Saturday, October 10, 2026
More
    Homeกุหลาบโล่เงิน“ผู้กองฝ้าย” จากนักร้องนักดนตรี…มาเอาดีด้านนักสืบ

    “ผู้กองฝ้าย” จากนักร้องนักดนตรี…มาเอาดีด้านนักสืบ

    “ดนตรี” นั้นคือชีวิต จังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป …

    สำหรับคนที่มีดนตรีในหัวใจ  ก็คงจะจับไมค์และเอาดีบนเส้นทางนี้ได้ไม่ยาก  แต่เหตุใดสาวน้อยเสียงดีที่จบด้านดนตรีถึงเปลี่ยนใจไปจับปืนแทน  ถ้าอยากรู้ตามไปดูพร้อมกันค่ะ

    ร.ต.อ.หญิง ณิชญากาญจน์ เปสลาพันธ์ รองสารวัตร ฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือผู้กองฝ้าย  แห่งค่าย “สืบนครบาล IDMB”  

    เธอเล่าว่า เธอจบปริญญาตรี ด้านดนตรี และปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์  มีความสามารถพิเศษด้านร้องเพลง, เล่นเปียโน, เต้น และกีฬาประเภทศิลปะผสม extreme pole dance

    ก่อนจะมาเป็นตำรวจเธอก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่เล่าเรียนมาประกอบอาชีพครูสอนเปียโนและขับร้องให้กับเด็ก ๆ ตามบ้าน รวมทั้งสอนในโรงเรียนและสถาบันสอนดนตรีอีกด้วย


    ต่อมาอยากทำงานที่ได้ดูแลประชาชน ส่วนดนตรีไว้เป็นงานเสริม ที่สร้างความสุขกับชีวิตเราและคนอื่นๆ จึงลองมาสอบดุริยางค์ตำรวจ แต่ตอนนั้นสอบผ่านเพียงรอบแรกค่ะ

    เป้าหมายมีไว้พุ่งชน

    เมื่อเธอยังคงมุ่งมั่นที่จะรับราชการตำรวจ ก็กลับมาเตรียมความพร้อมใหม่อีกครั้งจนในที่สุดก็ได้เป็นตำรวจสมใจ

    เริ่มบรรจุครั้งแรกเมื่อปี 2562 ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กลุ่มงานการมีส่วนร่วมของประชาชน กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ  

    จากนั้นอบรม  กอส.รุ่นที่ 44 ติดยศร.ต.ต.หญิง เป็นรองสารวัตร กลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมพิเศษ กองแผนงานอาชญากรรม ในสังกัดเดิม  ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมสืบนครบาล

    ไม่เท่านั้น ผู้กองฝ้าย ยีชังจบหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 116 และโครงการพัฒนาประสิทธิภาพทีมงานผู้ปฏิบัติงานสืบสวน(โรงเรียนสืบสวนกองปราบ) รุ่นที่ 8

     
    มุมมองต่ออาชีพตำรวจ

    ก่อนหน้านี้เคยมองว่าอาชีพตำรวจเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง คนที่ทำได้ต้องเคร่งครัดในระเบียบวินัย  น่าจะเหมาะกับผู้ชายมากกว่าค่ะ  ผู้หญิงอย่างเราไม่น่าจะรับมือไหว และยังเป็นงานที่ต้องแลกมาด้วยความทุ่มเทเสียสละเวลาส่วนตัว  เพื่อสร้างความสงบสุขให้สังคม  

    แต่เมื่อเธอได้ก้าวเข้ามาอยู่ในแวดวงนี้แล้ว  ทำให้มีมุมมองที่เปลี่ยนไปและเห็นว่าทั้งชายและหญิงก็สามารถเป็นตำรวจได้ ขอแค่ต้องมีใจรักจริง ๆ  และต้องพร้อมยอมสละความสุขส่วนตนเพื่อให้ประชาชนปลอดภัยค่ะ  

    เธอคิดว่าแม้จะต้องเสียสละเวลา แต่ถ้าทำให้เราช่วยรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้  ผลลัพธ์ = “ความสุขใจ” ภายใต้แนวคิดที่ว่า

    “ทำเพื่อตัวเองอยู่แค่สิ้นลม  แต่ทำเพื่อสังคมแม้สิ้นลมก็ยังเกิดประโยชน์”

    เธอเล่าด้วยแววตาฉายประกายความมุ่งมั่น  และบอกว่าแม้พ่อแม่จะเป็นห่วงแต่พวกเขาก็เข้าใจและภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้

    มุมมองต่องานสืบสวน

    งานสืบสวน คือ งานที่แสวงหาความจริงโดยยึดมั่นในจริยธรรมและให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย  ที่เธอเข้ามาทำงานสืบสวนได้ก็เพราะมีผู้ใหญ่ให้โอกาส 


    ต้องขอกราบขอบพระคุณปรมาจารย์ด้านสืบสวน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ อดีตผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.) หรือ “รองจ๋อ” ที่ตอนนี้ท่านเป็น รอง ผบช.น. ที่ท่านให้โอกาสเราได้เข้ามาอยู่ในเส้นทางนี้ ท่านอยากให้มีนักสืบหญิงมาช่วยเสริมทัพสืบนครบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ทีมงาน

    My Idol  

    เธอยังบอกด้วยว่า  รู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับ “สืบนครบาล IDMB” เพราะที่นี่มีแต่นักสืบเก่ง ๆ ทั้งนั้น  

    สำหรับรุ่นพี่นักสืบที่เป็นไอดอลของเธอนอกจาก “รองจ๋อ” แล้วก็ยังมี “สารวัตรแจ๊ะ” หรือ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.   “สารวัตรช่วง” ว่าที่ พ.ต.ต.วรภัทร แสงเทียนประไพ สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 


    นอกจากนี้เธอยังให้ความนับถือนักสืบ ทุกชั้นยศแม้จะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา  เพราะว่าเขาอยู่ตรงนี้มาก่อนย่อมมีความรู้ความชำนาญมากกว่าเรา

    งานสืบสวน … ทำให้เราเท่ากัน 

    ผู้กองฝ้าย บอกว่า ความท้าทายในสายงานนี้อย่างแรก คือ อคติที่มีต่อเพศหญิง มีการจำกัดบทบาท หรือมีการท้าทายความสามารถเวลาที่ต้องปฏิบัติงานร่วมกัน  เราจึงต้องเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ  เพราะอาชญากรรมนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

    เธอเองก็ไม่เคยนำความอ่อนแอของสตรีเพศมาเป็นข้อจำกัดในการทำงาน

    ที่สำคัญเราต้องทำงานเป็นทีม “Teamwork makes the dream work” ต้องวางแผนการทำงานให้รัดกุม  มีการประเมินความเสี่ยงในการทำงานแต่ละครั้ง

    ต้องยอมรับในความสามารถของลูกน้องผู้ชาย แสดงออกถึงความจริงใจทุ่มเทให้พวกเขาเห็น และไม่ทิ้งให้ลูกน้องต้องทำงานเพียงลำพัง  มีอะไรก็เปิดใจพูดคุย และให้เกียรติกัน รวมทั้งต้องใช้คนให้เหมาะสมกับงาน   “ Put the right man on the right job”

    ข้อดีของการมีนักสืบหญิง

    ผู้กองฝ้ายบอกว่า ธรรมชาติผู้หญิงจะมีความละเอียดอ่อน ช่างสังเกต  เป็นเหตุให้ “ผู้หญิง”  มีความสามารถจับผิดได้เก่ง แม้ว่าจะเป็นปฏิกิริยาเพียงเล็กน้อย เช่นอารมณ์ น้ำเสียง ก็สามารถจับผิดได้แล้ว

    อีกทั้งเพศหญิงมีความเห็นอกเห็นใจสูง ทำให้สามารถเข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายทั้งคนร้ายหรือเหยื่อก็จะมีความไว้วางใจเรายิ่งขึ้น

    ที่สำคัญสิ่งสำคัญคือ ต้องมีความอดทนอดกลั้นต่อความยากลำบาก เพื่อความสำเร็จของงาน

     “ไม่มีงานสืบสวนใดจะสำเร็จได้ด้วยความบังเอิญ  แต่สำเร็จเพราะความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งต่างหาก”  

    นักสืบสาวเล่าอย่างมุ่งมั่น

    ขอบคุณกูรูด้านสืบสวน

    เธอบอกว่า  ดีใจที่ได้ร่วมทีมสืบนครบาล และได้ร่วมงานกับท่านรองจ๋อ  ถือเป็นโอกาสดีในชีวิตของตำรวจหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง   ขอบคุณที่มองเห็นศักยภาพและให้โอกาสเธอได้พิสูจน์ตัวเองในงานสืบสวนที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมในเมืองหลวงและยังได้ส่งไปอบรม ด้านสืบสวน ช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะอย่างมืออาชีพในการพลิกเกมล่าอาชญากร 

    ที่สำคัญยังจดจำสิ่งที่ท่านรองจ๋อ มักจะย้ำเตือนเสมอ คือ ความปลอดภัยต้องมาก่อน

    ช่วงชิล ๆ

    แม้เธอจะจริงจังเวลาทำงาน แต่เวลาว่างเธอจะผ่อนคลายด้วยการไปจิบกาแฟตามคาเฟ่ เข้าฟิตเนส เรียน pole dance เข้าวัดทำบุญ และฝึกสมาธิโดยวาดรูประบายสี  แล้วยังมีอ่านหนังสือจิตวิทยาเพื่อมาใช้ในการทำงานด้วย  

    “แม้จะเป็นนักสืบสาวที่ครบเครื่อง….แต่เรื่องของความรักยังไม่คบใคร”

    ผู้กองฝ้าย บอกว่าหนุ่มในสเปคต้องมีเหตุผล เป็นคนใจเย็น  และเป็น Safe Zone ที่สำคัญต้องเข้าใจในหน้าที่นักสืบของเธอด้วย

    Behind the scene

    พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์  รอง ผบช.น. ปรมาจารย์ด้านสืบสวนขั้นเทพ  ระดับตำนานของวงการ   สีกากี  ที่บรรดาเหล่าลูกศิษย์นักสืบมักเรียกว่า “ครูจ๋อ” ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีนักสืบหญิงว่า

    บ้านเราขาดแคลนนักสืบหญิงมากนะ  ในสืบนครบาลเองยังมีไม่ถึง 5% เลย  เมื่อเทียบกับต่างประเทศ


    ตอนที่ผมได้ไปอบรม FBI และอีกหลายหลักสูตร จะเห็นว่าที่นั่นมีอัตรานักสืบหญิงกับชายแบบ 50 ต่อ 50 เลยและเราต้องยอมรับว่าการขาดแคลนนักสืบหญิง  เป็นปัจจัยหนึ่งทำให้งานสืบสวนไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะปัจจุบัน มีคดีที่เกี่ยวกับเด็กและสตรีเพิ่มขึ้น การได้นักสืบหญิงมาร่วมทีมช่วยคลี่คลายคดีได้เยอะ

    พล.ต.ต.ธีรเดชยังเล่าต่อว่า

    ในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนสืบสวนหลายแห่ง พบว่ามีตำรวจหญิงสนใจอยากจะมาทำงานด้านนี้เราก็รีบรับไว้ แล้วนำไปฝึกฝนพัฒนาทักษะเพิ่ม และจากประสบการณ์อันยาวนานในวงการนักสืบ  ทำให้รู้ว่านักสืบผู้หญิงก็เก่งไม่แพ้ผู้ชาย  ถ้าเราให้โอกาสเขาได้แสดงฝีมือ

    “รองจ๋อ”  ขอฝากถึงตำรวจหญิงว่า

    ลองมาทำงานสายสืบสวนดูแล้วจะรู้ว่า  คุณสามารถแกร่งได้กว่าที่เคยแกร่ง  และสามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่าที่เคยทำ  

    ขอเน้นย้ำไปถึงตำรวจผู้ชายว่า “โลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว” ขอให้เปิดใจและให้โอกาสนักสืบหญิงได้เข้ามามีบทบาทในงานนี้ด้วย  เพราะพวกเธอมาทำงานนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าโอกาสก้าวหน้าในเส้นทางมีอย่างจำกัด

    หากเห็นว่าเขามีความสามารถจริงก็ต้องยอมรับและลดอัตตา… เพื่อความผาสุกของประชาชน

    ส่วนตัวแล้วอยากผลักดันให้นักสืบหญิงเติบโตในสายงานนี้ได้จนถึงระดับ ผบก.สส. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและให้ความเสมอภาคกับนักสืบหญิง

    เด็ดดาว รายงาน2/11/68

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments