หากเอ่ยถึง “รถเวสป้า” แน่นอนว่า “มนต์เสน่ห์” ของมันอยู่ที่ความคลาสิค ชวนน่าหลงใหล หากใครได้ครอบครอง รับรองว่าคนๆ นั้นต้องมีใจรัก ทุ่มเท และอดทนกับความเจ็บป่วยของมันอยู่บ่อยๆ เฉกเช่น “ผู้กองวัฒน์-ร.ต.อ.กฤตวัฒน์ ขุนอินทร์” รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางคอแหลม ช่วยราชการกลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. ที่ยอมรับว่ามันคือ “ชีวิต-จิตใจ”

ด้วยความที่ตั้งแต่วัยเด็ก “ผู้กองวัฒน์” เกิดและเติบโตอยู่ย่านเยาวราช จึงมองเห็นรถจักรยานยนต์ เวสป้า ของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้ขับบรรทุกส่งของทุกวี่วัน จนทำให้ชินตา และเก็บมาเป็น“รถในดวงใจ” ที่สักวันจะต้องได้เป็นเจ้าของ

666

จากการศึกษาประวัติเวสป้ายิ่งหลงใหล…โดยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  โรงงานพิอาจิโอ ที่แต่เดิมมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนของเรือและส่วนเครื่องบิน หันมาผลิตเครื่องยนต์แบบง่ายในแบบ Four-Part P 108 ให้กับ “รถเวสป้า” ที่โรงงานปอนเตเดรา จึงเกิดความคิดที่จะสร้างยานพาหนะเล็กๆ ไว้เดินทางขนส่งและสำรวจในโรงงาน คือ MP 5 หรือ โดนัลดัค ซึ่งในรุ่นที่ทำจากชิ้นส่วนของเครื่องบิน คือ “สกู๊ตเตอร์” หรือรถจักรยานยนต์คันเล็กๆ ที่มีล้อต่ำๆ ช่วยในการขับขี่ไม่สิ้นเปลืองน้ำมัน

677

ที่น่าแปลกใจคือการผลิตเวสป้าคันหนึ่งจะเริ่มจากโครงแผ่นเหล็กคุณภาพสูง และวิธีผลิตใช้แรงงานมนุษย์เป็นหลัก เช่น การพ่นสีตัวถัง ในขณะที่โรงงานมอเตอร์ไซค์แบรนด์อื่นใช้เครื่องยนต์พ่น ที่สำคัญ “เวสป้า” ไม่ใช่แค่ “รถมอไซค์สกู๊ตเตอร์” สัญลักษณ์ของประเทศอิตาลีเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบการออกแบบยานพาหนะที่รวมเอาความคิดสร้างสรรค์ผสมเข้าไปกับเทคโนโลยีด้วย เราจึงหลงใหลในสไตล์นี้และการโค้งมน-โค้งเว้าของตัวรถ ที่ผสานกันได้อย่างลงตัว…

กระทั่งมีโอกาสได้ไปเห็น “รถเวสป้า” ของเพื่อนพ่อที่อยู่ในกลุ่มเล่นนกหัวจุกด้วยกัน รู้สึกถูกชะตามาก เพราะมันสืบทอดมาแล้ว 3 รุ่น เท่าที่ทราบมีคนสนใจขอซื้อหลายคน แต่เจ้าของไม่ยอมขาย เราจึงลองเอ่ยปากขอซื้อต่อดู ปรากฏว่าเขายอมขายให้ในราคา 1 แสนบาท ซึ่งตอนนั้นรู้สึกดีใจมาก

999

“รถเวสป้า” คันนี้เป็นรถที่ผลิตจากประเทศอิตาลี จดทะเบียนเมื่อปี 2507 รวมอายุถึงปัจจุบันก็ 52 ปี สำหรับรุ่นในประเทศไทย คือ รุ่น 64 ส่วนสากล คือ รุ่น วีบีบี เรานำรถไปทำใหม่ที่ “ร้านวินเทจเวสป้าไทย” ย่านเยาวราช โดยเปลี่ยนอะไหล่ที่ไม่แท้เป็นอะไหล่แท้จากอิตาลีทั้งหมด และทำสีใหม่จากสีขาวเดิมๆ เป็นสีเขียว-ฟ้า ซึ่งใช้เวลาในการตกแต่งใหม่นาน 1 ปี กว่าจะได้ “เวสป้า” คันนี้มาขับสมใจ

ถามว่าทำไมต้องซื้อรถเก่ารุ่นคุณปู่มาฟื้นคืนชีพใหม่ คืออย่างที่บอกว่าเราหลงใหลมันมาตั้งแต่วันเด็กแต่ไม่มีโอกาสได้ซื้อ พอโตขึ้นมาจึงจำฝังใจว่าต้องได้ครอบครองรถคันนี้ ถึงแม้ว่ามันจะขับได้ไม่เร็วประมาณ 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เราก็สามารถขับไปต่างจังหวัดพร้อมกลุ่มคนรักเวสป้าเหมือนกันได้อย่างมีความสุข

สิ่งพิเศษที่เรียกว่า “ความคลาสสิค” ของ “เวสป้า” มันอยู่ตรงที่ไม่เหมือนรถอื่นๆ ที่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ว่าจะเดินทางไปถึงเป้าหมายเมื่อไหร่ เพราะเราจะต้องจอดซ่อมกันตลอดระยะทาง มันคือ “เสน่ห์” อย่างหนึ่งที่นอกจากจะได้ขับช้าๆ ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เพื่อมอง 2 ข้างทาง แล้วยังได้แวะกันตลอดเส้นทาง ล่าสุดขี่ไปพัทยาและแก่งกระจานกับกลุ่มเพื่อนมาแล้ว

IMG_3283

IMG_3282

การเดินทางครั้งล่าสุดนี้ได้มีการจูนเวสป้ารุ่นใหม่กับรุ่นเก่าขับไปทำกิจกรรมด้วยกัน รวม 30 กว่าคัน ซึ่งมันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นดี เพราะได้รู้จักเพื่อนใหม่หลากหลายอาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน รวมทั้งไปกิน-นอน-ร้องเพลงร่วมกัน จึงทำให้ “รถคู่ใจ” คันนี้เป็นมากกว่าพาหนะที่ใช้ขับขี่ไปทำงานเสียอีก…

image

image

image image

เทอร์โบซ่า