Wednesday, October 28, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“บิ๊กแมน” แถลงใหญ่ทลายแก๊งฟอกเงิน ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ ซุกเงินผ่านกองทุนตปท. ซื้อหุ้นบิ๊กแคปไทย

    “บิ๊กแมน” แถลงใหญ่ทลายแก๊งฟอกเงิน ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ ซุกเงินผ่านกองทุนตปท. ซื้อหุ้นบิ๊กแคปไทย

    “รองแมน”แถลงศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ACSC ลุยทลายเครือข่ายมหากาพย์ เบนสมิธ – ยิมเลียก ฟอกเงินข้ามโลก ซุกแบงก์-กองทุนนอก ช้อนซื้อหุ้นใหญ่ ตลท. ยึด-อายัดทรัพย์อื้อ 3.5 หมื่นล้าน

    เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 27 ต.ค.69 ที่ชั้น 10 อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)

    พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ,พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ, ร่วมกับ ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต.,นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. ,นายชวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต.

    แถลงผลปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายมหากาฟ ฟอกเงินข้ามโลก ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนแปรสภาพเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”

    พล.ต.อ.อิทธิพล กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ขยายผลเครือข่ายของ นายเบน สมิธ อายุ 48 ปี และ นายยิม เลียก อายุ 40 ปี ชาวกัมพูชา พบเส้นทางการเงินอันซับซ้อน นำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดส่งผ่านธนาคารและกองทุนในต่างประเทศหลายชั้น ก่อนย้อนกลับเข้ามาในประเทศไทยในรูปแบบ “เงินลงทุนจากต่างประเทศ” เพื่อเข้าถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

    พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า นายเบน มีประวัติโชกโชนในต่างประเทศ เคยโทรศัพท์เสนอขายหุ้นนอกตลาดให้กับนักลงทุนรายย่อยในประเทศนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย จนถูกทางการนิวซีแลนด์สั่งห้ามประกอบอาชีพนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 7 ปี

    และในปี 2559 ได้หลอกลวงนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยจนถูกศาลอาญาออกหมายจับและองค์การตำรวจสากล (Interpol) ออกหมายแดง นอกจากนี้ ยังร่วมกับ นายยิม จัดตั้งธนาคาร B.I.C. ในประเทศกัมพูชา จนต่อมากลายเป็นท่อส่งเงินสำคัญของเครือข่าย

    จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายนี้ มีผู้ต้องหาทั้ง หมด 7 ราย แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ได้แก่

    1. นายเบน สมิธ ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจสั่งการ  2. นายยิม เลียก อายุ 40 ปี ทำหน้าที่ควบคุมธนาคารและกองทุนที่เป็นช่องทางเงิน  3. น.ส.แคทรียา อายุ 40 ปี ทำหน้าที่ถือผลประโยชน์แทน  4. น.ส.สุภารัตน์ อายุ 45 ปี ทำหน้าที่ถือผลประโยชน์แทน 

    5. นายยูจีน อ่ยุ 48 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารกองทุนในประเทศสิงคโปร์ จัดโครงสร้างผู้ลงทุนและแหล่งเงิน  6. นายไคปิง อายุ 42 ปี ทำหน้าที่ประสานงานกองทุน ผู้ลงทุน และเอกสาร  7. นายณัฐกร อายุ 40 ปี ทำหน้าที่ประสานงานกองทุน ผู้ลงทุน และเอกสาร

    ผู้ต้องหาลำดับที่ 1 – 6 อยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ส่วนผู้ต้องหาลำดับที่ 7 นายณัฐกร ถูกดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว

    สำหรับขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งขั้นตอนและรูปแบบการกระทำความผิดดังนี้

    1. ช่วงที่ 1 (ปี 2556-2554): ใช้บัญชีส่วนตัว บัญชีครอบครัว และบัญชีนิติบุคคลที่ภรรยาของนายเบนถือหุ้นและเป็นกรรมการ ร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากมีรายได้น้อยแต่ขาดทุนเกือบทุกปี ขณะที่ภรรยาไม่เคยยื่นแบบแสดงรายการภาษีตั้งแต่ปี 2558 และเริ่มพบเงินฉ้อโกงออนไลน์ไหลเข้าบัญชีก่อนจะถ่ายเทต่อไปยังบัญชีบุคคลในครอบครัวและนิติบุคคล

    2.ช่วงที่ 2 (ปี 2565-2566): เปลี่ยนวิธีใช้บัญชีจากประเทศกัมพูชาโอนเงินตรงเข้าบัญชีเครือข่ายในประเทศไทย แล้วส่งต่อไปยังกองทุนในประเทศสิงคโปร์ภายในไม่กี่วัน

    3. ช่วงที่ 3 (ปี 2567-2568): ใช้ธนาคาร B.I.C. โอนเงินเข้าบัญชีกองทุน CAI สิงคโปร์ กว่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งดูเหมือนเป็นธุรกรรมปกติระหว่างธนาคารกับกองทุน

    ส่วนปลายทางของเส้นเงินเหล่านี้คือ หุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในประเทศไทย โดยจากการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานสิงคโปร์ (MAS) พบว่า ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงคือเครือข่ายของนายเบนและนายยิม

    จนเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด สามารถตรวจยึดของกลางสำคัญที่เชื่อมโยงเส้นทางการเงินได้หลายรายการ อาทิ สัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อขายหุ้น, เอกสารเกี่ยวกับกองทุน 6 แฟ้ม, อุปกรณ์เก็บคริปโตเคอร์เรนซี Ledger  อุปกรณ์ยืนยันตัวตน (Authenticator) รวม 3 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, แท็บเล็ต 1 เครื่อง และแฟลชไดรฟ์ 1 อัน 

    ด้านทรัพย์สินที่ยึดอายัดไว้ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดหุ้นไทยของเครือข่ายไว้ชั่วคราว มูลค่ารวมกว่า 14,808 ล้านบาท นอกจากนี้ยังยึดอายัดเรือยอชต์, รถยนต์, เงินฝาก และที่ดิน มูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง  ปัจจุบันสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย 

    ด้าน นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ป.ป.ง. เปิดเผยว่า ป.ป.ง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายรวมกว่า 26,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ กว่า 16,000 ล้านบาท ได้แก่ หุ้นบางจาก, VGI, และ MFC ตลอดจนเรือยอชต์ รถยนต์ เงินฝาก และที่ดิน

    สำหรับแนวทางการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย รองเลขาธิการ ป.ป.ง. อธิบายเพิ่มเติมว่า ป.ป.ง. จะใช้มาตรการทางแพ่งออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ์ และเสนอศาลแพ่งพิจารณาอนุมัติคำสั่งคุ้มครองสิทธิ์และเฉลี่ยทรัพย์คืนโดยผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องรอให้คดีอาญาถึงที่สุด

    ขณะที่ ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ทาง ก.ล.ต.ตรวจสอบพบความผิดปกติในหุ้น VGI จากการออกหุ้นเพิ่มทุน Private Placement (PP) ให้แก่กองทุนต่างประเทศ 3 กลุ่ม รวมกว่า 8,850 ล้านบาท

    ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงคือกลุ่มของนายยิม, น.ส.แคทรียา และน.ส.สุภารัตน์ ภายใต้การวางแผนของนายเบน ถือหุ้นรวมกันเกิน 25% โดยไม่รายงานและไม่ทำ Tender Offer เข้าข่าย Acting in Concert ผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 246 และ 247

    เมื่อถามว่าการอายัดหุ้นเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อตัวบริษัทจดทะเบียนและการซื้อขายหุ้นของประชาชนทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่นั้น เลขาธิการ ก.ล.ต. ยืนยันว่า บริษัทจดทะเบียนทั้งบางจาก, VGI, และ MFC ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแต่อย่างใด

    การยึดอายัดทรัพย์สินดำเนินการเฉพาะตัวบุคคลหรือนิติบุคคลที่กระทำความผิดเท่านั้น ทำให้การดำเนินธุรกิจ สภาพคล่อง ผลประกอบการ และการซื้อขายหุ้นของนักลงทุนทั่วไปยังคงดำเนินไปได้ตามปกติทุกประการ

    ขณะเดียวกัน เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้เน้นย้ำสร้างความเชื่อมั่นทิ้งท้ายว่า การบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังทั้งตำรวจ ป.ป.ง. และ ก.ล.ต. ในปฏิบัติการครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โปร่งใส และเป็นอิสระ โดยไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะซับซ้อนหรือใหญ่มาจากไหน ก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างจริงจัง  การยกระดับมาตรการปราบปรามในครั้งนี้จะช่วยปกป้องตลาดทุนไทย และสร้างความเกรงกลัวไม่ให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำรอยขึ้นอีกในระยะยาว 

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments