แฉบริษัทรถทัวร์รับโจร
ปล้นผู้โดยสารกลางทาง โดย…ธนก บังผล

ถ้าเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง ผมถือว่าอุกอาจและทำกันเป็นขบวนการ

หลังจากที่มีการแชร์ข้อความและรูปภาพจากเฟซบุ๊ก Nuntipat Keawbut ซึ่งใช้บริการรถทัวร์บริษัทหนึ่งเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร

ผู้โพสต์ระบุว่า ระหว่างที่นั่งรถมาถึง จ.อ่างทอง เวลาประมาณ ตี 3 พนักงานขับรถได้จอดรับคนกลางทาง พอขึ้นมาถึงได้รู้ว่าเป็นโจร เพราะได้ทำการปล้นทรัพย์สินของผู้โดยสารรายอื่นๆ เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็บอกให้พนักงานขับรถจอดลงที่โลตัส อยุธยา ตามข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ดังนี้ครับ

“เตือนภัยเหตุเกิดตั้งแต่ 03.20น. (วันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา) เตือนผู้โดยสารคนไหนที่จะขึ้นรถของบริษัท (ขอสงวนชื่อ) โปรดได้เปลี่ยนรถเลย ….ทัวร์ รับผู้โดยสารที่ไม่ได้ซื้อตั๋วระหว่างทางแล้วผู้โดยสารเป็นโจร ปล้นกระเป๋าตัง ไอแพด สร้อยทอง 2 บาท และเงินอีก โจรขึ้นจากแยกอ่างทอง แล้วโจรได้ลงที่หน้าโลตัส อยุธยา แล้วได้ของที่ขโมยไป แล้วโจรรีบบอกคนขับรถให้จอดเลย คนขับก็จอดให้โจรลง พอมีป้าคนนึ่ง ตบประตูบอกว่า ผู้ชายที่ลงเมื่อกี้ปล้นกระเป๋าผู้โดยสารไป พนักงานขับรถก็บอกว่า ผมรับแบบนี้มาตลอด เราก็เลยสงสัยว่า บริษัท… มีกฎหมาย รับผู้โดยสารระหว่างทางด้วยหรอ #แล้วต่อมาบริษัท…ไม่สนใจไม่รับผิดชอบอะไรของผู้เสียหายเลย #ถ้าเป็นแบบนี้รับโจรขึ้นรถมายิงผู้โดยสารตายทั้งรถละใครจะรับผิดชอบ”

image

นี่เป็นคำบอกเล่าจากเฟซบุ๊ก ซึ่งเมื่อผมลองเข้าไปดูในเฟซบุ๊กของผู้ที่โพสต์ ก็ยังคงมีการให้ข้อมูลกับผู้ที่เข้ามาสอบถาม

 

ประเด็นมันอยู่ตรงที่ ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง พฤติกรรมดังกล่าวก็ถือว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดระหว่างพนักงานขับรถ พนักงานบริการประจำรถ และมิจฉาชีพ ที่เรียกว่าทำกันเป็นทีม ซึ่งหากจะเอาผิดก็ไม่อยากหรอกครับ เอาขั้วตั๋วที่มีอยู่ พร้อมกับผู้เสียหายที่ถูกปล้นเข้าแจ้งความกับพนักงานขับรถและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทันที

แต่ในกรณีนี้จะเรียกร้องให้ทางบริษัทรับผิดชอบได้หรือไม่นั้น บอกตรงๆว่าอาจเป็นไปได้ยาก เพราะเงื่อนไขในการใช้บริการไม่ได้มีประกันภัยโจรกรรมบนรถ แต่ก็ไม่แน่ครับ ลองแจ้งความก่อน

 

image

แล้วจะแจ้งความที่ไหน?

หากจำกันได้ คดีสะเทือนขวัญที่สุดเมื่อปี 2557 คือเด็กหญิงอายุ 13 ปี ถูกฆาตกรที่เป็นพนักงานปูผ้านอนบนรถไฟข่มขืนแล้วฆ่า โยนลงมาจากรถไฟระหว่างที่กำลังวิ่งอยู่ ญาติผู้ตายไปแจ้งความที่ตำรวจรถไฟ แต่ตำรวจรถไฟยืนยันว่าให้ไปแจ้งที่สถานีตำรวจภูธรที่เกิดเหตุ

อึ้งกันไปทั้งบาง แบบนี้ก็ได้เหรอ

กลับมาที่ปล้นบนรถทัวร์ อาจจะง่ายขึ้นคือรู้พิกัดที่โจรขึ้นรถ แต่จะยากตรงที่มันปล้นระหว่างทางนั้น ผ่าน สถานีตำรวจภูธรอะไรบ้าง แชร์วนไปสิครับ

เอาเป็นว่าสมมติคดีนี้จับพลัดจับผลู สามารถรวบตัวคนร้ายได้ ผมคาดเดาเอาจากประสบการณ์เลยว่า ของที่ถูกขโมยไปกลายสภาพไปเป็นเงินแล้วเรียบร้อย ส่วนเงินที่ได้มาก็เอาไปเสพยาหรือเที่ยวเตร่ ผู้ต้องหาชูการ์ด “รับสารภาพ” อาจจะตามมาด้วยเพิ่งก่อเหตุเป็นครั้งแรก ติดคุกไม่นานก็ออกมาเพ่นพ่านต่อ พร้อมวิชาสารพัดมารที่รับมาจากตัวพ่อในเรือนจำ

image

ส่วนพนักงานขับรถ อาจพ้นผิดกรณีสมรู้ร่วมคิด ยกเว้นจะโดนพาดพิง (ฮา) แต่ที่แน่ๆ ทางบริษัทต้องไล่ออกอย่างแน่นอน ขับรถทัวร์ไม่ได้ ก็อาจจะไปขับรถสิบล้อแทน

นี่ละครับประเทศไทย

ลองมาติดตามดูกันต่อไปครับ ว่าคดีนี้จะโอละพ่อ หรือตำรวจจะโชว์ฝีมือการจับกุมคนอย่างไร เพราะแต่ละวันมีผู้ใช้บริการรถทัวร์เป็นจำนวนมาก ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารคือจุดขายของทุกบริษัท

สารภาพตามตรง ผมเองก็เคยใช้บริการรถทัวร์อยู่หลายครั้ง เคยเห็นแต่ส่งคนลง ยังไม่เคยเห็นรับคนขึ้นกลางทางเลยสักที

เรื่องนี้ต้องติดตามกันต่อไปครับ ว่าแต่…ผู้เสียหายอย่าลืมเข้าแจ้งความก่อนนะคัรบ

 

image