ตำรวจทางหลวงมุกดาหาร สกัดจับสินค้าปลอมและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ล็อตใหญ่กว่า 30,000 ชิ้น หากหลุดรอดไปสร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 20 ล้านบ.
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล.สั่งการให้ พ.ต.ท.กีรติ เหิมศรีชาติ สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. ได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าที่ไม่สามารถระบุที่มาได้ชัดเจนและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนหลายรายการ
จากการขยายผลสกัดจับนายสุพจน์ฯ อายุ 51 ปี พร้อมด้วยของกลางเป็นสินค้าหลากหลายชนิดรวมจำนวนกว่า 30,875 ชิ้น ถูกบรรทุกซุกซ่อนมาในรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-xx07 พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับและตรวจยึดได้ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 212 กิโลเมตรที่ 455-456 ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาและทำการบันทึกตรวจยึดสินค้าทั้งหมดเพื่อดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดต่อไป
สืบเนื่องจากก่อนจับกุม ชุดจับกุมรับแจ้งข้อมูลเบาะแสจากสายลับว่า จะมีการลักลอบขนส่งสินค้าที่ผิดกฎหมายและสินค้าที่ไม่ระบุที่มาโดยใช้รถยนต์บรรทุก 10 ล้อ เป็นยานพาหนะในการขนส่งผ่านเส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 212จึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ในจุดเสี่ยง
จนกระทั่งพบรถบรรทุกต้องสงสัยที่มีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งขับผ่านมายังบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อทำการขอตรวจสอบ พบนายสุพจน์ฯ เป็นผู้ขับขี่
ระหว่างการสอบถามเบื้องต้น นายสุพจน์ แจ้งว่าไม่ทราบว่าสินค้าที่บรรทุกมานั้นเป็นสินค้าชนิดใด เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้น พบสินค้าที่ไม่มีเอกสารแสดงที่มาและละเมิดเครื่องหมายการค้าจำนวนถึง 69 รายการ
อาทิ กระเป๋าแฟชั่น 100 ใบ, เสื้อยืด 6,500 ตัว, หมวกแก๊ป 7,300 ใบ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 30,875 ชิ้น
จากการประเมินเบื้องต้นสินค้าที่ตรวจยึดได้มีมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท แต่หากสินค้าเหล่านี้สามารถหลุดลอดไปจำหน่ายยังตลาดปลายทางในกรุงเทพมหานคร จะมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงกว่า 20 ล้านบาท
จากนั้นนำตัวนายสุพจน์ฯ พร้อมรถบรรทุกและของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบและนับจำนวนอย่างละเอียดที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงนิคมคำสร้อย ก่อนจะนำสินค้าส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นนายสุพจน์ฯ ผู้ขับขี่ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างขับรถไปรับสินค้าดังกล่าวมาจากบริเวณลานจอดรถพื้นที่โล่งแถวสะพานมิตรภาพมุกดาหาร-สะหวันเขต ในตัวเมืองมุกดาหาร เพื่อนำสินค้าทั้งหมดไปส่งยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ค่าจ้างในราคาเที่ยวละ 7,000 บาท และอ้างว่าไม่ทราบจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนเนื่องจากผู้ว่าจ้างจะติดต่อแจ้งพิกัดอีกครั้งเมื่อเดินทางเข้าสู่เขตพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว


























