรมตำรวจ ชื่อของ “ถวิล เปล่งพานิช” ต้องติดทำเนียบลำดับต้น ๆ แม้ว่าเขาจะด่วนจากไปอย่างกะทันหัน ทิ้งเงื่อนงำการจบชีวิตที่ค้างคาใจสังคมและคนในครอบครัวมานานเกือบ 30 ปีแล้วก็ตาม

พ.ต.อ.ถวิล เปล่งพานิช เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2474 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัยเด็กได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนอาจศึกษา และจบมัธยมปีที่ 6 จากโรงเรียนอยุธยานุสสรณ์ สมรสกับแสงมณี เปล่งพานิช มีทายาท 3 คน คือ ฉัตรชัย เปล่งพานิช ฉัตรแก้ว เปล่งพานิช และน้ำเพชร เปล่งพานิช

เขาเป็นผู้มีเชาวน์ปัญญาดี มีความเข้มแข็ง มานะอดทน เคร่งครัดในระเบียบวินัย ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริต รักความเป็นธรรม ความกตัญญูกตเวที ความมีเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง ตลอดชีวิตของการรับราชการได้อุทิศตัวเพื่อรับใช้ประเทศชาติอย่างเต็มความสามารถทั้งด้านสติปัญญา และแรงกาย มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ และรักาเกียรติยศชื่อเสียงเสมอชีวิต เป็นที่เชิดชูแก่วงศ์ตระกูลแก่ภรรยาและบุตรเสมอมา ตั้งใจจริงในการปฏิบัติงานโดยยึดหลักว่า “ทำอะไรต้องทำให้ดีที่สุด”

พ.ต.อ.ถวิล ใช้ชีวิตอยู่กับงานวันละ 16 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย คือจะเริ่มทำงานตั้งแต่เวลา 09.00น.-02.00 น.ทุกวัน ไม่เคยหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่เคยหยุดพักร้อน จะมีโอกาสพูดคุยปรึกษาหารือกับภรรยาในตอนรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านพักวันละ 1 ชั่วโมง ไม่นิยมรับประทานอาหารกลางวันตามร้าน ให้เหตุผลว่า เสียเวลาทำงานและไม่ต้องการให้ใครเลี้ยง

image
หลังจากมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานที่จังหวัดเพชรบุรี ชีวิตส่วนใหญ่ของเขาเป็นของชาวเพชรบุรีโดยสิ้นเชิง เขาเป็นนักเรียนพลตำรวจรุ่น 500 ก่อนสอบเลื่อนชั้นเป็นสัญญาบัตร บรรจุลงตำแหน่งครั้งแรกเป็นครูฝึกพลร่มอยู่ค่ายนเรศวร กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จากนั้นย้ายไปทำงานอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ อาทิ กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และนครปฐม จนมีชื่อเสียงลือชาในด้านการปราบปรามแบบเด็ดขาด

กระทั่งเมืองเพชรบุรีเริ่มมีคดีมือปืน และโจรผู้ร้ายปล้นสะดมชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เกิดคดีฆ่าตายกันเป็นเบือร่วม 80 กว่าศพ เป็นที่น่าปวดหัวแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาประจำอยู่เมืองเพชรอย่างมาก กรมตำรวจส่ง พ.ต.อ.ถวิล ไปประจำในฐานะผู้กำกับการเมืองเพชรบุรี สามารถสร้างผลงานปราบปรามสยบมือปืนดังไปหลายซุ้ม ทำให้เมืองเพชรกลับสู่ความสงบลงไปมาก ต่อมา พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น อ.ตร.ได้เลื่อนตำแหน่งให้เป็น รอง ผบก.ภ.3 คุมพื้นที่เพชรบุรี นครปฐม และราชบุรี

เมื่อคืนวันที่ 11 พฤษภาคม 2523 ขณะที่ พ.ต.อ.ถวิล เปล่งพานิช ขับรถเก๋งเปอร์โยต์สีน้ำตาล ทะเบียน 7 ค.9660 กรุงเทพมหานคร จากจังหวัดเพชรบุรีมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี มาถึงกิโลเมตรที่ 7 เขตอ.เมืองเพชรบุรี ได้มีรถสิบล้อคันหนึ่งแล่นสวนมาด้วยความเร็วพุ่งชนด้านข้างคนขับอย่างแรง ทำให้รถของนายตำรวจมือปราบกระเด็นตกข้างทาง พ.ต.อ.ถวิลแขนขาหักสลบอยู่ภายในรถ

image

นายแสวง อินทรโชติ ชาวบ้านละแวกนั้นผ่านมาประสบเหตุพบว่า พ.ต.อ.ถวิล ยังมีสติดีมาก คลานออกมายืนพิงประตูรถ บอกให้นายแสวงช่วยเก็บเอกสารทางราชการกับปืนที่ติดตัวเพราะเกรงว่าจะหาย ก่อนพาส่งโรงพยาบาลเพชรบุรี แพทย์และพยาบาลต่างเข้ามาช่วยพยุง แต่เจ้าตัวบอก “ไม่ต้อง เพราะไม่เป็นอะไรมาก เคยหนักกว่านี้แล้ว ไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

ผ่านไปไม่นาน พ.ต.อ.ถวิล ขอตัวเข้าห้องน้ำแล้วหายไปพักใหญ่ เมื่อพยาบาลเข้าไปดูถึงพบนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องน้ำ แพทย์นำเข้าห้องฉุกเฉิน แต่สุดท้ายนายตำรวจมือปราบเมืองเพชรก็เสียชีวิตอันเนื่องมาจากอวัยวะภายในร่างกายบอบช้ำ เลือดตกใน

การเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ถวิล กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันว่า อาจเป็นแผนการร้ายของบรรดาเจ้าพ่อมีอิทธิพลในพื้นที่จัดฉากฆ่า พ.ต.อ.ถวิล อำพรางคดีเป็นอุบัติเหตุ เนื่องจาก พ.ต.อ.ถวิล เป็นมือปราบชั้นนำที่สร้างชื่อเสียงให้แก่กรมตำรวจมากมาย เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามมือปืนเมืองเพชรจนบรรดาพวกมันเข็ดขยาดหากินไม่ได้ในพื้นที่ สอดคล้องกับคำพูดของ พ.ต.อ.ถวิล ก่อนพบจุดจบไม่นานว่า มีคนพยายามจ้องจะเก็บเขาด้วยวิธีการจัดฉากเอารถสิบล้อไล่ชนให้เป็นอุบัติเหตุ แต่เขาไม่กลัว และระวังตัวอยู่เสมอ

พล.ต.ท.ณรงค์ มหานนท์ รอง อ.ตร.สมัยนั้นบอกว่า “คุณถวิลเป็นนายตำรวจที่มีความรู้ความสามารถ เคยได้รับมอบหมายดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ อาทิ ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และรองผู้บังคับการตำรวจภูธร 3 ผมได้ติดตามข่าวคาวและความก้าวหน้าของคุณถวิล และนึกชื่นชมอยู่ตลอดเวลา เมื่อผมได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ รับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม พิจารณาเห็นแล้วว่า ในเขตรับผิดชอบกองบังคับการตำรวจภูธร 3 มีปัญหาอาชญากรรมสูง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี คนร้ายกระทำการอุกอาจ มีการใช้อาวุธร้ายแรง กระทบกระเทือนขวัญของประชาชนเป็นอย่างยิ่งจึงมอบหมายให้คุณถวิล รับผิดชอบเป็นหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจเพื่อป้องกันปราบปราม”

“ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานร่วมกันมา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า คุณถวิลปฏิบัติหน้าที่ได้ผลดี ขยันขันแข็ง มุ่งหน้าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ทำให้ผมภาคภูมิใจและรู้สึกเบาใจเป็นอย่างมาก และมีความมั่นใจว่า คุณถวิลต้องก้าวไปสู่อนาคตที่รุ่งเรืองต่อไป เมื่อได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของคุณถวิล ผมรู้สึกตกใจและเศร้าสลดใจเป็นอย่างมากในวันนั้น ถึงจะติดประชุม ผมก็รีบเดินทางไปเพื่อคารวะศพและตั้งใจจะเห็นหน้าคุณถวิลเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อไปถึงผมแทบไม่เชื่อสายตาเลยว่า คุณถวิลจะต้องจากไปกระทันหันเช่นนี้ เป็นการจากไปในเวลาที่นังไม่สมควรและไม่เคยคาดคิดมาก่อน ถือว่ากรมตำรวจต้องสูญเสียนายตำรวจที่มีความสามารถ ผมมีความรู้สึกอาลัยที่ต้องสูญเสียผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไว้วางใจและเป็นแรงสำคัญในการปฏิบัติงาน ซึ่งตลอดชั่วชีวิตของผมจะไม่มีวันลืม

ขณะที่ นายศุภโยค พานิชวิทย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ที่เคยทำงานร่วมกับ พ.ต.อ.ถวิล ยอมรับในอนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพมือปราบแห่งกรมตำรวจว่า เมื่อเดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เสียงปืนเอ็ม 16 ดังรอบทิศของบ้านพักในตัวเมือง ไกลบ้าง ใกล้บ้าง ทั้งกลางวันและกลางคืน การทำมาค้าขายอยู่อย่างซักกะตาย ขนมหม้อแกงและร้านอหารแถวหน้าเขาวังเงียบสงบซบเซา เพราะรถทัวร์หรือรถทัศนาจรจอดให้คนเที่ยวเขาวังและเขาหลวงไม่ได้ บางวันรถประจำทางที่วิ่งระหว่างจังหวัดก็ไม่มีใครอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ลูกสาวและเมียตำรวจรวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัเพชรบุรียังไม่มีใครกล้าขึ้นเขาหลวงหรือเขาวังตามลำพัง ต้องขอกำลังคุ้มครอง ตามชนบทด้านนอกก็ละม้ายคล้ายคลึงกับในตัวเมือง ใครจะเดินทางไปมาหาสู่หรือทำมาค้าขาย ต้องเตรียมตายไว้ก่อนด้วย นอกจากบรรดาสมุนของท่านผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมายทั้งหลาย (ไม่ใช่นอกกฎหมายเพราะบางทีท่านผู้มีอิทธิพลก็เป็นคนในกฎหมาย) ผู้มีรายได้ดีที่สุดในระยะนั้น คือช่างทำดอกไม้ประดับศพ พวงหรีด ร้านขายโลงศพ และเครื่องจตุปัจจัยไทยทานที่ต้องใช้ในการทำศพ บางวัดตั้งศพพร้อม ๆ กันถึง 4-5 ศพ ความคึกคักไปอยู่ที่วัด พระสงค์องค์เจ้ามีเงินใช้จ่ายกันได้สบาย เพราะสวดอภิธรรมศพ มาติกา และบังสกุลกันอย่างไม่หยุด ค่าตัวลิเกปี่พาทสูงขึ้น เพราะการตายของผู้คนทั้งหลายได้ช่วยสงเคราะห์มากพอสมควร ใครขวางผลประโยชน์ ขัดใจ ก็ใช้คนไปฆ่า บางรายฆ่าคนไปไม่น้อยกว่า 10 ชีวิตก็มี 20 ถึง 30 ชิวิตก็มี สภาวะขณะนั้น เป็นภาระที่รู้สึกหนักยิ่งกว่าที่ได้เคยทำ นครศรีธรรมราชหยุดฆ่าแล้วหาแร่กันได้มากมายหลายเท่า ไม่ตรงกับที่ผู้บังคับบัญชาพูดปลอบใจว่า จะย้ายให้มาพักผ่อนที่เมืองเพชร จะพักได้อย่างไร ในเมื่อคนทุกข์กันทั่วเมือง

“ผมเริ่มงานสงเคราะห์ประชาชนที่ยากจนไม่มีที่ดินทำกิน จัดตั้งหมู่บ้านตัวอย่าง 200 ครัวเรือนขึ้นในป่าสงวนสองแสนกว่าไร่ของกรมป่าไม้ แต่ได้รับการขัดขวางอย่างหนักจากผู้มีอิทธิพลทั้งการเงิน และอื่น ๆ ถ้าตชด.ไม่ช่วยไว้ ผมคงตายไปก่อนท่านรองผู้บังคับการ เพราะผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นใช้ลูกน้องเชื่อมโยงกับ ผกค.มาเตรียมที่จะล่อให้ผมไปตายคล้าย ๆ คุณประหยัด สมานมิตร อดีดผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เกิดปัญหามากมาย ตำรวจในเครื่องแบบ ข้าราชการกรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตายไปหลายชีวิต”

“เสียงปืนดังคับเมือง ผมต้องไปออกโทรทัศน์ปลอบขวัญชาวเมืองเพชรว่า ถ้าดับเสียงปืนไม่ได้ภายใน 4 เดือนจะลาออกไปเป็นกำนัน กอ่นถูกกระแนะกระแหนโจมตีทุกวิถีทาง ผมหันไปปรึกษาพ่อค้าประชาชนและพระสงฆ์องคเจ้า ผู้ใหญ่กับผู้แทนสื่อมวลชนและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดว่า จะแก้ปัญหากันอย่างไร อยากจะให้ผมลาออกเป็นกำนันตามที่ประกาศไว้ในโทรทัศน์หรือไม่ ถ้ายังต้องการให้ผมอยู่ต่อไปทุกคนขอให้ช่วยกันคิด ทันใดนั้น ทุกคนล้วนเห็นตรงกันว่า จะมีคนมาช่วยแก้ปัญหาได้สำเร็จเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ ผู้กอง หรือ รองถวิล เปล่งพานิช เมื่อเห็นตรงกัน ตรงกับที่ผมคิดไว้ในใจจึงได้จัดการขอตัวไปช่วยดับเสียงปืนทันที ผลก็คือ ชาวเพชรบุรีอยู่ดีมีสูง ทุกข์คลาย ตายน้อยลงอย่างมาก แต่ท่านรองถวิลต้องตายจากลูกและเมียไป เพื่อกอสบกู้สันติสุขกลับคืนมาสู่ชาวเพชรบุรีและความดีสู่รัฐบาล”

อดีตพ่อเมืองเพชรบุรีทิ้งท้ายว่า การจากไปของท่านรองถวิล เปล่งพานิช อย่างไม่มีวันกลับ ทำให้พวกเราต้องเสียเพื่อนและที่พึ่งผู้มีความสามารถและคุณธรรมสูงไปคนหนึง ท่านรองถวิล ประกอบภารกิจด้วยความดีเด่น ทำคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมเป็นอย่างดี อันพึงนับได้ทีเดียวว่า เป็นบุคคลควรสรรเสริญ จึงขอสดุดีและเชิดชูคุณความดีไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO