ผู้กองโอ๊ต-ร.ต.อ.กรณุชา​ บริรักษ์​กุล​

1013

 

ร้อยตำรวจเอก กรณุชา​ บริรักษ์​กุล​ หรือ โอ๊ต รอง​สารวัตร กองกำกับการสืบสวนสอบสวน 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล

นายตำรวจหนุ่มวัย 35 ปี คนนี้ไม่เคยเอาพ่อ ที่เป็นนายตำรวจยศนายพล มาคุยโวโอ่อวด กลับก้มหน้าทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา

ผู้กองโอ๊ต จบการศึกษาชั้นมัธยมจาก รั้วชมพู ฟ้า โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย​ รุ่น121​

ก่อนรับราชการตำรวจ ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร (หลักสูตร กอส.) รุ่นที่37

แรงบันดาลใจในการรับราชการตำรวจ ของผู้กองโอ๊ต ผ่านการหล่อหลอมมาจากคุณพ่อที่รับราชการ​ตำรวจ​ ใฝ่ฝัน​อยากจะเป็​นตำรวจตั้งแต่เด็กแล้ว

แต่ชีวิต​วัยรุ่นเกือบทำให้ความฝันนั้นเลือนลางหายไป

สมัยนั้นสายนิเทศศาสตร์​เป็นที่นิยม ตัดสินใจไปเรียนนิเทศ​ศาสตร์ จบมา เป็นครีเอทีฟ​ ของบริษั​ทเอกชนชื่อดัง ย่านปทุมธานี

แต่แล้วกลับเริ่มไม่มีความสุข​ในการทำงาน รู้สึกว่ามันไม่ใช่

ตอนเรียนก็ชอบเรียน แต่ทำไมทำงานกลับรู้สึก​ไม่ใช่ตัวเรา​ ทำงานได้หนึ่งปีจึงลาออก​ หันเหมาสมัคร​เรียน​นิติ​ศาสตร์​

คิดว่าเอาไงเอากันลองดู​ ช่วงหลังออกจากงานก็เรียนไปด้วยและว่างๆก็มาช่วยดูงานสำนักงานของคุณพ่อ

ตอนนั้นผู้กองโอ๊ตก็คิด อุทานในใจ เอ้ย ! มันมีความสุขดีนี่หว่า การที่ได้สัมผั​สงานตำรวจเนี่ย ได้ตามคุณ​พ่อไปทำงานบ้างตามโอกาส​ ความใฝ่ฝัน​ในตอนเด็กได้กลับมา​

กระทั่งจังหวะดี มีเปิดสอบเข้ารับราชการ​สายนิเทศศาสตร์​ วุฒิ​ขาดแคลน​ ก็เลยสอบเข้ารับราชการตำรวจ

ในการรับราชการ​ตำรวจหลักๆ ผู้กองโอ๊ต มีครู 2 ท่าน

ท่าน​แรก พลตำรวจตรี วิ​ชาญ​ญ์​วัชร์​ บริรักษ์​กุล​ ผู้ซึ่งเป็นทั้งพ่อและเป็นนาย

ในเวลาเดียวกัน​ คุณพ่อสอนการใช้ชีวิต​และการครองตนในอาชีพและเป็​นแบบอย่างที่ดีให้กับข้าราชการ​ตำรวจเสมอมา​

อีกคนคือ พันตำรวจเอก พร​ศักดิ์​ เลารุจิราลัย​ ผู้ที่เป็นทั้งพี่และเป็นนาย

พี่พรสอนเราหลายๆอย่างในด้านงานสืบสวนและเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติ​งาน

ส่วนมุมมองที่มีต่ออาชีพตำรวจ ใครที่รักก็รักเลย ส่วนคนที่เกลียด​ก็​เกลียด​เลยเหมือน​กัน​ แต่ส่วนใหญ่​ คิดว่าคนที่เกลียด อาจเพราะไม่เข้าใจในการทำงานของตำรวจ มากกว่า​

ตอนที่ฝึก​อยู่​ที่โรงเรียน​นายร้อย​ตำร​วจ​มีอย่างหนึ่งที่เราในรุ่น รวมทั้งน้องนักเรียน​นายร้อย​ตำร​วจ​กล่าวจนขึ้นใจคือ

ตำรวจต้องเป็นผู้พิทักษ์​และรับใช้​ประชาชน​ไม่ใช่​นายหรือรังแกประชาชน​ ผมว่านั่นล่ะคือผู้​พิทักษ์​สันติ​ราษฎร์​ที่แท้จริง

งานสืบสวน​ เป็นงานที่ผู้กองโอ๊ตชอบมากที่สุด เพราะโตมาในห้องสืบ

สมัยเด็กๆคุณพ่อในตอนนั้นเป็นรองสารวัตร​สืบสวน​พญาไท​ กลางวัน​คุณแม่ก็ไปทำงาน พี่เลี้ยงก็ไม่มี

คุณพ่อก็เลยเอามาฝากไว้ที่ห้องสืบ พี่ๆนักสืบพญาไทก็ช่วยกันเลี้ยงถือว่าเป็นพี่เลี้ยงเรามาเลยก็ว่าได้

พอมีโอกาสได้มาเป็นตำร​วจ ​ก็อยู่กับงานสืบมาตลอดตั้งแต่ร้อยตำร​วจ​ตรี​ คิดว่าหัวใจหลักของสำนักงาน​ตำร​วจ​แห่งชาติ ​คืองานสืบสวนและสอบสวน​

อย่างที่พี่ๆนักสืบรุ่น​เก๋าๆพูดไว้เสมอ​ เป็นพระต้องสวดเป็นตำรวจต้องจับ​ ผมว่าเรื่อง​จริงนะ ผู้กองโอ๊ตกล่าว

ขอเสนอแนะ น้องๆที่อยากจะเข้าม​ารับ​ราชการ​ตำ​ร​วจ​ การที่จะเป็นตำ​รวจไม่ใช่การได้แต่งเครื่องแบบ​เท่ๆ พันธกิจ​ของงานตำรวจเราคือเป็นผู้พิทักษ์​สันติ​ราษฎร์​โดยสมบูรณ์ ​ใช่มาหาผลประโยชน์​อย่าง​เดียว​

หากเราเข้ามาปฏิบัติ​หน้า​ที่​ตรงนี้แล้ว ต้องทำมันให้ดี ตำรวจเราเป็นกันตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ช่วงเข้าเวร​หรือ​ช่วง​ปฏิบัติ​หน้า​ที่​

ดังนั้นให้พึง​ระลึก​ไว้​เสมอ​ว่า​ หากประชาชน​ยังเป็นทุกข์​อยู่แล้วเราจะสุขได้อย่างไร

คติประจำใจในการทำงาน​ของผู้กองโอ๊ต ตามอุดม​คติของตำรวจ ทั้ง9ข้อ ในพระนิพนธ์​โดย​ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(จวน อุฎฐายีมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก​ ประทาน​ให้ไว้​ เป็นหลักใช้ชีวิต​ในการรับราชการ​ตำรวจเสมอมา

จักรีวุธ ฉายปรีชา บันทึก 22/12/62