Thursday, April 9, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันปทส.-ดีเอสไอ-ก.อุทยานฯจับ2เมียนมาพร้อมลูกเสือดำเตรียมส่งขายนอกปท.

    ปทส.-ดีเอสไอ-ก.อุทยานฯจับ2เมียนมาพร้อมลูกเสือดำเตรียมส่งขายนอกปท.

    ตำรวจ ปทส.ร่วมดีเอสไอ และกรมอุทยานฯ จับ 2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมา ขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ พร้อมลูกเสือดำ เตรียมส่งออกนอกประเทศ

    เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 9 เม.ย. 69 ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)

    พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติรายใหญ่ ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก

    จับกุมนายซอ มิน เมียด อายุ 35 ปี และน.ส.ชิ่น ถิ ไค่ง อายุ 23 ปี ทั้งคู่เป็นชาวเมียนมา ข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุมครอง หรือซากสัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต

    พร้อมตรวจยึดของกลางลูกเสือดำเพศเมีย อายุประมาณ 7 เดือน 1 ตัว รถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ ทะเบียนเมียนมา 1 คัน และอุปกรณ์การขนส่ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.3 ล้านบาท

    พล.ต.ต.เอนก เปิดเผยว่า  ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบขนส่งสัตว์ป่าหายากจากประเทศกัมพูชา ผ่านประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเมียนมา โดยขบวนการนี้ใช้วิธีอำพรางว่าสัตว์ในกรงว่าเป็น “แมวดำ”หลบเลี่ยงการตรวจสอบ ชุดจับกุมใช้ยุทธวิธี “การส่งมอบภายใต้การควบคุม” (Controlled Delivery) สะกดรอยตามตั้งแต่การรับของจากต้นทาง จนกระทั่งผู้ต้องหาปรากฏตัวเพื่อรับช่วงต่อในพื้นที่ชายแดนแม่สอด จึงแสดงตัวจับกุมทันที

    จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การปฏิเสธ อ้างว่าได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 25,000 บาท ให้ขับรถมารับสัตว์ส่งข้ามแดน  ไม่ทราบมาก่อนว่าสัตว์ตัวดังกล่าวเป็นเสือดำ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่าขบวนการนี้มีเครือข่ายโยงใยหลายสัญชาติ ทั้งไทย กัมพูชา และเวียดนาม

    ด้าน นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า ระบุว่า ปลายทางของเสือดำตัวนี้อยู่ที่พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ “ชเวก๊กโก” ในเมียนมา แหล่งรวมตัวของกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายและเครือข่ายสแกมเมอร์

    จากการข่าวพบว่ากลุ่มทุนเหล่านี้มีความเชื่อส่วนบุคคลว่า การเลี้ยงเสือดำซึ่งเป็นสัตว์หายากจะช่วยเสริมบารมีและให้โชคลาภในการทำธุรกิจพนันออนไลน์ รวมถึงใช้เป็นสัตว์ประดับบารมีแสดงสถานะทางสังคม

    ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ระบุว่า ลูกเสือดำตัวนี้มีความเชื่องมาก คาดว่าถูกเลี้ยงมาโดยมนุษย์ตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปจนไม่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้อีกต่อไป ต้องส่งไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี ตลอดชีวิต  หากประเมินมูลค่าทางระบบนิเวศ เสือดำ 1 ตัวจะมีมูลค่าสูงถึง 4 ล้านบาทในฐานะผู้ล่าที่คุมสมดุลของป่า

    หลังจากนี้เตรียมประสานหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศเพื่อขยายผลกวาดล้างผู้ร่วมขบวนการในต่างประเทศให้สิ้นซากต่อไป

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments