Monday, October 19, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“บิ๊กไก่ภาค7” สั่งด่วนตำรวจ 8 จว.รับมือฝนตกหนัก 18–25 ต.ค.นี้

    “บิ๊กไก่ภาค7” สั่งด่วนตำรวจ 8 จว.รับมือฝนตกหนัก 18–25 ต.ค.นี้

    “เจดีย์1-พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต” สั่งตร. 8 จังหวัด เฝ้าระวังฝนถล่มไทย 18–25 ต.ค. จัดกำลังพล-อุปกรณ์ช่วยเหลือปรับมือน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก ชูนโยบาย“5 เสาหลัก-4 หลักบริหาร” เน้นย้ำตำรวจเข้าถึงความเดือดร้อนประชาชน

    วันที่ 18 ต.ค.69 พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบช.ภ.7 มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนัก ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งมีผลกระทบระหว่างวันที่ 18–25 ตุลาคม 2569

    โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 18–20 ตุลาคม ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ก่อนที่ช่วงวันที่ 21–25 ตุลาคม ภาคกลางจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ รวมทั้งอาจมีลมกระโชกแรง ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ

    สำหรับพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า วันที่ 18 ตุลาคม มีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    ผบช.ภ.7  สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั้ง 8 จังหวัด และหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งในสังกัด ยกระดับการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก โดยเน้นการดำเนินการดังนี้

    1. ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ปริมาณฝน ระดับน้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

    2. เตรียมความพร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ช่วยเหลือ ทั้งยานพาหนะ เรือ อุปกรณ์กู้ภัย และเครื่องมือที่จำเป็น ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดเหตุ

    3. สำรวจและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ เส้นทางน้ำไหลผ่าน และถนนที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมเตรียมแผนอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

    4. บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ปภ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยกู้ภัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการแจ้งเตือน อพยพ และช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง

    5. ให้ผู้บังคับบัญชาลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานเหตุการณ์สำคัญและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้สามารถระดมกำลังเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    ทั้งนี้ ผบช.ภ.7 เน้นย้ำว่า “ตำรวจต้องไม่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ต้องติดตามสถานการณ์ เตรียมความพร้อม และเข้าถึงประชาชนอย่างทันท่วงที” โดยให้ทุกหน่วยถือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ

    พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และหากได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    นอกจากนี้ได้มอบนโยบายและแนวทางการบริหารราชการ  ยึดหลัก “4 หลักบริหาร 5 จุดเน้น (5 เสา)” เพื่อยกระดับการทำงานของตำรวจในสังกัด สำหรับ 4 หลักบริหาร ประกอบด้วย การยืนหยัดความถูกต้อง มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชา

    ขณะที่จุดเน้น 5 เสาหลัก ครอบคลุมการพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ การดูแลความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความยุติธรรม การสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน และการดูแลสวัสดิการพร้อมพัฒนาหน่วยงาน

    นอกจากนี้ ผบช.ภ.7 ยังได้เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการปฏิบัติงานว่า ประชาชนไม่ได้วัดประสิทธิภาพการทำงานจากจำนวนโครงการ แต่วัดจากวันที่ได้รับความเดือดร้อนแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments