Saturday, March 14, 2026
More
    Homeท่องปทุมวันชีวิตตำรวจข้นคลั่กของผู้กองหล-ร.ต.อ.พหล สดแสงจันทร์

    ชีวิตตำรวจข้นคลั่กของผู้กองหล-ร.ต.อ.พหล สดแสงจันทร์

    นอกจาก สารวัตรแจ๊ะ-พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นายตำรวจคู่ใจรองจ๋อ -พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น.มือปราบระดับอาจารย์แล้ว

    ถ้าคนช่างสังเกต จะเห็นชายสูงวัยหุ่นสันทัด  ร่างกายยังกระฉับกระเฉงหน้าตาคมเข้มไว้หนวดดูหน้าเกรงขาม คอยตามนายพลตำรวจมือปราบฯผู้นี้อยู่ตลอด

    วันนี้จะพาไปรู้จักชายสูงวัยคนนี้  ร.ต.อ.พหล สดแสงจันทร์  หรือ “ดาบหล กองปราบ” จัดเป็นของแท้เบื้องหลังการถ่ายทำอีกคนหนึ่งในยุทธจักรสีกากี 

    จาก “วีรบุรุษกองขยะ” สู่สนามรบจริง

    “ผมคนมหาราช อยุธยา พ่อเป็นกำนัน ชีวิตหักเหตอนเรียนจบ มศ.5 เพื่อนชวนไปดูหนังเรื่อง “วีรบุรุษกองขยะ” ที่สรพงษ์ชาตรี เล่นเป็น ตชด. แล้วโดนยิงตายตอนจบ ดูจบผมไฟลุกเลย ไม่เอาแล้วเอ็นทรานซ์ บอกพ่อจะไปสอบตำรวจ จะเอาปืนมาถือให้ได้…” 

    ผมไปสอบที่เขต 7 เมืองกาญจน์ คนสมัครเป็นพัน ผมได้ที่ 4 ไปฝึกรวมที่นครปฐม ฝึกเสร็จเขาส่งลงใต้ ปี 2520 ยุคคอมมิวนิสต์กำลังเดือด เขต 8นครศรีธรรมราช ทุ่งสง สมัยหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต ถูกยิงเสียชีวิตบนเฮลิคอปเตอร์ ผมถูกส่งลงไปที่สุราษฎร์ฯ ที่บ้านส้อง

    ผู้กองหลรื้อความหลังจุดเริ่มต้นชีวิตสีกากี

    รบผกค.สมรภูมิใต้: ชีวิตตำรวจป่า”

    บ้านส้องสมัยนั้นเขาเรียก “โรงเรียนนายร้อยโนเนม” ใครรอดกลับมาได้ติดนายร้อยหมด แต่ส่วนใหญ่จะตายหรือหนีทัพ 

    ลาดตระเวนวันแรกโดนเลย ทั้งระเบิดทั้งปืน เดือนกันยา มี 30 วัน ผมปะทะไป 26 ครั้ง อยู่จนชินกลิ่นคาวเลือด รุ่นผมตายที 4-5 คน เห็นเพื่อนตายคาตา 13-14 ศพ ผบ.ร้อยตายคารถ ไปคันเดียวกัน ตายหมดโดนวางระเบิด โดนยิง โดนตีฐานบ้าง

    ส่วนผม “แคล้วคลาด”ตลอด อยู่ในวงล้อมทุกครั้งแต่รอดมาได้ อยู่มาจนชิน  3-4 เดือนได้ เขาก็ให้ย้ายมาอยู่ที่ชะอวด นึกว่าจะอยู่สบายแล้ว แต่โดนหนักอีก โดนตีฐานอีก  

    ได้ไปอยู่กระบี่ โดนหนักอีก คือผกค.มันหนีจากบ้านส้องมาอยู่กระบี่ ที่ปลายพระยา คำทับ  พระตำหนัก คืออยู่พื้นที่สีแดงทั้งนั้น  ก่อนผมไปอยู่ มันเริ่มปะทุ มันหนีมาจากทางบ้านส้อง  ก็อยู่ ตชด.แบบนี้ มา 17 ปี พอได้อาศัยค่าปีก โดดร่ม จนพ่อขอให้ย้ายกลับส่วนกลาง เพราะถ้าอยู่ต่อคงไม่ได้กลับแบบมีลมหายใจ

    อยู่17ปีออกจากถิ่นช้างศึก

    จากนั้นก็เลยตัดสินใจย้ายออก อันดับ 1 ขอมาลงสืบเหนือ และที่กองปราบ กก.3 บก.ป. สุดท้ายมาลงที่กองปราบฯตอนนั้นเขาให้เลือก

    ช่วงนั้นนายผู้ใหญ่ รู้จักผมเยอะในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุ่นตั้งแต่ 18 ลงมา  ตอนผมมาอยู่ส่วนกลาง มีผู้ใหญ่ที่อยู่ใน ตชด.เยอะ ตั้งแต่ท่านพรศักดิ์  ดุรงควิบูลย์ พวก ตชด.เก่า  ท่านโกวิท วัฒนะ ก็รู้จัก  ตอนไปลา ท่านบอกว่าไอ้เหี้ยไปจนได้นะ ก็ย้ายจาก ตชด.อยู่มา 17-18 ปี

    ดาบหลที่คนสนิทเรียกกันติดปากเล่าพลางหัวเราะพลาง

    สู่กองปราบ: ยุค “ฉลามดำ”  

    พอย้ายมากองปราบ ปี 2537-2538 ผมลงชุด “ฉลามดำ” อยู่กับนายสมพงษ์  พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ อดีตผบช.ภ.4  ตอนนั้นท่านเป็นผกก.3ป.   

    มาอยู่ชุดฉลามดำ ทีนี้แหละไม่ได้หยุดเลย หนักเลย ถ้าถามว่าต่างกันไหมจาก ตชด.จากรบในป่า แล้วมากองปราบจับโจร 

    คือเราอยู่ตชด.มาเรารบ พอมาเจอพวกโจร  ไม่ใช่ประมาทแต่เราไม่กลัว ความรู้สึกกลัวไม่มี มันคนละอย่างกัน

    เวลาลูกน้องไปทำงาน พวกปืนเราก็ไม่เคยซื้อ แต่แบบกล้าทำงาน กล้าเข้า 

    ขนาดสารวัตรคนอื่น เขาชอบใช้อาวุธ แต่มองมาเอ๊ะ ไอ้นี่มาจากไหนวะ แกก็เรียกไปช่วยทำงาน พวกตากุ่ย-พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง อดีตผู้การเพชรบุรี  พวก สว.แผนกอื่นๆ สารวัตรพิรัตน์ นาสมวาส  ต้องไปช่วย เวลาเขาจัดชุดจะมีชื่อผมทุกชุด เพราะรูปทรงลักษณะเราให้  

    บัดดี้คู่”สารวัตรดำ”

    สมัยนั้นฉลามดำ มี ตาดำ-พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ อดีตผบก.ภ.จว. นครสวรรค์  ขณะนั้นยังเป็นสารวัตร เป็นน้องสุดก็โดนใช้เยอะสุด ผมก็ไปกัน 2 คน  ไปไหนก็ไปกัน 2 คนกับสารวัตรดำ ไปด้วยกันตลอด คดีแสงชัย สุนทรวัฒน์ ไม่ได้กลับบ้านเดือนกว่า ไปชุดเดียวเลยอยู่กินกับแกตลอด กินนอนบ้านแก

    แกเป็นคนตัวเล็กแต่ยิงปืนแม่น  มีวินัยสูง การต่อสู้อย่างนี้ ค่อนข้างมีวินัย  ไปทุ่งเสลี่ยงกัน 2 คน ผมขับรถ บอกสารวัตรแถวนี้ค้ายาเยอะ โจรทั้งนั้นเลยนะ แกว่า ไอ้เหี้ย มึงมากับกู 2 คน กลัวอะไรล่ะ ก็มืดๆ ค่ำๆ ก็ขับรถไปอย่างนี้ สารวัตรดำเห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้แต่ใจสู้ 

    อยู่ป.ได้ประสบการณ์แต่ถ้ามันต้องตชด.

    อยู่กองปราบ ก็ได้ประสบการณ์เยอะ  วิสามัญทีละ 2 ทีละ 3 ทีละ 5  ก็ไม่ตื่นเต้น บอกว่าก็เหมือนกัน ยิงกัน มึงบ้าง กูบ้าง 

    อยู่ ตชด.ตื่นเต้นกว่า รบมันสุดก็ที่บ้านส้อง ยิงทุกวัน ส่วนมากมันจะยิงเรา  มันเป็นป่า เราตั้งฐานอยู่อย่างนี้ มันมาแอบยิง ลักยิงบ้าง ลาดตระเวนมันก็ฝังระเบิด เดินมาถ้าเหยียบ เดี๋ยวมันก็ยิงซ้ำ อยู่แบบนี้ทุกวันๆ 

    ยก”นายนึง”ผู้การกองปราบสุดยอด

    อยู่กองปราบมาหลายผู้การ ที่ผมชอบคือผู้การคำนึง-พล.ต.ต.คำนึง ธรรมเกษม  คือผมไม่ใช่ลูกน้องท่านโดยตรงนะ แต่ท่านรู้จักผม อย่างนายนึงตอนทำคดีแสงชัย  นายนึงกำลังฟังผมอยู่ กำลังอธิบายเรื่องปืนนอริงโก้ ลักษณะปืนเป็นยังไง ก็บอกว่า มี ตชด.คนหนึ่งมันพก แล้วปืนนอริงโก้นี่ ถ้าไม่ขึ้นนกก่อนจะขึ้นยาก มันจะแข็งมากจะติด

    จังหวะผมอธิบายๆ อยู่ มีนายตำรวจระดับผกก.คนหนึ่งมาพูดขัดจังหวะ   จำได้เลยนายนึงตบหัวเลย โดนนายนึงด่า ผมเนี่ยชอบมาก 

    อีกตอนช่วงได้ปืนของกลาง  ผมคุมไอ้กิต-นฤทุกข์ อุ่นตระกูล มือปืนยิงแสงชัยอยู่  มีรองผู้การคนหนึ่งบอกว่า ปืนอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปเอาเอง

    นายนึงบอกว่า คุณไม่ต้องเสือก แล้วหันมาทางผมแกบอก ไอ้หนู มึงไปเอาปืนมา ให้คนอื่นคุมไอ้กิต ไว้ก่อน มึงไปเอาปืนมา นายนึงบอก คุณไม่ต้องเสือก สุดยอด

    ผู้กองหลย้อนอดีตแล้วหัวเราะร่าถูกใจ

    ประทับใจจับกับมือ”ลุงฆ่าหลาน”

    คดีที่ประทับใจที่สุดคือ “คดีไอ้เอื้อน” อุ้มฆ่าเผาหลานแท้ๆ2ศพในกองฟางพะเยาแล้วทำทีเรียกค่าไถ่ 8 ล้านที่นครปฐม ผมทำกับท่านหมู -พล.อ.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารมหาดเล็ก ราชวัลลภรักษาพระองค์ สมัยท่านเป็นรองผกก.3ป. จับได้ภายใน 2 วัน จนผู้ใหญ่ไม่เชื่อว่าทำได้จริง เพราะท้องที่ทำมา 10 วันยังมืดแปดด้าน

    ตอนนั้นผมทำงานให้ท่านหมู-ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อยู่ศูนย์น้ำมันเถื่อนบ้างอะไรอย่างนี้  ทำงานให้แกอยู่พักหนึ่ง มีคดีลุงอุ้มหลานเรียกค่าไถ่ 8 ล้าน ไอ้เอื้อน

    ผมไปทำกับแก 2 คนนะ ที่นครปฐม  แกทำงานฉลาด สมัยนั้นเรื่องเทคโนโลยีก็ต้องยกให้แก  ท่านฐิติราช  ไปกัน 2 คน ขับเรนจ์โรเวอร์ป้ายแดง 

    วันแรกไปช้า 5 นาที เกือบจับได้ วันที่ 2 จับได้ผมเข้าฮอตเองเลย ขับรถสวนกัน จำได้รถสีส้ม ทะเบียนนี้รถมัน ก็ตีรถกลับ ไปจับได้ในรถ เอาตัวขึ้น ฮ.ไปที่พะเยา ดูที่เกิดเหตุที่มันเผาหลาน 2 คนในกองฟางคืนนั้นเลย

    นายอ๊อด-พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อดีตรองผบ.ตร.สมัยท่านเป็นรองผบก.ป.หัวหน้าชุด ยังกระเซ้าบอกว่าไอ้หมู มึงโม้รึเปล่าวะ 2 วันจับได้ กูไม่เชื่อ มึงเรียกไอ้หล มาดูซิ ที่มึงไปด้วย  ท่านหมูมาบอกผมว่าเฮ้ย พี่อ๊อด เขาไม่เชื่อว่าเราจับได้ภายใน 2 วัน

    ช่วงอยู่ กก.3 บก.ป. ก็ช่วยท่าน พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ. นครสวรรค์ สมัยเป็น สว.และรอง ผกก. จน พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว เป็น ผบก.อก.บช.ก. ท่านให้ย้ายมา กก.1 บก.ป. จึงได้มาพบ กับ สารวัตรจ๋อ -พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ มาเป็น สว.งานผม ได้ร่วมทำคดีเป็นหลายสิบคดี ทั้งเล็กใหญ่

    มีข้ามไปจับมือปืนคดีไบโอคลินิค ถึงประเทศลาว เปิดคดี ฆ่าล้างครัว 5 ศพ ที่โพธิ์แก้ว คดีจี้จับนักศึก ม.เกษตรไปข่มขืน คดีแก๊งทุบรถ รอง ผกก.1 ป. และอีกมากมายหลายสิบคดี

    ต่อมาย้ายมา กก.5 บก.ป.มี ผกก.เอ็ม พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง เป็น ผกก.(ปัจจุบันเป็น พล.ต.ท.) ก่อนผมเกษียณ 4-5 เดือนก็ช่วยจับมือปืนคนสำคัญ 2-3 คน มาให้ ผบช.ก. แถลงข่าว

    จากนั้นมาอยู่กับ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ อดีตผบก.สส.บช.น.เรียกมาใช้ต่อสมัยเป็นผกก.5ป. ทีนี้ไปไหนไม่ได้เลย อยู่กับตายนต์อย่างเดียวเลย ก็ผมถนัดงานอย่างนี้อยู่แล้ว อยู่กับผู้การยนต์ 8-9 ปีมั้ง น่าจะเกือบ 10 ปี ก็แยกย้าย

     

    คือแกออกจากกองปราบ ไปขึ้นนายพลเป็นผู้การจเร แล้วไปสืบภาค 3 ก็เริ่มห่างๆ ไป ตอนอยู่กองปราบก็อยู่ด้วยกันตลอด มีงานอะไรก็เรียกใช้

    คดีที่วิสามัญ ไอ้อาลี ไอ้แขกขาว  นั่นก็พวกเราเข้าฮอตเองหมด ทั้งตอนจับได้ ทั้งตอนแหกห้องขังหนี จนสุดท้ายมาวิสามัญในกรุงเทพฯ  มีสารวัตรดา พ.ต.ท.กฤษฏา สนธิ – รองปู พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผู้การปพ.ขณะนี้ ทำด้วยกัน

    ผู้กองหล เล่าถึงชีวิตมดงานในกองปราบที่ได้ร่วมคลี่คดีได้ร่วมทำงานกับนักสืบบิ๊กเนมหลายต่อหลายคน

    ความผูกพันตำรวจกับโจร

    คติการทำงานของผมคือ “ความถูกต้อง” ผมรู้จักมือปืนเยอะ บางคนยิงเพราะจำเป็น หรือโดนรังแกจนต้องสู้ อย่าง “ไอ้หลวง” ที่ยิงคนตาย 2 ศพที่นครฯ เพราะโดนเจ้าถิ่นรุมทำร้ายแล้วถือปืนจะมายิงมันก่อน มันยิงสวนเข้าเบ้าตาดับทั้งคู่ เคสนี้ผมเห็นว่ามันป้องกันตัว ผมก็ปล่อยอายุความหมดก็จบกันไป ผมถือว่าเรามีคุณธรรม

    แม้แต่”ไอ้แป้ง นาโหนด” ผมจับเองกับมือ แต่มันเคารพผม  ผมมองโจรเป็นคน ถ้าเขานักเลงพอ เราก็คุยกันได้

    “ตอนนั้นมีหมายจับเรื่องยิงนายก อบจ. นครศรีธรรมราช แต่ออกหมายจับผิดตัว ผมบอกมันว่า ‘เฮ้ย แป้ง มึงมอบตัวเถอะ แต่กูขอเป็นคนจับมึงเอง’ ผมไปคุยกับพี่สาวมันว่าให้มันออกมาเถอะ อย่าให้ต้องใช้กำลังกันเลย

    ผมจัดชุดทำงานเอง มีคนเก่งๆ อย่าง สารวัตรแจ๊ก-พ.ต.ท.ศันสนะ พิริยะจิตตะ อดีตนายเวรท่านหาญพล นิตย์วิบูลย์  มาร่วมด้วย ผมเลือกคนไป 7-8 คน จับมาได้ 3-4 คน รวมทั้งไอ้แป้งกับไอ้ตุ้มลูกน้องมัน

    คนนครฯ เขากลัวไอ้สองคนนี้กันทั้งจังหวัด ขนาดรอง ผกก. ที่นั่นยังไม่กล้าซักถามมันเลยเพราะกลัวอิทธิพล

    แต่ถามว่ากองปราบจับแล้วยกฟ้องไหม ก็ยกครับ เพราะมันผิดตัวจริงๆ วันที่เขายิงกันตอนแปดโมงครึ่ง ไอ้แป้งมันยังใส่ชุดนอนเดินรับอะไหล่รถอยู่ที่ปทุมธานีกับเมียอยู่เลย ผมไล่กล้องดูเห็นทั้งวัน แล้วมันจะขี่จรวดไปยิงเขาได้ยังไง มันเลยยัวะตำรวจท้องที่มาก

    นิสัยไอ้แป้งมันเป็นคนทรงนี้ ตอนแรกมันไม่ยอมคุยกับใครเลย ขนาดตำรวจคนอื่นขอเบอร์มันยังบอกว่าเลิกใช้โทรศัพท์แล้ว แต่พอคุยไปคุยมา มันขอเบอร์ผมเฉย บอกว่า ‘เผื่อผมมีอะไรดีๆ จะโทรหาป๋าบ้าง’ หลังจากนั้นก็ไลน์คุยกันตลอด  

    ตอนมันจะสมัคร สจ. ผมถามว่าใครจะเลือกมึง….

    มันหัวเราะแล้วบอกว่า ‘ถ้าผมลง ไม่มีใครกล้าแข่งหรอกป๋า

    ส่วนเรื่องคดียาเสพติด ถามว่ามันค้าไหม ผมว่ามันไม่ได้ทำโดยตรง แต่น่าจะมีส่วนเรื่องตามทวงหนี้พวกวงการเทาๆ นั่นแหละ ผมอยากรู้อะไรก็ถามมันเอาตรงๆ”

    หลังเกษียณฯ”รองจ๋อ”เรียกใช้

    อยู่ไปอยู่มาจนเกษียณที่กองปราบ  ปี 2560 ชีวิตตำรวจ 40 ปีเต็ม ตชด.17-18 ปี กองปราบอีก22ปี

    ผมรัก ตชด. กับ กองปราบที่สุด ใครจะว่าอะไรผมไม่รู้ แต่เรื่องเก็บส่วยเรื่องรีดไถ ผมไม่ทำ นายถึงไว้ใจ 

    พอเกษียณพักผ่อนอยู่พักหนึ่ง เผอิญรองจ๋อ-พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ก็ให้มาช่วย ก็ทำงานลับๆอยู่ข้างหลัง เช็คคนทางโน้นทางนี้บ้าง ตอนแกเป็นนายพลกองสืบภาค 2  แกเรียกให้มาอยู่ ก่อนมาสืบนครบาล

    รองจ๋อ ไม่ให้ทำอะไร บอกให้กินกาแฟ นั่งเล่นไลน์ไปเฉยๆ แต่ไปไหนก็ต้องไปด้วย ไปต่างจังหวัดผมก็ต้องติดรถไปด้วย

    ถึงวันนี้ในวัยย่าง 69 ปี สุขภาพยังดี มีความดันบ้างตามวัย แต่ใจยังเป็นตำรวจอยู่เสมอ… 

    ตำรวจแบบผม รุ่นหลังอาจจะหาไม่ได้แล้ว เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว

    ตำรวจเก่าลายเสือเลือดกองปราบเลือดตำรวจป่าบอกส่งท้าย ก่อนจบสนทนากันวันนั้น…..

    เฮียเก๋ 14/3/69

     

     

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments