“ผบ.ตร.”สั่งลุยงานสอบสวนเต็มรูปแบบ มอบ ”รองไมค์“จัดตั้ง “ศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน”พัฒนา3ด้านหลัก แก้ปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในปี 2569 ชี้งานสอบสวนอยู่ในภาวะ “ป่วยเรื้อรังหลายโรค”หลังยุบแท่งสอบสวนตั้งแต่ปี 2559
วันที่ 10 ก.พ. 2569ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.(กม.)เปิดเผยว่า
การพัฒนาระบบงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจากปัญหาของพนักงานสอบสวน หลังจากการยุบแท่งงานสอบสวนเมื่อปี 2559 เป็นต้นมา จะได้ยินเสียงสะท้อนปัญหาทั้งจากฝั่งพนักงานสอบสวนผู้ปฏิบัติ ในประเด็นความขาดแคลนต่างๆ ที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมการทำงาน
รวมทั้งฝั่งประชาชนผู้เสียหาย ในประเด็นประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาของพนักงานสอบสวน เปรียบเสมือนคนป่วยเรื้อรังหลายโรครุมเร้า และไม่ได้รับการรักษาอย่างองค์รวม
แม้ว่า พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ ที่พยายามออกแบบเพื่อแก้ไขระบบตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนไว้อย่างชัดเจน โดยมุ่งหวังว่าจะแก้ไขปัญหาเรื้อรังให้หายขาด ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 แล้วก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนการขับเคลื่อนยังไม่ทันอกทันใจเท่าที่ควร
หนำซ้ำหากไปสำรวจในเชิงลึกแล้วยังพบว่า ความพยายามปรับปรุงแก้ไขก็มีลักษณะแยกส่วนเฉพาะบางจุดที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากเท่านั้น และมองข้ามความเชื่อมโยงกับจุดอื่นๆ และผลกระทบข้างเคียงที่สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ จะก่อให้เกิดเป็นปัญหาใหม่ซ้ำซ้อนขึ้นมาให้ต้องแก้ไขวกไปวนมาได้อีก จึงเหมือนว่าการดำเนินการไม่สำเร็จเป็นรูปธรรมทันกับความคาดหวังเสียที
กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องงานสอบสวนในภาพรวมขององค์กร ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 ให้ได้
ได้มอบหมายให้ตน ซึ่งรับผิดชอบงานกฎหมายและคดี ให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวนของ ตร. (ศส.ตร.) เพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาระบบงานสอบสวนทั้งหมด
พล.ต.อ.นิรันดรกล่าวต่อว่า ได้กำหนดแนวทางพัฒนางานสอบสวน เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ไว้ด้วยกัน 3 ด้าน คือ 1) การพัฒนาด้านการให้บริการประชาชน 2) การพัฒนาด้านระบบปฏิบัติงาน และ 3) การพัฒนาด้านบุคลากรและสวัสดิการ
เพราะการพัฒนาทั้ง 3 ด้านไปพร้อมกัน จะยกระดับมาตรฐานและสภาพแวดล้อมของงานสอบสวนได้ครบทุกมิติ สามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันได้แก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมแล้วในหลายเรื่อง
ด้านแรกคือการพัฒนาด้านการให้บริการประชา ชน มุ่งเน้นอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงพนักงานสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมชั้นตำรวจได้โดยง่าย
ตร. ได้สร้าง แอปพลิเคชัน Police Care เพื่อช่วยประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนแจ้งความ จัดทำเป็นคู่มือสำหรับการแจ้งความสำหรับคดีแต่ละประเภทไว้ สามารถตรวจสอบที่ตั้งสถานีตำรวจที่รับผิดชอบ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งปัจจุบันประชาชนสามารถดาวน์โหลดใช้งานได้แล้ว
นอกจากนั้น ยังได้พัฒนาระบบหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหา ปรับเพิ่มช่องทางการจ่ายเงินค่าประกันตัวโดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องใช้เงินสดในการประกันตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องหาใช้สิทธิประกันตัวได้อย่างรวดเร็ว
ด้านที่สอง พัฒนาด้านระบบปฏิบัติงาน มุ่งเน้นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานของพนักงานสอบสวนให้มีประสิทธิ ภาพในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายระเบียบ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถปฏิบัติได้อย่างคล่องตัว ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น ไปจนถึงการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ
เช่น ปรับปรุงระบบจัดเก็บของกลางในคดีอาญา มาตรฐานห้องรับแจ้งความ และรวมไปถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีมาช่วยพนักงานสอบสวนในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ ตร. กำลังจัดทำโปรแกรมสำนวนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีระบบ A.I. มาช่วยงานเอกสารขั้นพื้นฐาน ลดภาะการพิมพ์และช่วยบันทึกข้อมูลเบื้องต้นในแบบฟอร์มสำนวนต่างๆ
อีกทั้งยังพัฒนาระบบฐานข้อมูล Big data โดยเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เช่น ศาล อัยการ และอยู่ระหว่างการพัฒนาให้มีการส่งสำนวนทางอิเล็กทรอนิกส์ในคดีบางประเภทที่ไม่ซับซ้อนไปยัง อัยการ และศาลอีกส่วนหนึ่งด้วย
ด้านที่สาม คือด้านบุคลากรและสวัสดิการ เป็นเรื่องที่มีเสียงเรียกร้องจากพนักงานสอบสวนมากที่สุด โดยเฉพาะความเจริญก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ ตร. อยู่ระหว่างการกำหนดตำแหน่งของพนักงานสอบสวนให้เป็นตำแหน่งปรับลดได้ในตัวเอง
คือสามารถดำรงตำแหน่งสูงขึ้นในแท่งงานสอบสวนเองโดยไม่ต้องแข่งขันกับสายงานอื่น มีประมาณตำแหน่งที่เหมาะสมเพียงพอกับปริมาณและคุณภาพของงาน เป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 คาดว่าจะเสร็จทันและใช้ในการแต่งตั้งในปี 2569 นี้ได้
นอกจากนั้น ยังเล็งเห็นว่า จะต้องหาแนวทางเพิ่มสวัสดิการของพนักงานสอบสวนในส่วนของเงินประจำตำแหน่ง และเงินค่าสำนวน ให้เหมาะสมกับปริมาณงาน เพื่อสร้างจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ และให้พนักงานสอบสวนสามารถดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติ โดยเทียบเคียงกับค่าตอบแทนของหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมประกอบด้วย
กฎหมายกำหนดให้ต้องปรับปรุงอัตราเงินดังกล่าวทุก 3 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงการจัดสรรเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม
เพราะปัจจุบันพนักงานสอบสวนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นตามภาระงานโดยเฉพาะการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดอาชญา กรรมออนไลน์ ที่มีคดีเกิดขึ้น ปีละเกือบ 400,000 คดี
เรื่องที่กล่าวมา ผบ.ตร. และ ตนได้ร่วมกำหนดแนวทางไว้แล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อเสนอ อนุ ก.ตร. คณะที่เกี่ยวข้อง และหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง และเพื่อเป็นการพัฒนาระบบงานสอบสวนในระยะยาว ตนจึงให้จัดทำแผนบริหารงานบุคคล (HR) ของสายงานสอบสวนไว้โดยเฉพาะ ให้เป็นแผนทุกระยะ 5 ปี
กำหนดแนวทางการสรรหาพนักงานสอบสวน (ทั้งเพิ่มเติมและทดแทน) กำหนดกรอบอัตราของพนักงานสอบสวนในแต่ละสถานีให้สอดคล้องกับสภาพอาชญากรรมทุกประเภททั้งออนไลน์และออนกราวน์ที่เกิดขึ้นจริงในสถานีนั้นๆ อันจะเป็นการรองรับปริมาณคดีและสามารถอำนวยความยุติธรรมของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แท้จริง
รวมทั้งให้มีการปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมของพนักงานสอบสวน เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ด้านกฎหมายใหม่ ๆ และเพิ่มประสบการณ์ในการทำสำนวนคดีประเภทต่างๆ ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิดไปตามยุคสมัย โดยมีผู้ช่วย ผบ.ตร.ในสายงานกฎหมายและคดี ทั้ง 4 คน ร่วมรับผิดชอบการขับเคลื่อนในแต่ละด้านตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้แล้ว
พล.ต.อ.นิรันดร เปิดเผยอีกว่า
ผบ.ตร. ได้กำชับให้ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง มอบหมาย ให้ตน ซึ่งเคยมีประสบการณ์ร่วมในช่วงการจัดทำตำแหน่งพนักงานสอบสวนเลื่อนไหล ตั้งแต่ปี 2541 เคยดูแลระบบและผู้บริหารระบบสารสนเทศของ ตร. และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นมืออาชีพในเรื่องการบริหารงานบุคคลและงบประมาณของ ตร.ในระดับมหภาค
มีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย ระเบียบ ต่างๆ ของตำรวจเป็นอย่างดี ทำโครงการยากๆ ที่การันตีความสำเร็จมาแล้วหลายเรื่องรวมถึงมีความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหา มารับผิดชอบงานนี้อย่างเต็มตัว
น่าจะเป็นสัญญาณบวก เริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เห็นทิศทางและแผนงานในการพัฒนาระบบงานสอบสวนที่ครบเครื่องเป็นรูปธรรมจับต้องได้ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้สามารถอำนวยความยุติธรรมทางอาญาให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นการฟื้นคืนศักดิ์ศรีของผู้ประกอบวิชาชีพสอบสวน และ ความเชื่อถือ ศรัทธา ที่ประชาชนมีต่อองค์กรตำรวจในฐานะต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ได้อย่างแท้จริง ”รอง ผบ.ตร.(กม.) กล่าว“

























