นุชนารถ กองวิสัยสุข เวิร์คกิ้ง วูแมน แม่บ้าน ปส.

3454

 

ถือเป็นเวิร์คกิ้ง วูแมนอีกคน พี่ต้อย-นุชนารถ กองวิสัยสุข จากเด็กสาวชาวหนองคาย ที่สูญเสียพ่อ ร.ต.อ.ประดิษฐ์ อังคาวุธ ผู้กองโรงพักน้ำพอง จ.ขอนแก่น ไปตั้งแต่วัย 5 ขวบ จบมัธยมปลายดั้นด้นเข้ามาเรียนบริหารการตลาดที่รามคำแหง พร้อมเข้าทำงานซีเอ็ด ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ โดยทำงานด้านวารสารดูแลด้านโฆษณา หาสปอนเซอร์ จนปัจจุบันตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวารสาร บริษัทซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ ยังรับหน้าที่เป็นประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในการทำงานเคียงข้างสามี พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พร้อมเล่าให้ฟังถึงงานแม่บ้านตำรวจ ช่วยดูแลครอบครัวผู้ใต้บังคับบัญชาสามีให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

รับบทหลังบ้าน ช่วยงานสามี
“แม่บ้านตำรวจ เพิ่งมาทำเมื่อตอนเขาเป็นผู้การจังหวัด ตอนแรกไม่รู้เลยว่าแม่บ้าน หลังบ้านเป็นยังไง รู้แค่ว่าสามีเรามีหน้าที่อะไร ทำอะไร ก็มีหน้าที่ส่งเสริม ช่วยเขาตรงนั้น พอพี่หมายไปเป็นผู้การเชียงใหม่ ก็เริ่มรู้แล้วว่า แม่บ้าน ค่อนข้างจำเป็นต้องออกงาน ด้วยความที่ในจังหวัด พี่หมายเป็นเบอร์ 1 คือเป็นผู้การจังหวัด และสองคือเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ต้องเทคแคร์ ดูแลผู้ใหญ่ จึงมีความจำเป็นที่แม่บ้าน จะต้องมีบทบาท ก็เพิ่งจะเริ่ม เมื่อก่อนไม่เคยจะไปยุ่งเรื่องงานแม่บ้านตำรวจเลย……..”

ประธานแม่บ้านตร.ปส.คนแรก
พอพี่หมายมารับตำแหน่ง ผบช.ปส. งานมันหนักกว่าผู้การเชียงใหม่ ในฐานะแม่บ้าน งานก็หนักกว่าด้วย เพราะช่วงที่พี่หมายอยู่สอบสวนกลาง ก็เริ่มออกงานแม่บ้าน แต่ ปส.ไม่เคยมีชมรมแม่บ้านเหมือนกองบัญชาการอื่น เหมือนที่นี่จะเป็นประเพณีแบบนี้ เหมือนคนไม่มีเมีย เมียๆเขาก็จะคิดว่าทำไมหน่วยเราไม่มีชมรมแม่บ้านเหมือนหน่วยอื่นทีได้ออกงาน แต่ทำไมหน่วยนี้ไม่ได้ออกงาน ทำไมสามีไม่เคยไห้ไปร่วมงานเลย โน่น นี่ นั่น แต่ด้วยความสนับสนุนของท่านผู้บัญชาการ ทำให้เกิดชมรมแม่บ้านตำรวจนี้ขึ้น ช่วงแรกๆ พี่หมาย จะพาพี่เข้ามา นัดพี่ทานข้าว เขาก็บอกลูกน้อง ชวนเมียมากินข้าวด้วยสิ ใครไม่มาก็ช่างนะ แต่พี่จะชวนเมียพี่มานะ เขาก็จะพูดประมาณนี้ พี่ก็มา ก็นั่งคนเดียวจริงๆ ไม่มีใครเอาเมียมาสักคน คงเพราะความที่เขาชิน แต่พอเริ่มมีแม่บ้าน มีผู้หญิงเข้ามาในที่ทำงานในหน้าที่แม่บ้าน ตอนนี้ก็มีสัก 10 กว่าคนได้แล้ว เริ่มเป็นชมรมแม่บ้าน ก็มีงานเหมือนชมรม แม่บ้านตำรวจนครบาลเป็นยังไง เราก็เป็นแบบนั้น พี่เลยกลายเป็นประธานชมรมแม่บ้านตำรวจปราบปรามยาเสพติดคนแรก ถือเป็นความภูมิใจมาก

เป็นเมียตำรวจต้องทำใจ
ถึงท่านผู้บัญการ จะไม่ค่อยมีเวลาให้กับครอบครัว แต่เราก็ภูมิใจที่ ท่านทุ่มเททำงานหนักเพื่อความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติ ขออย่างเดียวให้ท่านปลอดภัย พี่เป็นห่วงเรื่องนี้มากกว่า เราเข้าใจ เชื่อใจกัน เราต่างคนต่างทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด พี่อยากให้มองในมุมชีวิตของภรรยาตำรวจ ต้องทำใจ ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาไม่มีวันหยุด เหมือนเรา เชื่อมั้ยมีภรรยาตำรวจมาบ่นให้ฟัง สามีทำงานมากไม่มีเวลาพาครอบครัวไปเที่ยวเหมือนคนอื่นเลย ทำแต่งาน เขาบอกว่า ไม่เคยได้ไปไหน ไม่เคยได้เที่ยวเทศกาลเหมือนคนอื่น พี่ก็เลยบอกว่า สามีคุณเป็นคนดีนะ พี่รู้จักเขา เขาเป็นคนทำงาน ทำงานกับพี่หมาย ทำงานได้ดี ถึงเขาจะไม่มีเวลาให้คุณ แต่ก็ดีกว่าเขาไปกินเหล้าไม่ใช่เหรอ ดีกว่าเขาไปติดผู้หญิงไปอยู่บ้านเมียน้อยไม่ใช่เหรอ เพียงแต่เขาทุ่มเทกับงาน แล้วคุณจะไปน้อยใจทำไม คุณควรจะภูมิใจด้วยซ้ำ พี่จะบอกเขา แล้วผลงานก็ออกมา ปรากฏดีทั้งนั้นเลย เป็นที่รักของเจ้านาย หรือเราจะให้แต่เขาพาเราไปเที่ยวไม่ทำงานเลย แล้วเขาจะมีชีวิตที่เจริญเติบโตหรือคะ

โครงการปส. ร่วมกับซีเอ็ดช่วยการศึกษาภาคมวลชน

ส่วนตัวเราเองก็พยายามทำกิจกรรมมวลชน จริงๆทำตั้งแต่พี่หมายเป็นผู้การอยู่บุรีรัมย์แล้ว คือไปขอพบนักการเมืองท้องถิ่น ไปหา อบต.ชี้แจงว่า เราเป็นภรรยาท่านผู้การสมหมาย อยากจะทำงานเกี่ยวกับเด็กในต่างจังหวัด ให้ได้เรียน ได้อ่านหนังสือที่ดี มีความเท่าเทียมกับเด็กกรุงเทพฯ จึงอยากจะเข้าไปสนับสนุนตรงนี้ พี่ก็พบพวกท่านแล้วพี่ก็ช่วยสนับสนุนบริจาคหนังสือให้นักเรียน ที่บุรีรัมย์นี่ 140 กว่าโรงเรียน ปูพรมเลย บริจาคไปแล้ว ราวๆ สองแสนบาทต่อโรงเรียน อย่างมหาวิทยาลัยนี่ก็บริจาคนับล้านบาทต่อโรงเรียน ราชภัฎบุรีรัมย์อะไรพวกนี้ บางแห่งเราก็เข้าไปช่วยจัดห้องสมุดให้ หรือบริจาคชั้นวางหนังสือ คือที่ซีเอ็ดจัดตั้งมูลนิธิชื่อ “มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น” นโยบายคือ จะสร้างคนไทยให้เก่งขึ้น ทำให้เด็กที่อยู่ห่างไกลหรือขาดสื่อการเรียนรู้ได้มีความเท่าเทียมกันกับเด็กกรุงเทพฯ ปกติซีเอ็ดมีโครงการเพื่อบริจาคหนังสือและสื่อการศึกษาอยู่แล้ว เพียงแต่จะไปบริจาคที่ไหน พี่ก็เลยขอบริษัทฯ ว่า พี่ขอเข้ามาช่วยทำงานตรงนี้เพื่อเอามาทำมวลชนสัมพันธ์กับชาวบ้าน เป็นโครงการ ปส.ร่วมกับซีเอ็ดที่ได้ช่วยเหลือสังคมด้านการศึกษาอีกทางหนึ่ง

เด็ก กทม.มีอะไร เด็ก ตจว.จะได้มีไม่ต่างกันมากนัก
ที่เชียงใหม่ ก็บริจาคไป 10 กว่าล้านบาท จะให้ตำรวจท้องที่เป็นคนคัดโรงเรียนเองตามดอยสูงๆ เราอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาเลือกโรงเรียนเอง เป็นงานมวลชนสัมพันธ์ ได้เข้าไปหาอาจารย์เอง ไปหาใกล้ชิดกับชาวบ้าน เป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้ทางตำรวจ ซึ่งโรงเรียนเองสามารถเอาไปจัดเป็นห้องสมุดของโรงเรียนได้ ส่วนซีเอ็ดก็ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจจะมอบหนังสือให้โรงเรียนที่ขาดแคลนสื่อความรู้เหล่านี้เช่นกัน ซีเอ็ดช่วยคัดและจัดหนังสือไปบริจาค ทางตำรวจเขาก็มารับหนังสือต่อกับเรา เป็นภาพน่าประทับใจที่เห็นบรรดาตำรวจมารับหนังสือแล้วนำไปส่งมอบด้วยตัวเองบนดอยที่ห่างไกล ไปช่วยจัดหนังสือ ไปร่วมจัดห้องสมุดกับครูนักเรียนอะไรอย่างนี้ แล้วที่ผ่านมาไม่เคยทำเป็นข่าวหรืออะไรในวงกว้างเหมือนกับทำอยู่หลังบ้านจริงๆ ซีเอ็ดเองไม่ได้ต้องการเอาไปประชาสัมพันธ์อะไรมากมาย เพียงแต่ต้องการจะให้เครดิตตำรวจท้องที่ แล้วพอตอนที่พี่หมายขึ้นเป็น รอง ผบช.ภ.5 พี่บอกว่า ขอมอบหนังสือให้แก่โรงเรียนเป็นชายขอบภาคเหนือ ให้โจทย์โรงเรียนบนดอยที่ลำบาก ก็ได้โรงเรียน ตชด.เป็นส่วนใหญ่ ไปแจกทีเป็นล็อตๆ ละ 1-2 แสนเล่ม

ซีเอ็ด-ครูแดร์ มีความตั้งใจในทิศทางเดียวกัน
สำหรับพี่ ก็คิดว่า พี่อยู่กับเด็ก อยู่กับหนังสือ ก็คิดว่ามาถูกทางแล้ว การจะสร้างให้เด็กห่างไกลยาเสพติด ต้องสร้างตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่มาสร้างตอนนี้ ตอนเด็กอยู่อาชีวะ มหาวิทยาลัย มันสายเกินไป เดี๋ยวนี้เด็กมันเสพยาเสพติด ตอน 15-16 หรือบางที 13 ก็เสพแล้ว โครงการครูแดร์ มาถูกทาง คุณต้องทำต่อไปในระดับประถม มัธยม ให้มันซึมเข้าไป ที่ซีเอ็ดก็มีแนวคิดคล้ายครูแดร์ แต่เราไม่ได้ไปเน้นว่า ยาบ้าเป็นสิ่งไม่ดีอย่างเดียว เราเน้นทำยังไงให้เด็กเขามีโอกาสด้านการศึกษา มีความรู้มากขึ้น เพราะเด็กทุกคนเก่งเหมือนกัน ขอแค่ให้เขามีโอกาสเท่านั้น ให้เขามีโอกาส ได้เรียนรู้ ได้สัมผัส ได้อ่าน ได้ศึกษา แล้วเข้าใจ จากการพิสูจน์ศักยภาพตนเอง

ปส.ไม่ได้แค่ปราบยาอย่างเดียว
อย่าง ปส.พี่หมาย เขาก็ทำไว้ดีนะ จะได้เห็นว่า มีตำรวจไว้ทำไม แล้วเราก็เห็นว่ายาเสพติดยังไงมันก็ไม่พ้นกับมวลชนอยู่แล้ว ยิ่งพวกสลัม พวกต่างจังหวัด ถ้าเราไม่เอากลุ่มพวกนี้เข้ามาเป็นพวก มียาเสพติดมันจะลำบากไปอีกเยอะ เรื่องพวกนี้มันเรื่องสำคัญกับมวลชน มุมของพี่ คือพยายามจะส่งเสริมสร้างภาพพจน์ ปส.ในมุมที่ดีของตำรวจอีกมุมหนึ่ง พยายามเอานักการเมือง เอาตำรวจ เอาอะไรมารรวมมือกัน จัดกิจกรรมร่วมกัน ไม่อยากให้แตกแยก พยายามจะสร้าง แล้วมุมที่อยากให้สร้าง คือพยายามให้คนรับรู้ว่า ปส.ทำอะไรอีกบ้าง ไม่ใช่ว่าไปปราบยาเสพติดอย่างเดียว มีมุมที่เราจะไปหามวลชน ไปช่วยอะไรอย่างอทานอีกในฐานะเราเป็นหลังบ้าน ผู้ชายเขาอาจจะไม่ได้คิดในมุมละเอียดอ่อนเหมือนผู้หญิง เหมือนให้ภาพพจน์มันออกมานุ่มนวล ผู้ชายเขาก็เป็นฝ่ายลุยๆ ไป แต่มันก็สามารถทำงานสนับสนุนเกื้อกูลกันไปได้

เมียตร.ไม่ใช่ตำรวจไม่มียศ เป็นครอบครัวเดียวกัน มีแต่พี่กับน้อง

คือหลังบ้าน มันควรจะมีหน้าที่อย่างไร แล้วพี่ไปอยู่ที่เชียงใหม่ พี่เริ่มทำงานแม่บ้านเต็มตัวตามตำแหน่งสามี สมัยก่อน ที่เชียงใหม่มีแม่บ้านที่แข็งแรงมาก งานแม่บ้านมีมากที่เราร่วมกันทำงานกับแม่บ้านหน่วยต่างๆ เนื่องจากพี่เป็นผู้บริหาร บริษัทเอกชน พี่ก็จะทำงานแบบพี่น้อง พวกเราไม่เหมือนสามีนะ คือจะเล่าให้ฟังว่า ปกติสมัยก่อน เขาจะมียศ จะติดไปถึงเมีย มีระดับ ต้องนั่งตรงนั้นตรงนี้ ถ้าคุณเป็นระดับสารวัตร จะมานั่งใกล้เมียผู้การไม่ได้ หรือนั่งใกล้เมียผู้บัญชาการไม่ได้ คุณควรจะรู้ว่าอยู่ระดับไหน อะไรอย่างนี้ แต่พี่จะเป็นคนไปบอกน้อง ว่า เราเป็นภรรยา เราไม่มียศนะ เราเท่าเทียมกันนะ ไม่ต้องมาถือว่าคนนี้เป็นนาย คนนี้เป็นลูกน้อง เมียไม่มียศ มีแต่พี่กับน้อง คนไหนเป็นพี่ก็นับถือแบบพี่ คนไหนเป็นน้องก็นับถือแบบน้อง เราจะอยู่กันแบบนี้ นอกจากงานเป็นทางการเราก็จะทำตามระเบียบที่เขาจะจัดบทบาทว่าเราจะอยู่ตำแหน่งไหน ถ้าไม่เป็นทางการเราก็จะอยู่เหมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกัน. จะบอกน้องๆแม่บ้านเราต้องเป็นฝ่ายสนับสนุน ในหน้าที่การงานของสามี ปัญหาเขาก็เยอะอยู่แล้วต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน พี่จะไม่เคยเข้าไปยุ่งเรื่องงานของเขา พี่เป็นผู้หญิงทำงานมาตลอด มีความเชื่อมั่นตัวเอง เขาเลยไม่ค่อยเป็นห่วงพี่ เขาจะรู้ว่าพี่สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเขา แต่เขาก็จะรักและให้เกียรติพี่มาตลอด เราก็จะให้เกียรติซึ่งกันและกัน บ้างครั้งพี่หมายก็จะมาช่วยงานของบริษัทพี่นะ คือเรามีสาขาที่ขายหนังสืออยู่เกือบ 500 สาขาทั่วประเทศ ก็จะมีปัญหาหาเรื่องโดนขโมยในร้านเป็นจำนวนมาก เราก็จะปรึกษาเขา เราก็จะช่วยงานซึ่งกันและกัน

ขวัญดาว…. บันทึกและเรียบเรียง