“นพศิลป์” สั่ง ตม.สงขลา ผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ไล่ล่าระทึก 40 กม.สกัดขบวนรถขนจีนเถื่อนผ่านไทย ส่งต่อมาเลเซีย
วันที่ 4 ต.ค.69 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล ในฐานะโฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ภายใต้การสั่งการของพล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนขบวนการลักลอบพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและขยายผลผู้จ้างวานทั้งขบวนการ
ล่าสุด ตม.จว.สงขลา ร่วมกับ ตำรวจท่องเที่ยวสามารถสกัดจับขบวนรถขนคนต่างด้าว จับกุมคนไทย 3 คน ยึดรถ 2 คัน พร้อมคนจีนหนีมาจากกัมพูชาเพื่อจะมุดเข้ามาเลเซียใช้ไทยเป็นทางผ่าน
คดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สงขลา นำโดยพล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สงขลา
สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบพาคนจีนหลบหนีมาจากประเทศกัมพูชาไปยังมาเลเซียโดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน จึงได้บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวตรวจสอบในเส้นทาง
จนพบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ขับตามกันมาด้วยความเร็วสูงจะเข้าเขต อ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามเป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร จนสามารถสกัดจับรถคันหลังได้ที่ริม ถ.ลพบุรีราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่
จากการตรวจสอบพบ น.ส.ไอยติญา อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับ และนางลลิตา อายุ 35 ปี นั่งข้างคนขับ ทั้งสองรับสารภาพว่าได้ลักลอบพาคนจีนไม่มีหนังสือเดินทางมาด้วย 1 คน นอนหลบซ่อนอยู่ที่เบาะหลัง ทราบชื่อภายหลังคือ นายหยาง อายุ 41 ปี กำลังจะพาไปส่งที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่นั้น ฝ่ายที่ทำหน้าที่เป็นรถนำได้ติดต่อมาหา น.ส.ไอยติญา เพื่อสอบถามตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงวางแผนขยายผลโดยนัดหมายเจอกันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง
เมื่อไปถึงได้พบ นายสงกรานต์ อายุ 29 ปี ขับรถยนต์เป็นคันเดียวกับที่ไล่ติดตามก่อนหน้านี้ มาจอดยังจุดนัดหมาย จึงได้เข้าจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย “ร่วมกันให้ที่พักพิง ให้การช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายฯ”ส่วนชายชาวจีนได้แจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
โฆษก บก.ตม.6 กล่าวอีกว่าเป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญฯ ที่ได้กำชับให้ สตม.เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย และให้ขยายผลตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะบุคคลที่อาจมีหมายจับหรือมีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ
ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มคนต่างชาติที่เข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศไทย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบเบาะแสบุคคลหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

























