วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผู้บังคับการฯ รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สั่งการให้ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รองผู้กำกับการสืบสวนฯ พร้อมชุดปฏิบัตินำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สังกัด กก.สืบสวน บก.ตม.1 บูรณาการร่วมกัน ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของแรงงานข้ามชาติ ย่านเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
หลังได้รับแจ้งเบาะแสมีชาวจีน เปิดร้านให้บริการเช่าชุดไทยและเป็นช่างแต่งหน้าให้แก่นักท่องเที่ยว บริเวณโดยรอบวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย
เจ้าหน้าที่วางแผนจัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบร้านที่เปิดให้บริการเช่าชุดไทยในพื้นที่ตามที่มีการแจ้งเบาะแส 6 ร้าน พบร้านที่เปิดให้บริการเช่าชุดไทยกระทำความผิด 1 ร้าน และพบหญิงชาวจีน 2 คน ทำงานเป็นครูสอนแต่งหน้าอยู่ภายในร้านโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน
ได้ควบคุมตัวส่งทั้งคู่ส่งสน.พระราชวัง ดำเนินคดี ข่ช้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 8 มีโทษตามมาตรา 101 แห่ง พรก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 22561
ส่วนนายจ้างเจ้าของร้านดำเนินคดี รับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 9 มีโทษตามมาตรา 102 แห่ง พรก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561
ทั้งนี้ คนต่างชาติที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ทำได้ มีโทษปรับ 5,000 – 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง โดยไม่สามารถขอรับใบอนุญาตทำงานได้จนกว่าจะพ้นโทษแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี
และนายจ้าง/สถานประกอบการ ที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้ทำงานนอกเหนือจากสิทธิจะทำได้ มีโทษปรับ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี