
ฮือฮาอีกที่ชายแดนใต้ ปาฐกถา“พ.ต.อ.ทวี”จุดกระแส AI เขย่าโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ครู แห่เรียกร้องขยายวงเรียนรู้
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เกิดกระแสการตื่นตัวและวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงการศึกษาอย่างกว้างขวาง ภายหลัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “AI กับการพัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสามจังหวัดชายแดนใต้”
สร้างความฮือฮาและปลุกความตระหนักรู้แก่ผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นอย่างมาก จนเกิดกระแสเรียกร้องจากหลายโรงเรียนในพื้นที่ให้ พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปบรรยายพิเศษเพื่อเปิดมุมมองมิติของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในวงกว้างเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการบรรยายและคณะเดินทางกลับ นายไพศาล ตอยิบ ผู้จัดการและผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้เปิดเผยและระบุข้อความที่ส่งถึง พ.ต.อ.ทวี หลังการโทรศัพท์หารือว่า
“คำพูด สามารถปลุกกระแสการตื่นตัวเรื่องเทคโนโลยี AI กับการพัฒนาคุณธรรมมาก ตอนนี้คณะครูอาจารย์เริ่มมีแนวคิดใช้ AI เพื่อเสริมความรู้คู่คุณธรรมเพิ่มแล้ว แสดงว่าวิสัยทัศน์ด้าน AI ของท่านตรงกับความต้องการพัฒนาวิชาการของเขาแล้ว”
ต่อกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ถึงแนวคิดและกรอบการขับเคลื่อนเทคโนโลยี AI ในสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
พ.ต.อ.ทวี ได้แจกแจงรายละเอียดเชิงลึกภายใต้แนวคิดหลัก “คุณธรรมนำปัญญา เทคโนโลยีสร้างโอกาส การศึกษาสร้างอนาคต” ครอบคลุม 9 มิติสำคัญ
1. โลกยุค AI : การเปลี่ยนแปลงความรู้ อำนาจ และอนาคตมนุษย์ AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวก แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างความรู้ เศรษฐกิจ อาชีพ และอำนาจของโลก การศึกษาต้องเปลี่ยนจากการจดจำข้อมูลสู่การสร้างปัญญา การคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม ตรวจสอบความจริง และสร้างความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Resilience)
ผู้ที่ครอบครองข้อมูลและอัลกอริทึมย่อมมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่ AI จะฉลาดเพียงใด แต่คือมนุษย์จะมีปัญญา คุณธรรม และอำนาจกำหนดอนาคตตนเองเพียงใด
2. อิสลามกับวิทยาการ : ความรู้และคุณธรรมต้องพัฒนาไปด้วยกัน แรกเริ่มต้นด้วยคำว่า “อิกเราะอ์” (จงอ่าน) สะท้อนความสำคัญของการแสวงหาความรู้ ขณะที่ “อัลคอวาริซมีย์” นักคณิตศาสตร์มุสลิม คือรากศัพท์ของคำว่า Algorithm อันเป็นแกนหลักของคอมพิวเตอร์และ AI
โรงเรียนสอนศาสนาจึงมีจุดแข็งในการหลอมรวมความรู้ ศาสนา วิทยาศาสตร์ และจริยธรรมเข้าด้วยกัน โดยมีศาสนาเป็นเข็มทิศ วิทยาศาสตร์สร้างความเข้าใจ AI เพิ่มขีดความสามารถ และมนุษย์เป็นผู้กำหนดทิศทาง
3. ปฏิรูปการเรียนรู้ : AI เป็นผู้ช่วยครู ไม่ใช่ผู้แทนครู เทคโนโลยีช่วยออกแบบบทเรียน ลดงานธุรการ และหนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล แต่ต้องไม่ทำให้นักเรียนพึ่งพาคำตอบสำเร็จรูปจนคิดไม่เป็น ครูต้องเปลี่ยนจากผู้ป้อนข้อมูลสู่ผู้ออกแบบการเรียนรู้และขัดเกลาจริยธรรม AI อาจตอบคำถามได้ แต่ครูต้องสร้างคนที่รู้จักตั้งคำถามและแยกแยะความถูกต้อง
4. บทเรียนต่างประเทศ พัฒนาคนและธรรมาภิบาลก่อนลงทุนเทคโนโลยี ถอดบทเรียนจากสิงคโปร์ ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ จีน สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะกรอบดำเนินงาน 16 เดือนของโรงเรียนอิสลามในสหรัฐฯ ที่เน้นความพร้อมของครู ธรรมาภิบาลทางศาสนา และการคุ้มครองข้อมูลเด็กก่อนนำมาใช้จริง ความสำเร็จไม่ได้วัดจากจำนวนจัดซื้อ แต่คือคุณภาพการพัฒนามนุษย์
5. ธรรมาภิบาล AI : คุ้มครองเด็ก ความรู้ และความถูกต้องทางศาสนา แม้ AI จะช่วยสืบค้นภาษาอาหรับ พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน หะดีษ ตัจญ์วีด ได้อย่างรวดเร็ว แต่มีความเสี่ยงสร้างข้อมูลผิดพลาดหรือตีความคลาดเคลื่อน จึงต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของครูและผู้ทรงคุณวุฒิ ห้ามระบบวินิจฉัยฟัตวาหรือฟิกฮ์แทนมนุษย์ พร้อมทั้งต้องบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัดเพื่อพิทักษ์สิทธิเด็ก
6. ความเหลื่อมล้ำและอำนาจอัลกอริทึม : ความท้าทายของการศึกษาไทย เตือนปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบท และการถูกครอบงำทางความคิดจากอคติของระบบ รัฐธรรมนูญ มาตรา 54 กำหนดหน้าที่รัฐในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รัฐต้องไม่ปล่อยให้เด็กยากจนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ต้องสร้างคนให้ควบคุมอัลกอริทึม ไม่ใช่ให้อัลกอริทึมมาควบคุมคน
7. สู่ศูนย์กลางทุนมนุษย์และเศรษฐกิจฮาลาลอาเซียน ใช้ต้นทุนทางสังคมของสามจังหวัด ทั้งภาษาไทย มลายู อาหรับ และความเชื่อมโยงกับอาเซียน ยกระดับโรงเรียนศาสนาเป็นศูนย์กลางวิชาการและทักษะแห่งอนาคต เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่เศรษฐกิจฮาลาล เกษตรแปรรูป และธุรกิจดิจิทัล เพื่อสร้างงานและรายได้ในพื้นที่
พ.ต.อ.ทวี ยังได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย 8 ประการเพื่อการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม คือ
1.ยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์: บูรณาการโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามเข้าสู่นโยบาย AI ระดับชาติอย่างเสมอภาค
2. พัฒนาครูเป็นลำดับแรก: สร้างเครือข่ายยกระดับสมรรถนะครูทั้งด้านเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์ และจริยธรรมดิจิทัล
3. โครงสร้างพื้นฐานที่เท่าเทียม: จัดสรรสัญญาณอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กและห่างไกล
4.คลังความรู้ศาสนาและภาษา: พัฒนาฐานข้อมูลภาษาไทย-มลายู-อาหรับ และหลักศาสนาที่ผ่านการรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ
5.โรงเรียนต้นแบบ AI: นำร่องสร้างเครือข่ายโรงเรียนทดลองใช้ใน ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ก่อนขยายผลตามหลักฐานเชิงประจักษ์
6.เชื่อมการศึกษากับอาชีพ: ผสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมฮาลาล
7.ธรรมาภิบาลและสิทธิเด็ก: กำหนดเกณฑ์คุ้มครองข้อมูลเด็ก ความโปร่งใสของระบบ และการตรวจสอบเนื้อหาศาสนาโดยมนุษย์
8.ประเมินผลที่คุณภาพคน: วัดความสำเร็จจากทักษะการคิด ความปลอดภัย และการลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่วัดจากงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์
9.“อนาคตของสามจังหวัดชายแดนใต้ต้องไม่ถูกจำกัดด้วยความยากจน ความเหลื่อมล้ำ หรือการขาดโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี การศึกษาที่แท้จริงต้องไม่พาเด็กเดินออกจากรากเหง้าเพื่อแลกกับความทันสมัย แต่ต้องใช้รากเหง้าทางคุณธรรมและวัฒนธรรมเป็นพลังขับเคลื่อนสู่อนาคต
รัฐต้องสร้างคน ไม่ใช่สร้างหนี้ โรงเรียนต้องสร้างปัญญา ไม่ใช่เพียงสร้างผู้ใช้เทคโนโลยี AI ต้องสร้างโอกาส ไม่ใช่สร้างความเหลื่อมล้ำ และเทคโนโลยีต้องอยู่ภายใต้คุณธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” พ.ต.อ.ทวี ระบุทิ้งท้าย

























