ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด ซิ่งหนีแหกวงล้อมจนมุมพร้อมยาบ้า 396,000 เม็ดที่หนองหาน
ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องขับเคลื่อนแบบบูรณาการทั่วประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผช.ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้ให้ความสำคัญและเร่งรัดให้ปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปสู่การปฏิบัติการเชิงรุก ยกระดับมาตรการสกัดกั้นและการลำเลียง ขยายผลปราบปรามรายใหญ่
โดย พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบช.ปส, พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส., , พ.ต.อ.บุญส่ง สนธยานานนท์ รอง ผบก.สกส., พ.ต.อ.อนุชิต อุดมภักดี รอง ผบก.สกส., พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล รอง ผบก.สกส. พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทีอุทิศ รอง ผบก.สกส.
ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศิลลา ผกก.2 บก.สกส.บช.ปส. ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหารายสำคัญได้ 2 ราย 1. .นายปฏิภาณ อายุ 28 ปี สัญชาติไทย ผู้ขับขี่รถบรรทุกยาเสพติด 2. นายจิรวัฒน์ อายุ 20 ปี สัญชาติไทย นั่งโดยสารรถบรรทุกยาเสพติด
จับกุมได้บริเวณถนนนิสโย ตำบลบ้านยา อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ของ วันที่ 18 ต.ค.2569 เวลาประมาณ 03.15 น.
พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 396,000 เม็ด 2.รถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ ทะเบียน 6กฌ 57XX กรุงเทพมหานคร 3.โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สกส.บช.ปส. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากจังหวัดสกลนครไปยังจังหวัดขอนแก่น/ชัยภูมิ และ นครราชสีมา โดยใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน 6กฌ 57XX กทม. เป็นรถยนต์ใช้บรรทุกยาเสพติด
จึงได้สะกดรอยติดตามจนทราบว่า รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ ทะเบียน 6กฌ 57XX กทม. ได้ออกจากพื้นที่จังหวัดขอนแก่นไปยังพื้นที่จังหวัดสกลนคร แล้วกลับลงมายังเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานี
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวนประมาณ 396,000 เม็ด โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นผู้ไปขนยาบ้าดังกล่าวมาจากริมถนนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อนำไปส่งยังเขตพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิ
นำส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไป และขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการต่อไป

























