จากใจ ชาญ วิมลศรี ถึงกองปราบปราม EP.2

หลังจากเมื่อวานนี้ แฟนคอลัมส์ “ท่องปทุมวัน” ได้อ่านเรื่องราวความคิดของตำรวจผู้มากฝีมือ “ชาญ วิมลศรี ”  รักษาราชการ คุมกำลังกองปราบปรามฯ ด้วยความเข้าอกเข้าใจ และเข้าถึงผู้ใต้บังคับบัญชา … วันนี้ “กากีกลาย” จัดบทสัมภาษณ์ต่อเนื่องตอนที่ 2 กับมุมมองความคิดที่ไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหน….

(Ep.1http://policenewsvarieties.com/4521-2/)

“ขอชมเชยเลยว่า บุคลากรในกองปราบฯ เป็นที่พึ่งสุดท้ายที่หมายพึ่ง ตามสโลแกนที่เขาเขียนไว้ ทำได้จริงๆ เพราะดูแล้ว ท่านผู้บัญชาการก็คัดสรรบุคคลที่ทำงานได้ทุกด้าน เอามาอยู่ตรงนี้ แล้วที่ผ่านมา มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆคือ มีชื่อเสียง แล้วฟื้นกลับมาได้เร็ว”

…นั่นเป็นความภาคภูมิใจว่าในห้วงที่ผมรักษาการ 10 เดือนเต็ม มีแต่ความดีปรากฏ แล้วก็ไป Develope พัฒนากองปราบฯให้ดียิ่งขึ้น ก็คิดว่า 10 เดือนที่ผ่านมาที่วางระบบไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานสอบสวน สืบสวน การเร่งรัดงาน หรือคดีต่างๆ ก็เอารูปแบบของท่านฐิติราช ที่เขาวางไว้ที่ บช.น.เอามาสวมให้กองปราบ แล้วทีนี้เด็กทุกคนก็รู้แล้วว่า เวลามีคดีจะต้องทำอะไรยังไง สำนวนการสอบสวน ใครมาต่อก็สบายแล้ว เพราะผมคุมไว้หมดเลย ของเก่าๆ ที่ค้างๆ อยู่ผมไล่ออกจนหมด แล้วให้รองฯ ชาคริต(พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี)คุม ก็เป็นระบบแล้ว งานสอบสวน งานอะไรต่างๆเสร็จ ห้องสอบสวนก็เริ่มพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ

ขอชมเชยเลยว่า บุคลากรในกองปราบฯ เป็นที่พึ่งสุดท้ายที่หมายพึ่ง ตามสโลแกนที่เขาเขียนไว้ ทำได้จริงๆ เพราะดูแล้ว ท่านผู้บัญชาการก็คัดสรรบุคคลที่ทำงานได้ทุกด้าน เอามาอยู่ตรงนี้ แล้วที่ผ่านมา มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆคือ มีชื่อเสียง แล้วฟื้นกลับมาได้เร็ว สังเกตดูสิว่า เดี๋ยวนี้อะไรก็จะให้กองปราบฯทำ เพราะความเชื่อมั่นเกิดขึ้นแล้ว ขนาดคดีที่คนไทยไปฆ่าคนญี่ปุ่น คดีเกือบจะขาดอายุความแล้ว 20 ปี เขามาเมืองไทยก็ตามจับได้ นานแล้วไม่ได้ พอมายุคผม สั่งไป 2 วัน ตำรวจญี่ปุ่นบอกเขาไม่เชื่อ วันที่ 3 จับได้เลย มันง่ายๆ คือความใส่ใจเท่านั้นเอง ก็ให้พนักงานสอบสวนรื้อคดี แล้วให้อัยการแปล มีหมายจับก็เข้ากระบวนการ ็สั่งกอง 4 ขึ้นไปดูเป้าหมายที่เชียงราย ได้ชื่อ ที่อยู่ มา ก็เช็คทะเบียนราษฎร ปรากฏเป็นกำนัน คิดดูสิหนีคดีจากที่ญี่ปุ่นมาจนกระทั่งสมัครเป็นกำนันได้ ตอนนั้นไปฆ่าคนญี่ปุ่น คนร้ายทั้งหมดมี 3 คน จับได้แล้ว 2 เหลือไอ้นี่คนเดียว หนีมาเมืองไทย สถานทูตญี่ปุ่นยังจี้อยู่ จี้ทุกปีเลย อีกเดือนเดียวคดีจะขาดอายุความแล้วเขายังจี้อยู่ นี่ไงครับความใส่ใจของเขา แล้วพอจับได้ ตำรวจญี่ปุ่นท้องที่เกิดเหตุก็มาแสดงความยินดี มามอบโล่ ขอบคุณ ผบ.อะไรต่างๆ

สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมว่า รู้สึกภูมิใจ ที่ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปทำงานรับใช้ ในตำแหน่ง รักษาการ ผบก.ป. คิดว่าเป็นหน่วยงานที่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ คุมกำลังเป็นพัน ดูแลพื้นที่ทั่วประเทศ ได้สัมผัสการทำงานแล้วมันแน่นอนจริงๆ เหมือนทำงานแล้วมันได้งาน ทำงานได้ แม้อำนาจจะไม่ 100% แต่ทุกคนรู้หน้าที่ น้องๆน่ารัก ถ้าเรามีนโยบายที่ชัดเจน ดูแลดี เขาก็จะประทับใจ เขามีปัญหาเราแก้ปัญหาให้เขาได้อย่างนี้ เสร็จแล้วสุดท้าย เวลาเขาทำความดี ก็มีสิ่งตอบแทน มีค่าเหนื่อย แล้วก็ชมเชยเขา คนทำความดีแล้วมีคนติดตาม มีคนชมเชยทุกวัน มีให้รางวัลไป เขาก็ทำตามเหมือนสมัยเราเด็กๆ อยู่ บช.น.สมัยเป็นสารวัตรสืบ มีคนให้รางวัล มีคำชมจากผู้การ ทำงานกันตายไปข้าง

“ส่วนความคิดเห็นต่อผู้การกองปราบ คนปัจจุบัน พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผมว่าถูกตัวเลย ถูกเวลาด้วย เพราะว่าท่านสุทิน ผมเคยสัมผัสตอนที่ผมเป็น รอง ผกก.อยู่ สน.เพชรเกษม สุทิน เป็นสารวัตรสืบอยู่ที่เดียวกัน”

 

ตลอด 10 เดือน ก็มีหลายคดีที่ภูมิใจ มีคดีเยอะ ที่ทำแล้วเห็นเนื้องานก็มีคดีชูวงษ์ หลายๆ คดีนะ สุดท้ายก็มาช่วยคดีหญิงไก่ ก็ช่วยกันทำ พี่ว่าสื่อถามทุกวันนะ คดีพวกนี้สร้างความเดือดร้อนมาก ก็ทำหลายคดีพวกที่เป็นคดีสารพัดโกงอันนั้นทำเยอะ คือกองปราบทุกวันนี้ผมคิดว่ามาถูกทางแล้ว คือผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้คุมหน้างาน ไปเดินแบบนี้ก็จะได้งาน แล้วบูรณาการกันทุก บก.ปิดล้อม ตรวจค้น อย่างโครงการไพร่ฟ้าหน้าใส ทุก บก.ทำงานร่วมกัน ผมคิดว่าดีมากเลย ผลดีก็เกิดกับพี่น้องประชาชน เพราะในแต่ละพื้นที่ต้องรู้ว่ามันจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือผู้นำท้องถิ่น พอกองปราบลงไปจับ ไปบี้ ก็กำราบได้อยู่หมด คนเขาก็มองเห็นภาพ ว่ามีหน่วยงานที่พึ่งได้ แล้วอนาคตก็คงต้องทำแบบนี้ต่อไป เพราะยังมีพวกมีอิทธิพลทั่วประเทศ

ถ้ากองปราบ ทำได้ทั่วประเทศ ก็จะเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนมองเห็นได้ชัดเจน ว่ามีหน่วยนี้ที่ทำงานอยู่ อย่างเช่น ไปปิดอุทัยธานี นครปฐม นครศรีธรรมราช ซึ่งนครศรีฯ นี่จับปืนทีเป็นร้อยกระบอก จู่ๆลงพรึ่บๆ 4-5 วัน ลงบี้กดดัน ก็จบ ท่านหมู ฐิติราช บอกแล้วว่า ผู้มีอิทธิพลอยู่ได้ 3 อย่าง ปืน-คน-เงิน ถ้าเราเก็บปืน เก็บคน เก็บเงิน ก็จบเลย ไม่มีนักเลง เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ เก็บปืนก่อน จับเยอะเลย ขึ้นทางหลวงจับ อยู่ในบ้านจับ ก็ไปค้น กองปราบระดมจับกุมทั่วประเทศ ก็ทำเรื่อยๆ ผมว่าโอกาสที่ผู้มีอิทธิพลก็จะมีน้อยลง

ส่วนความคิดเห็นต่อผู้การกองปราบ คนปัจจุบัน พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผมว่าถูกตัวเลย ถูกเวลาด้วย เพราะว่าท่านสุทิน ผมเคยสัมผัสตอนที่ผมเป็น รอง ผกก.อยู่ สน.เพชรเกษม

สุทิน เป็นสารวัตรสืบอยู่ที่เดียวกัน ผมบอกว่า ตำรวจคนนี้อนาคตไปไกลแน่นอน เพราะมุ่งมั่นในการทำงาน แล้วการปกครองคน เขาก็ปกครองคนได้ดี ถึงลูกถึงคน แล้วกับพี่น้องประชาชนเขาก็มีชื่อเสียงดี เขาเคยอยู่แถวพัทยา ทุกวันนี้ยังมีคนกล่าวขานถึงอยู่ว่า ผกก.คนนี้เป็นคนดี เอื้อเฟื้อ รักลูกน้อง เป็นห่วงเป็นใย ผมว่าบุคลิกตรงนี้อยู่กองปราบได้ แล้วจะทำให้กองปราบดีขึ้นกว่าเดิม ผมมองว่าถูกตัว ถูกเวลา

นี่คือความรู้สึกจากใจ รองผบช.ก. พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ที่มีโอกาสนั่งเก้าอี้ผู้นำกองปราบฯหน่วยงานสำคัญมีอำนาจสืบสวนจับกุมคดีอาญาทั่วประเทศ ถึงแม้จะเป็นแค่รักษาการ 10 เดือน แต่ก็มีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างที่เห็น

กากีกลาย 28/10/59