“รองแมน ” หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ยกระดับ SEASON 2! แท็กทีมตำรวจทั่วประเทศ ลุย ‘สแกมเมอร์’ แบบเรียลไทม์ ย้ำต้องไม่มีที่ยืน
เมื่อเวลา 10.00 – 17.00 น. วันที่ 5 พ.ย.69 ที่ ชั้น 29 สโมสร ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตฉอ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศตฉอ.ตร. พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ท. ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท.
ร่วมประชุมขับเคลื่อน ศตฉอ.ตร.ครั้งที่ 1/2569 แนวทางการดำเนินการที่ผ่านมาของศูนย์ ACSC และสถานการณ์ปัจจุบัน มี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตฉอ.ตร. เป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นตัวแทนกองบัญชาการต่างๆ ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมการประชุม
พล.ต.อ.อิทธิพล รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตฉอ.ตร. ระบุว่า สถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ปัจจุบันมีจำนวนมาก แต่ละคดีสร้างความเสียหายมหาศาล ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนต้องช่วยกันทำช่วยกันแก้ไข
จนเป็นที่มาของการเชิญตำรวจทุกภาคส่วนมาในวันนี้ เพื่อต้องการยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่มีมากขึ้น
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีกำลังพลประมาณ 200,000 กว่านาย เราจะให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้นขึ้น โดยตำรวจทุกภาคส่วนจะต้องทำงานร่วมกัน ภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ที่จะเป็นส่วนกลางคอยสนับสนุนข้อมูล เครื่องมือ และวิธีการ ติดขัด หรือพบอุปสรรคส่วนไหนสามารถแจ้งมาที่ส่วนกลางได้ทันที
ขณะที่ พล.ต.ท.จิรภพ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศตฉอ.ตร. กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมการทำงานของศูนย์ ACSC เป็น SEASON 2 ของการทำงาน ทุกคนต้องยอมรับว่าปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นปัญหาระดับชาติ เป็นปัญหาที่นายกรัฐมนตรี ยกให้เป็นวาระแห่งชาติ และยังเป็นปัญหาระดับโลกที่ยังไม่มีประเทศไหนแก้ปัญหาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ส่วนของประเทศไทย ถือว่าเป็นปัญหาที่หนักมาก ตลอดระยะเวลาที่ทำงานกันมาภายใต้ศูนย์ฯ นี้ จะเข้าปีที่ 2 พบว่าสถานการณ์เกี่ยวกับภัยออนไลน์จะดีขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน แต่ภาพรวมยังถือว่าหนักและสาหัสอยู่ ดังนั้นต้องหาวิธีการในการแก้ไขปัญหา หรือปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เหล่านี้ให้มีมาตราการเข้มข้น และหนักขึ้น
หลักการทำงาน จะนำจุดแข็งในแต่ละส่วนมาทำงานร่วมกัน เช่นส่วนกลางหรือ ศูนย์ ACSC ที่ถึงแม้ว่าจะลงไปในพื้นที่เกิดเหตุไม่ได้ แต่ส่วนนี้จะทำหน้าที่คอยสนับสนุนข้อมูลทั้งหมด เพราะจุดแข็งของส่วนกลาง คือจะเห็นข้อมูลหรือธุรกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นโดยภาพรวม ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่ใด ฯลฯ จากนั้นจะส่งเคสต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อลงพื้นที่แบบเรียลไทม์ พร้อมกับสืบสวนสอบสวนต่อไป
“สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนรับรู้ร่วมกัน คือ ทุกส่วนร่วมกันทำงาน เราคือทีมเดียวกัน เราคือทีม ACSC ที่จะไม่ทิ้งเรื่องนี้ และปีนี้เราจะยกระดับเพื่อจะสู้กับสแกมเมอร์
ผมเชื่อว่าถ้าเราทำงานร่วมกันแบบนี้ พวกสแกมเมอร์ก็จะไม่มีที่ยืน ผมมองว่าปัญหาสแกมเมอร์เป็นเรื่องท้าทาย เหมือนเรากำลังเล่นเกม เราต้องสู้เพื่อผ่านแต่ละด่านให้ได้ และผมเชื่อว่า ตำรวจไทยมีความสามารถด้านการสืบสวน การปราบปราม ไม่แพ้ชาติใดในโลก ถ้าเราร่วมมือกัน เราเอาจริง เราทำได้ ผมเชื่อว่าเราจะเป็นสามารถแก้ปัญหานี้ให้ลดลงได้” พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวทิ้งท้าย

























