รอง ผบ.ตร.สั่งตรวจเข้มเรือที่เข้ามาในน่านน้ำไทย ย้ำประเทศไทยจะไม่ยอมให้ท่าเรือไทยหรือผืนน้ำไทย เป็นเซฟโซนของผู้กระทำผิดกฎหมาย
วันที่ 27 มกราคม 2569)พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ครอบคลุมทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกัน การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหาย ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและระดับสากล
ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายและข้อสั่งการให้บูรณาการการตรวจเรือสินค้าและเรือที่เข้ามาในน่านน้ำไทยอย่างเข้มข้น มีเป้าหมายสำคัญเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานทางทะเล ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ไม่ตกอยู่ในสภาพแรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ ในทุกรูปแบบ
ล่าสุดวันที่ 26 มกราคม 2569 มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประกอบด้วย กองบังคับการตำรวจน้ำ และ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์, กระทรวงแรงงาน, กรมเจ้าท่า
รวมถึงภาคีภาคประชาสังคม ได้แก่ สเตลล่ามาริส สังฆมณฑลจันทบุรี ซึ่งร่วมสนับสนุนการคุ้มครองแรงงานด้วยมิติด้านมนุษยธรรมและการเข้าถึงแรงงานอย่างใกล้ชิด โดยได้ดำเนินการตรวจเรือสัญชาติปานามา จำนวน 2 ลำ ได้แก่ M.V. FONG KUO NO.819 และ SEA GLORY II
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า การตรวจคุ้มครองแรงงานทางทะเลครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นกฎหมายที่กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการทำงานและการดำรงชีวิตของแรงงานทางทะเล ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 (MLC, 2006) ครอบคลุมสิทธิขั้นพื้นฐาน
อาทิ สภาพการจ้างที่เป็นธรรมและโปร่งใส สภาพความเป็นอยู่บนเรือที่เหมาะสมกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การเข้าถึงการดูแลรักษาพยาบาล การจ่ายค่าจ้างอย่างเป็นธรรม และช่องทางร้องเรียนที่เข้าถึงได้และมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองแรงงานตามกรอบขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และเป้าหมายของสหประชาชาติ (UN) โดยเฉพาะการยืนยันว่าแรงงานทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์ การเลือกปฏิบัติ การบังคับใช้แรงงาน และการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะมีสัญชาติใดหรืออยู่ในสถานะใดก็ตาม
การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานแรงงานทางทะเลตามหลักสากล และแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่า
“ประเทศไทยจะไม่ยอมให้ท่าเรือไทยหรือผืนน้ำไทยเป็นพื้นที่ปลอดความผิดสำหรับผู้กระทำผิดกฎหมาย”
ผู้ใดที่นำแรงงานมาแสวงหาประโยชน์ ใช้แรงงานบังคับ หรือกระทำการเข้าข่ายค้ามนุษย์ จะต้องถูกตรวจสอบ ดำเนินคดี และรับผิดตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ประเทศไทยไม่ใช่ที่ที่ใครจะมาทำผิดกฎหมายก็ได้ แต่เป็นประเทศที่ยืนหยัดบนหลักสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมาตรฐานแรงงานสากล เพื่อให้แรงงานทางทะเลทุกคนได้รับความปลอดภัย ความเป็นธรรม และคุณภาพชีวิตที่สมศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง
ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในการตรวจคุ้มครองแรงงานทางทะเลอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแรงงานทางทะเลได้รับความคุ้มครอง และผู้กระทำผิดฐานค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

























