โรงพักแม่ปิง-เหมืองจี้ ตำรวจน้ำดีที่ต้องชื่นชม

825

โรงพักแม่ปิง-เหมืองจี้ ตำรวจน้ำดีที่ต้องชื่นชม โดย…ธนก บังผล

ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสแวะเวียนไป สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และ สภ.เหมืองจี้ จ.ลำพูน นอกจากไปทำข่าวแล้วก็ยังได้ทำความรู้จักกับตำรวจทั้ง 2 โรงพัก โดยเฉพาะ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ ผกก.สภ.แม่ปิง และพ.ต.อ.ณัฏฐวุฒิ ยุววรรณ ผกก. สภ.เหมืองจี้

 ไม่บ่อยครั้งนะครับที่เราจะได้เห็นตำรวจที่บริการประชาชนด้วยรอยยิ้ม ทำให้ผู้ที่ได้ยินได้ฟังรู้สึกอบอุ่น สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีหัวเรือใหญ่คือ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ แม้ว่าพื้นที่การดูแลจะกว้างใหญ่ครอบคลุมหลายแห่ง แต่ผมอยากจะชื่นชมว่า ผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งระดับชั้นปะทวนและสัญญาบัตร ทำงานคุ้มค่าภาษีประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

ผมอยู่ที่โรงพักตั้งแต่ 11.00น. ถึง 15.00น. ระยะเวลาที่คาบเกี่ยวกับการพักกลางวัน และต้องใช้เวลาในการสอบปากคำเป็นเวลานาน พ.ต.ท.สมเด่น แดงเครื่อง พนักงานสอบสวน (สบ2) ร้อยเวรที่รับเรื่องก็บริการอย่างราบรื่น ผมแอบทราบมาด้วยว่า เครื่องปริ้นเตอร์ อุปกรณ์สำนักงานที่สำคัญที่สุดในการแจ้งความ ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะนั้นกำลังจะพังแหล่มิพังแหล่ และแม้เครื่องจะรวนอยู่บ้างแต่ พ.ต.ท.สมเด่น ก็ยังคงให้บริการด้วยความยินดี

ไม่เพียงเท่านี้ ตำรวจหลายท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้นก็มีรอยยิ้มเรียกเสียงหัวเราะให้กับชาวบ้านที่เข้ามาร้องทุกข์แจ้งความ ผมยกตัวอย่างเช่น มีคนทำบัตรเอทีเอ็มหายตอนประมาณตี 1 เข้ามาแจ้งความว่าบัตรหาย ตำรวจถามว่าหายที่ไหน “ที่ตู้เอทีเอ็มครับ” เขาตอบ “แล้วตู้เอทีเอ็มอยู่ตรงไหน” ตำรวจถามซ้ำย้ำที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบในเบื้องต้นว่าอยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบหรือไม่ คำตอบของผู้ที่ทำบัตรเอทีเอ็มหายคือ “ไม่ทราบครับ” เรื่องบางเรื่องอย่างนี้ถ้าตำรวจเอาอารมณ์ไปรำคาญ มันก็จะกลายเป็นว่าไม่ช่วยเหลือ ทั้งๆที่คนทำบัตรเอทีเอ็มหายเหมือนจะมาก่อกวนด้วยซ้ำ แต่ปรากฏว่าตำรวจ สภ.แม่ปิง ค่อยๆอธิบาย แนะนำเป็นลำดับได้ชัดเจนดี และมีทางออกให้อีกด้วย

 อีกกรณีหนึ่งที่ผมประทับใจคือ สามีภรรยา อายุยังน้อยวิ่งโร่เข้ามาที่โรงพักด้วยความรีบร้อน ก่อนจะแจ้งความประสงค์ว่า “อยากให้ออกใบรับรองว่าเขาทั้ง 2 คนเป็นสามีภรรยา ซึ่งไม่ได้จดสมรสกัน” ทีแรกที่ผมได้ฟัง ผมงงมาก ตำรวจก็อึ้งๆไป 3 วินาที ก่อนจะถามกลับไปว่า เอาไปทำไม ผู้หญิงตอบว่าจะเอาไปรถ เพราะทางบริษัทที่ขายรถไม่ขายให้ถ้าไม่จดทะเบียนกัน “ก็ไปจดทะเบียนที่อำเภอสิ” ตำรวจแนะนำ ทั้งสามีและภรรยาต่างไม่ยอมไปจด ตำรวจยังอารมณ์ดีบอกว่า “ไปจดวันนี้แล้วพรุ่งนี้ไปหย่าก็ได้ ทางอำเภอเขาไม่ว่าอะไรหรอก” คำพูดนี้เรียกรอยยิ้มให้คนฟังไม่น้อย ในประโยคแนะนำนั้นมันทำให้เรารู้สึกว่า “ตำรวจต้องมาทำงานอะไรแบบนี้ด้วยหรือ”

สุดท้ายทางตำรวจก็ออกให้นะครับ แปลกดีทั้งๆที่คนขายรถก็อยากขายรถได้แต่ จะไม่ขายให้ถ้าไม่มีหลักฐานว่าผู้ซื้อเป็นสามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เราก็จะพบว่าทางกฎหมายนั้นอาจจะบังคับกรณีไว้ เพื่อป้องกันการขาดส่งเงินค่างวด “เวลาซื้อรถให้ใช้ชื่อผู้หญิงเป็นเจ้าของเลยนะ ถ้าวันไหนผู้หญิงมีแฟนใหม่เราก็ไม่ต้องจ่ายค่าผ่อนรถ เดี๋ยวเขาก็ไปทวงคืนกับทางผู้หญิงเอง ถ้าเป็นชื่อเรานี่โดนฟ้องวุ่นวายแน่” ตำรวจนายหนึ่งแนะนำกับผมด้วยรอยยิ้ม

 

ที่จะพูดถึงไม่ได้เลยคือ พ.ต.อ.ณัฏฐวุฒิ ยุววรรณ ผู้กำกับการ สภ.เหมืองจี้ ซึ่งเป็นคนลำพูน ท่านมีอัธยาศัยน่ารัก และบริการประชาชนด้วยจิตใจของตำรวจอาชีพอย่างแท้จริง ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ทราบว่า ผู้กำกับโรงพัก ผู้บังคับการจังหวัด เป็นคนในท้องที่แบบ “สำนึกรักบ้านเกิด” เราจะเห็นได้ว่าหากตำรวจเกิดและเติบโตมาจากพื้นที่จังหวัดนั้นๆ เขาจะเข้าอกเข้าใจชาวบ้านเป็นอย่างดี มีคำพูดคำจาดับร้อนให้ประชาชน

 โรงพักเหมืองจี้ ไกลจากความเจริญแต่ศิวิไลซ์ด้วยบรรยากาศ ผู้กำกับณัฏฐวุฒิ รับมือกับชาวบ้านจำนวน 200 คนที่ไปยื่นหนังสือด้วยไมตรีจิต นึกสภาพชนบทที่มีรถมาจอดเต็มโรงพัก มีคนออกมายืนเกาะกลุ่มกันจำนวนมากแออัดกันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน จนทางภูธรจังหวัดลำพูน วิทยุมาถามว่ามากันประมาณเท่าไหร่

 คำพูดท่าทางของ พ.ต.อ.ณัฏฐวุฒิ ซึ่งเหลืออายุงานอีก 7 ปี ก่อนเกษียณ ผมเชื่อว่าคนทำงานแบบนี้สมควรได้ยศเป็นนายพลโดยไม่ต้องสงสัย มีไม่บ่อยนักนะครับที่ผมจะชื่นชมตำรวจ การเดินทางไปทำความรู้จักกับตำรวจทั้ง 2 โรงพักนั้นทำให้อคติบางอย่างในใจของผมถูกปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่อยากจะเห็นด้วยตามานาน ขอปรบมือให้ดังๆ และหวังว่าเสียงนี้จะไปถึงหูของ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ครับ