ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มเลือกตั้งทั่วประเทศ เฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง ยังไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียงพบทำลายป้ายกว่า 500 ป้าย เร่งดำเนินคดี ส่วนการข่าวยังอยู่ในการควบคุมดูแลได้
ผบ.ตร. ยอมรับหลายพื้นที่การแข่งขันเดือด กำชับตำรวจภาค 1–9 เฝ้าระวังเต็มกำลัง พบเหตุทำลายป้ายหาเสียงกว่า 500 ป้าย ดำเนินคดีเกือบ 20 คดี ประสาน กกต. ใกล้ชิด
ใช้กำลังตำรวจดูแลเลือกตั้งกว่า 1.2 แสนนาย พร้อมคุมเข้มจังหวัดชายแดน–พื้นที่เสี่ยง ย้ำวางตัวเป็นกลาง บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
กำชับตร.ทั่วปท.รับลต.
เที่ยงวันที่5 ก.พ.69 ที่ ตร. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อยช่วงการเลือกตั้งว่า
จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่าหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างสูง กำชับไปยังตำรวจภูธรภาค 1 ถึงภาค 9 ให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ทำลายป้ายหาเสียงกว่า500ป้าย
พร้อมระบุจากการประชุมติดตามสถานการณ์ พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นกรณีการทำลายป้ายหาเสียง ขณะนี้พบการทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นพยานหลักฐาน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดี
ขณะนี้มีการดำเนินคดีแล้วเกือบ 20 คดี และอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ ส่วนกรณีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้น ยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ใด
ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกกต.ใกล้ชิด
ผบ.ตร. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนภารกิจในส่วนที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ ทั้งด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมาย
ใช้ตำรวจ1.26แสนนายรับมือ
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้ง ตำรวจได้เตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหีบบัตร รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
ย้ำว่าต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐและเจ้าหน้าที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันรักษากติกาตามระบอบประชาธิปไตย
เฝ้าระวังพิเศษจว.ชายแดนใต้-ชายแดนเขมร
ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดน ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ และ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ให้ดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีบริบทด้านความมั่นคงแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป และต้องเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์เป็นกรณีพิเศษ
เข้มขายเครื่องดื่มมึนเมา“คืนหมาหอน”
สำหรับช่วงคืนก่อนวันเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า “คืนหมาหอน” ในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผบ.ตร. กำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายสุราอย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้(6ก.พ.69)จะมีการปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองหลายพรรค จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่
สถานการณ์ทั่วไปควบคุมได้
ผบ.ตร. ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเหตุรุนแรงหรือความไม่สงบ สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถบริหารจัดการได้ตามแผนที่วางไว้
เตรียมแผนจราจรรับมือคนลงคะแนน
ทั้งนี้ คาดว่าในวันเลือกตั้งจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ตำรวจจึงได้เตรียมแผนบริหารจัดการเส้นทาง พร้อมขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และมาใช้สิทธิ์ตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด
สำหรับกรณีผลการเลือกตั้งที่อาจทำให้มีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพรรคการเมืองต่าง ๆ ผบ.ตร. ระบุว่า ตำรวจได้เตรียมแผนและมาตรการรองรับไว้แล้ว หากมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายอื่น ๆ เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมตามพยานหลักฐาน
ขอทุกฝ่ายแข่งขันตามกติกาปชต.
ผบ.ตร. ย้ำว่า หลายพื้นที่ยังคงเป็นพื้นที่แข่งขันสูง ทั้งในภาคกลาง ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อมูลข่าวกรองให้พื้นที่รับทราบ และกำหนดแผนปฏิบัติให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยขอให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันภายใต้กรอบประชาธิปไตย และเคารพกฎหมาย
ผบ.ต่ายไปใช้สิทธิระยอง
อย่างไรก็ตาม ในวันเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตนมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดระยอง และจะลงพื้นที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วยตนเอง
เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถกระทำผิดเสียเองได้
มอบ“รองสำราญ”ติดตามสถานการณ์ตลอดวัน
ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเปิดศูนย์อำนวยการดูแลการเลือกตั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน เพื่ออำนวยการและติดตามสถานการณ์ตลอดวันเลือกตั้ง

























