2 ตร.คอมมานโดดูงานต้านก่อการร้ายอังกฤษ หลังกรุงลอนดอน ถูกถล่มทันควัน

5972

2 ตำรวจคอมมานโดไทย ดูงานต้านก่อการร้าย ของตำรวจอังกฤษ หลัง”ลอนดอน”ถูกถล่มชนิดทันควัน

ดังไปทั่วโลก เมื่อแนวร่วมผู้ก่อการร้ายเหิมเกริมถล่มเกาะอังกฤษ ด้วยการขับรถยนต์พุ่งชนผู้คนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ใกล้สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ หรือพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ กลางกรุงลอนดอน ก่อนขับต่อเข้าไปในสภาผู้แทนฯใช้มีดแทงตำรวจ ก่อนคนร้ายที่มีเพียงคนเดียวถูกตำรวจยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนยอดผู้เสียชีวิตมี 5 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน โดยเหตุนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันพุธท่ี 22 มี.ค.

จากเหตุดังกล่าว มีนายตำรวจของประเทศไทย 2 นายที่มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับปฏิบัติพิเศษ และต่อต้านก่อการร้าย คือ เดอะต่อ-พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. และรองเปิ้ล-พ.ต.ท.ปิยรัช สุภารัตน์ รองผกก.ปพ.บก.ป. อยู่ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเกือบได้อยู่ในนาทีระทึกนี้ด้วย ถ้าไม่ออกจากจุดเกิดเหตุไปก่อนหน้า ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง

 

ย้อนไปเมื่อเดือน มี.ค.59 เจ้าตัวทั้งคู่ ได้รับเลือกไปฝึกหลักสูตร Active Shooters ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลักสูตรใหม่ล่าสุดของ F.B.I ที่ซื้อมาจากชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ต่างๆทั่ว โลกจริงๆมาทำเป็นหลักสูตรเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้บังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากชีวิตตัวประกันสำคัญเท่าชีวิตเจ้าหน้าที่
p สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นที่อังกฤษในปีนี้ ราวกับโชคชะตาของนายตำรวจทั้ง2 คนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานในที่เกิดเหตุในสถานที่จริงอีกครั้ง โดยเดอะต่อ และรองเปิ้ล โพสต์ลงเฟซบุ๊กตัวเองหลังเกิดเหตุในสิ่งที่ได้รับรู้ได้รับเห็น โดยพ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนสีรถตำรวจเมืองไทย โดยเริ่มจากกก.ปพ.บก.ป.เป็นที่แรก ได้โพสต์ภาพรถตำรวจในลอนดอนว่า “ตั้งแต่มีเหตุการณ์ไม่ปกติในกรุงลอนดอน ไปทางไหนก็เจอรถตำรวจ สะดุดตา เห็นได้ไกล ชัดเจน นี่คือการแสดงกำลัง (Show of Force)สีรถเขาทำวิจัยมาแล้วครับ…….”

ขณะที่ รองเปิ้ล-พ.ต.ท.ปิยรัช โพสต์ไว้ว่า “ภาพตำรวจในลอนดอนยังคงเพิ่มความเข้มในการบริหารจัดการเหตุวิกฤตการณ์ ซึ่งได้เพิ่มกำลังการตรวจตราตามจุดเสื่ยงจุดล่อแหลม วันนี้เดินทางไป London Bridge เดินทางรถไฟและรถไฟใต้ดิน ก็พบตำรวจทั่วทุกจุดสำคัญๆ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ (London on high alert: Police urge public to keep off streets of capital as they issue list of NO GO AREAS following Parliament terror attack) จะได้นำเอาแนวทางรูปแบบ อุปกรณ์ เครื่องแบบ อีควิปเม้น ต่างๆ มีโอกาสจะปรับใช้พัฒนาให้เข้ากับสังคมวัฒนธรรมประเทศไทยในบ้านเราเพื่อประโยชน์สูงสุดตกกับพี่น้องประชาชน…”

ถือเป็นจังหวะและประสบการณ์สำคัญอันมีค่าของตำรวจทั้ง 2 นาย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะนำการเตรียมความพร้อม และการรับมือการก่อร้ายจากเหตุการณ์จริงที่ได้เห็นครั้งนี้ มาปรับใช้ และถ่ายทอดให้กับกำลังพลไปในตัว โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในประเทศไทย

กากีกลาย 28/3/60