สนับสนุนเรื่องราวดีดี

เหตุการณ์จริง นักศึกษาไทยเล่าระทึก นาทีต่อนาที!  2 พี่น้อง วินาศกรรมบอสตันมาราธอน Boston Police – FBI สั่งปิดเมืองไล่ล่า  ตำรวจที่นี่เค้าจริงจังที่จะใช้เทคโนโลยีสืบจับคนร้าย รวมถึงความร่วมมือของพลเมืองในประเทศที่ค่อนข้าง รักษาระเบียบวินัย เลยทำให้ทุกๆอย่างคลี่คลายเร็ว

 

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2013 ณ เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดการก่อวินาศกรรม โดยผู้ก่อการร้าย 2 ราย บน Boylston St. ใจกลางเมืองBoston ระว่างมีการแข่งขันวิ่งแข่งระดับโลก “บอสตัน มาราธอน” คนร้ายเป็นชายหนุ่ม 2 ราย ใช้อาวุธเป็นระเบิดหม้ออัดความดันบรรจุในกระเป๋าเป้สะพายหลัง ส่งผลให้มีผู้บาทเจ็บทันที 183 ราย ประชาชนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย ตำรวจทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ Tamerlan Tsarnaev ,
Dzokhar Tsarnaev สองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่อพยพมาอาศัยอยู่ในอเมริกานานถึง 11 ปี กำลังเรียนหนังสืออยู่ในมหาลัยชื่อดังที่บอสตันทั้งคู่ ฯลฯ (รายละเอียดอื่นๆลองหาอ่านกันดู)

เวลาประมาณ บ่าย 3 โมง ณ อีกซีกหนึ่งของโลก บนถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจากทุกสารทิศ “ทำไมฝรั่งขี้ตกใจขนาดนี้ ” ปิดเมือง ปิดสนามบิน ทุกอย่างหยุดชะงัด สั่งทุกคนต้องอยู่แต่ในบ้าน และห้ามออกจนกว่าจะไล่ล่าคนร้ายได้ 

ไม่ได้เป็นความบังเอิญหรอกที่ เราได้พาตัวเองไปอยู่ตรงจุด”Finish (เส้นชัย) ” ขณะที่นักกีฬาจากทั่วโลกกำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งให้ถึงจุดหมายคว้าเหรียญคล้องคอกลับประเทศตัวเอง

“เราไม่ค่อยจะชอบรออะไรนานๆ ที่สำคัญอากาศต้นเดือนเมษา ในเมืองบอสตัน ถึงไม่ร้อนมาก แต่ก็อบอ้าวเอาการอยู่นะ” ..เราขอตัวเพื่อนๆเดินแทรกออกมาจากฝูงชนที่รอเชียร์คนวิ่งเข้าเส้นชัย เพื่อไปนั่งตากแอร์เย็นๆในแม็คโดนัล ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุมากนัก  ระหว่างก้าวเท้ายังไม่ทันจะเปิดประตูเข้าไปในร้าน ….เสียงระเบิดตูมสนั่น Boylston St. ผู้คนหวีดร้องกันราวกับถูกกราดยิงทุกหย่อมหญ้า

นาทีแรก..เราไม่คิดว่ามันคือระเบิดหรือก่อการร้ายใดใด เราคิดว่ามันเป็นเอฟเฟคของการจัดงาน เพราะเสียงตูมสนั่น 2 ครั้งติดต่อกันในครั้งนี้ มันน้อยนิดมาก หากเทียบกับอาการขวัญผวา เมื่อครั้งวิ่งหลบกระสุนรอบทิศทาง ย่านราชปรารภ ปี2553

หลังสิ้นเสียงระเบิดรีบวิ่งไปดูเพื่อน ณ จุดFinish ซึ่งก็หาเพื่อนไม่เจอ ชุลมุนวุ่นวาย ตำรวจ,รถดับเพลิง เสียงหวอดดังลั่นถนนทั้งสาย สรุปคือ…เราหาเพื่อนเราไม่เจอ ก่อนจะถอยออกมาหาที่เงียบๆ ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อน …เพื่อนฝรั่งก็โครตรักเราเลย ^^ มันหนีขึ้นรถไฟสายสีเขียวกลับกันหมดแล้ว

บรรยากาศถนนทั้งสาย ต่างชาติหลายรายพากันตกใจ ร้องไห้เสียขวัญน้ำตาท่วม กระทั่งต่อมาตำรวจประกาศให้ทุกคนกลับบ้าน ส่วนทางมือถือก็มีแอพพิเคชั่นแจ้งว่า อีกสักครู่รถบัส และรถไฟจะหยุดทำการ หากใครต้องการโดยสารกลับบ้านให้มาให้ถึงสถานี ก่อนเวลา (เท่าไหร่ไม่รู้จำไม่ได้)

หลังเกิดเหตุ สเตชั่นต่างๆ บัสทุกสายไม่เก็บเงินค่าโดยสาร ฝูงชนนับพัน พากันกรูขึ้น แน่นทุกขบวนเพื่อกลับบ้านให้ทันก่อนเวลา …การลงทุนใช้เทคโนโลยีไล่ล่าจับคนร้าย การประสานงานต่างๆกับพลเมืองในบอสตัน ผ่านทางแอพพลิเคชัน ที่ทุกฝ่ายร่วมใจปฎิบัติตามกฎข้อบังคับแบบที่ตำรวจไม่ต้องเข้าประชิดตัวชี้นิ้วสั่งให้ทำ ความมีระเบียบของทุกมุมเมืองในบ้านเค้า มันกลายเป็นอะไรที่ทำให้นักศึกษาไทยอย่างเราเห็นภาพสะท้อนในหลายมุม 

ระเบิดบอสตันมาราธอน 2 ตูม สำหรับเรามันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลยถ้าเทียบกับ สถานการณ์ก่อการร้ายในภาคใต้บ้านเรา ,ระเบิดป่วนเมืองต่างๆในกรุงเทพฯ หรือ กองกำลังไม่ทราบฝ่ายอะไรก็แล้วแต่ที่ผุดขึ้นมาสร้างความเดือดร้อนกันทั่วหน้า ต่างกันตรงที่ states police มีวิธียับยั้งสถานการณ์ระเบิด 2 ตูม ได้เหนือชั้นกว่ามาก (มาก)

เอาหละ! ได้เวลาที่เพื่อนชายเราขับรถออกมารับ เพื่อรีบกลับบ้านย่าน Watertown St. หากยังวนๆเวียนๆสอดส่องเหตุการณ์บนท้องถนน โดนจับแน่นอน  …..

ถึงเวลาที่ States Police จะปิดบอสตัน ทั้งเมือง เพื่อไล่ล่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้  #ยุธวิธีปิดล้อมกดกัน นำสู่การจับกุม ของ States Police มันแตกต่างจากบ้านเราแค่ไหน ติดตามตอนต่อไปนะคะ

” Thai student experience “