Wednesday, June 19, 2024
More
    Homeเรื่องสั้น-วรรณกรรมวรรณกรรมแปล “ผู้พิทักษ์ทุ่งข้าวไรย์” ตอน 23

    วรรณกรรมแปล “ผู้พิทักษ์ทุ่งข้าวไรย์” ตอน 23

    ตอน 23

    ผมรีบโทรศัพท์ทันที เพราะเกรงว่าพ่อกับแม่จะโผล่มาพอดี

    แต่ทั้งสองท่านก็ยังไม่กลับมา คุณแอนโทลินี เป็นคนดีทีเดียว ท่านบอกผมว่าจะแวะไปหาเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าต้องการ

    ผมคิดว่าบางทีจะเป็นการปลุกท่านกับภรรยาก็ได้ เพราะว่าท่านใช้เวลานานมากกว่าจะลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ เบื้องต้นท่านถามผมว่ามีอะไรผิดปกติหรือ ผมก็ตอบว่าเปล่าเลย ผมบอกแต่เพียงว่าผมถูกไล่ออกจากเพนซี่ ซึ่งผมคิดว่าควรจะบอกให้ท่านทราบด้วย

    ท่านเอ่ยว่าโอ้พระเจ้า ดีจังเลยที่รักตอนที่ผมบอกท่าน ท่านเป็นคนมีอารมณ์ขัน บอกผมให้ไปหาได้เลยถ้ารู้สึกอยากจะไป

    ท่านเป็นครูที่ดีที่สุดที่ผมเคยพบ คุณแอนโทลินีเป็นคนหนุ่มอายุแก่กว่าพี่ชายผม ดี.บี.เล็กน้อย คุณสามารถคุยเล่นกับท่านได้โดยไม่สูญเสียความเคารพนับถือในตัวท่าน

    ท่านเป็นคนเดียวที่เข้าไปอุ้มร่างของเด็กชายที่กระโดดลงจากหน้าต่างที่ผมเคยเล่าให้ฟัง เจมส์ คาสเซิล

    คุณแอนโทลินีจับชีพจรของเขา แล้วก็ถอดเสื้อโค้ตของท่านคลุมร่างของเจมส์ คาสเซิล ช้อนอุ้มร่างเขาไปส่งโรงพยาบาล ไม่สนใจสักนิดว่าเสื้อโค้ตของท่านจะชุ่มโชกไปด้วยเลือด

    ตอนที่ผมกลับมาที่ห้องของ ดี.บี. โฟบี้เปิดวิทยุ เพลงเต้นรำดังขึ้น เธอหรี่เสียงเบาลง แม่บ้านจึงไม่ได้ยินเสียง คุณน่าจะเห็นเธอ นั่งเคาะจังหวะตรงกลางที่นอน เปิดผ้าห่มออก ขาของเธอพัีบสอดราวกับพวกโยคี เธอนั่งฟังเพลง น่ารักชะมัด

    “เอาล่ะ” ผมพูด

    “น้องอยากเต้นรำใช่หรือเเปล่า” ผมเคยสอนเต้นให้ตอนเธอยังเล็ก ๆ เธอเป็นนักเต้นที่ใช้ได้ทีเดียว ผมแค่สอนเล็กน้อยเท่านั้น แล้วเธอก็หัดเต้นเองเกือบทั้งหมด คุณไม่อาจสอนใครให้รู้จักว่าเขาเต้นรำกันยังไงหรอก

    พี่ยังไส่รองเท้าอยู่เลยเธอพูด

    “เดี๋ยวถอดออกก็ได้ มาสิ”

    เธอโดดผลุงลงจากที่นอน ยืนรอระหว่างที่ผมถอดรองเท้าออกแล้วผมก็เต้นรำกับเธอสักพักหนึ่ง เธอเต้นได้เก่งจริงผมน่ะไม่ชอบเต้นรำกับเด็กเล็กเพราะมันยักแย่ยักยันตลอดเวลา

    ผมหมายถึงว่าถ้าคุณไปภัตตาคารร้านอาหารที่ไหนสักแห่ง และเห็นคนสูงวัยพาเด็กลูกหลานไปที่ฟลอร์เต้นรำ มักจะเห็นพวกเขาโยกดึงชุดเสื้อผ้าของเด็กทางด้านหลังโดยความพลั้งเผลอ เด็กก็จะเต้นไม่ถนัด มันเลยดูขัดนัยน์ตา

    แต่ผมก็ไม่ทำแบบนี้ในที่สาธารณะกับโฟบี้หรอก เราแค่เต้นกันในบ้านเท่านั้น แต่มันก็ไม่แตกต่างโดยเฉพาะกับเธอ เพราะเธอเต้นเป็น เธอสามารถโผติดตามไตามจังหวะที่คุณเต้นได้อย่างดี

    ผมหมายถึงถ้าคุณดึงเธอเข้าใกล้มาก มันก็ไม่เป็นอะไรเลยแม้ว่าขาของคุณจะยาวกว่ามาก เธอจะไปกับคุณได้ตลอด คุณสามารถหมุนตัวหลับหรือออกลีลาแปลกหรือเต้นเขย่าตัวเล็กน้อย และเธอก็จะเข้าจังหวะของคุณได้ แม้แต่คุณจะเต้นจังหวะแทงโก้ก็ตาม ให้ตายสิ

    เราเต้นกันราวสี่เพลง ในระหว่างเต้นเธอสนุกสนานเป็นบ้าเป็นหลัง เธอไปตามจังหวะลีลาอย่างถูกที่ถูกทาง ในขณะนั้นเธอไม่คุยเลย คุณกับคู่เต้นรำต้องอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและรอวงดนตรีเริ่มบรรเลงอีก มันน่าอึดอัดจะตาย คุณไม่อาจหัวเราะหรือทำอะไรได้ทั้งสิ้น

    อย่างไรก็ตามเราเต้นกันสี่เพลง จากนั้นผมก็ปิดวิทยุ โฟบี้เผ่นกลับขึ้นเตียงและมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มหนูปรับปรุงตัวเองดีขึ้นหรือเปล่าเธอถาม

    “แล้วไง” ผมพูด

    ผมนั่งเคียงข้างเธอบนเตียงอีกหน ผมเหนื่อยแทบขาดใจ คงเพราะสูบบุหรี่มากไปหน่อย แทบไม่มีแรงหายใจเอา เธอกลับไม่มีอาการเหนื่อยหายใจไม่ทัน

    แตะหน้าผากหนูหน่อยสิเธอเอ่ยขึ้นลอย

    “ทำไม”

    แตะดูสิ ลองแตะดูสักครั้ง

    ผมเอื้อมมือไปแตะหน้าเธอ ไม่รู้สึกอะไรเลย

    ไม่รู้สึกว่ามีไข้สูงเหรอคะเธอพูด

    “เปล่าเลย มันมีอาการไข้งั้นเหรอ”

    ใช่แล้ว หนูทำให้มีไข้ขึ้นสูงได้ ลองแตะดูอีกทีสิ

    ผมแตะหน้าผากเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้สึกอะไร ผมเลยพูดว่า “พี่คิดว่ากำลังเริ่มจะเป็นแล้วล่ะ” ผมไม่อยากให้เธอต้องผิดหวังหรือมีอะไรในใจ

    เธอผงกศีรษะหนูทำให้ไข้ขึ้นสูงเกินเทอร์โมมิเตอร์อีกแน่ะ

    “เทอร์โมมิเตอร์ ใครบอกงั้นเหรอ”

    อลิซ ฮอมเบิร์ก สอนว่าทำยังไง พี่ก็ไขว้ขาและกลั้นลมหายใจ แล้วก็คิดถึงอะไรที่ร้อนมากเครื่องทำความร้อนหรืออะไรสักอย่าง แล้วหน้าผากของพี่ก็จะร้อนขึ้นจนสามารถไหม้มือคนที่แตะได้เลยล่ะ

    โหนั่นแทบจะฆ่าผมเชียว ผมเอามือออกจากหน้าผากเธอราวกับตกอยู่ในเหตุการณ์อันตราย

    “ขอบใจที่บอกพี่”  ผมพูด

    โอ๊ะ หนูไม่ทำให้มือพี่ไหม้หรอก หนูสามารถหยุดได้ทันก่อนจะ__ชูว์ ชูว์

    จากนั้นในทันใด เธอผุดขึ้นนั่งบนเตียงเธอทำให้ผมตกใจตอนทำอย่างนั้น

     “เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย” ผมถาม

    ที่ประตูหน้าเธอกระซิบเสียงดังพวกท่านมาแล้ว

    ผมรีบกระโจนข้ามไปปิดไฟบนโต๊ะเขียนหนังสือ แล้วผมดันทำบุหรี่หล่นใส่รองเท้า เลยรีบเก็บใส่กระเป๋า แล้วก็เปิดพัดลมไล่อากาศ ไล่ควันบุหรี่ให้จางลงไป ผมไม่น่าสูบบุหรี่เลย ให้ตายสิแล้วผมก็เก็บรองเท้าและรีบเข้าไปหลบซ่อนในตู้เสื้อผ้า ปิดล็อกประตู ไอ้หนูเอ๋ย หัวใจผมเต้นไม่เป็นส่ำเลย

    ผมได้ยินเสียงแม่เข้ามาในห้อง

    “โฟบี้” เธอเรียก “หยุดได้แล้วนะ แม่เห็นแสงไฟ แม่หนูน้อย”

    หวัดดีจ้ะผมได้ยินโฟบี้พูด  “หนูนอนไม่หลับค่ะ เป็นไงสนุกมั้ยจ้ะแม่

    “ก็สนุกดี” แม่เอ่ยตอบ แต่น้ำเสียงไม่ได้บ่งบอกอย่างนั้นเลยเธอไม่ค่อยสนุกมากหรอกเวลาออกไปไหน

    “ทำไมหนูตื่นล่ะลูก หนูอบอุ่นเพียงพอมั้ย”

    อุ่นดีแล้วจ้ะ เพียงแต่หนูนอนไม่หลับเอง

    โฟบี้ลูกสูบบุหรี่ในห้องเหรอ บอกมาตรงได้โปร แม่หนูน้อย

    อะไรคะโฟบี้พูด

    “ได้ยินมั้ย”

    หนูเพิ่งจุดสูบสักครู่นี้เอง หนูแค่พ่นควันครั้งเดียวเอง แล้วก็โยนทิ้งนอกหน้าต่างน่ะ

    “ทำไมทำอย่างนั้นล่ะ”

    หนูนอนไม่หลับค่ะ

    “แม่ไม่ชอบนะ โฟบี้ ไม่ชอบเลยล่ะลูก” แม่ผมบอก “ลูกต้องการผ้าห่มอีกผืนมั้ย”

    ไม่ล่ะ ขอบคุณค่ะ ราตรีสวัสดิ์โฟบี้ตอบ ดูเธอพยายามจะให้แม่รีบออกไปจากห้อง ผมบอกได้เลย

    “หนังเป็นยังไง ดีมั้ยจ้ะ” แม่ผมถามอีก

    ก็ดีค่ะ ยกเว้นแต่แม่ของอลิซ เธอชอบชะโงกข้ามหัวหนูไปถามอลิซว่ารู้สึกเป็นไข้หวัดหรือเปล่า ตลอดทั้งเรื่องเลย แล้วเราก็นั่งแท็กซี่กลับบ้านด้วยล่ะ

    “ไหนแม่ขอแตะหน้าผากดูหน่อยนะ”

    หนูไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ เธอก็ไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่แม่ของเธอเท่านั้นเอง

    “เอาล่ะนอนได้แล้วนะ แล้วอาหารค่ำเป็นยังไง”

    ไม่ได้เรื่องเลยค่ะโฟบี้ตอบ

    หนูรู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าพ่อบอกว่าอย่าใช้คำอย่างนั้น มันไม่ได้เรื่องยังไง ลูกได้ทานเนื้อลูกแกะ แม่อุตส่าห์เดินตลอดถนนเลกซิงตันเพียงเพื่อ__”

    เนื้อลูกแกะก็อร่อยดีนะ แต่ชาร์ลีนน่ะสิ ชอบหายใจรดหนูเมื่อตอนที่เธอวางอะไรลง เธอหายใจรดอาหารและอะไรต่อมิอะไรหมด เธอหายใจรดทุกสิ่งทุกอย่างเลยล่ะ

    “เอาล่ะ นอนหลับเสียเถอะ มาให้แม่หอมที แล้วลูกสวดภาวนาหรือยัง”

    หนูสวดในห้องอาบน้ำแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

    “ราตรีสวัสดิ์จ้ะลูก หลับไปเลยนะ แม่ปวดหัวมาก ๆ”

    แม่ผมพูด เธอมีอาการปวดศีรษะอยู่บ่อย ๆ เธอเป็นเอาหนัก

    ทานยาแอสไพรินสักเม็ดสองเม็ดสิคะโฟบี้พูด

    พี่โฮลเด้นจะกลับบ้านวันพุธใช่มั้ยคะแม่

    “เท่าที่รู้แค่นั้นแหละ ห่มผ้าซะ หลับพักผ่อนเถอะ”

    ผมได้ยินเสียงฝีเท้าแม่เดินออกไปและปิดประตู ผมรอสักสองสามนาที จากนั้นก็ออกจากตู้เสื้อผ้า ผมเดินชนเข้ากับโฟบี้อย่างจังตอนออกมา เพราะมันมืดสนิทเลย เธอก็ลุกจากเตียงและเดินมาเรียกผมพอดี

    น้องเจ็บหรือเปล่า

    ผมถาม คุณต้องกระซิบในตอนนี้ เพราะว่าพ่อกับแม่กลับบ้านแล้ว

    พี่จะต้องไปก่อนนะ

    ผมบอกขณะที่คลำจนพบขอบเตียงในท่ามกลางความมืดมิด แล้วนั่งลงเริ่มหยิบรองเท้าสวม ผมยอมรับว่ายังคงเกร็งตื่นเต้นไม่หาย

    อย่าเพิ่งไปตอนนี้โฟบี้กระซิบกับผม

    รอก่อนจนกว่าท่านจะนอนหลับ

    “ไม่ล่ะ เดี๋ยวนี้เลย ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดล่ะ”

    ผมแทบจะผูกเชือกรองเท้าไม่ได้ ผมเกิดอาการตื่นเต้นมาก ๆ ไม่ใช่ว่าพ่อจะฆ่าผมหรืออะไร ถ้าจับได้ว่าผมแอบกลับบ้าน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจนัก

    “น้องอยู่ตรงไหนนะ”

    ผมพูดกับโฟบี้ ในห้องมืดตื๋อ ผมมองไม่เห็นเธอ

    อยู่นี่เธอยืนอยู่ข้างผม ผมก็ยังไม่เห็นเธอเลย

    “พี่ฝากกระเป๋าไว้ที่สถานีรถไฟ” ผมบอก

    “ฟังนะ น้องพอมีเงินบ้างหรือเปล่า โฟบี้ ตอนนี้พี่หมดตัวแล้วล่ะ”

    มีแต่เงินคริสต์มาส เป็นของขวัญแหละ หนูยังไม่ได้เอาไปซื้อของเลย

    “โอ” ผมไม่ต้องการเงินเก็บวันคริสต์มาสของเธอ

    พี่จะแบ่งเอาบ้างมั้ยล่ะเธอถาม

    “พี่ไม่ต้องการเอาเงินคริสต์มาสของน้องหรอก”

    หนูพอให้ยืมได้บ้างนะเธอพูด

    ผมได้ยินเสียงเธออยู่ที่บริเวณโต๊ะของ ดี.บี. เปิดลิ้นชักทุกชั้นและควานหาด้วยมือของเธอมันมืดจริงมืดตื๋อในห้อง

    ถ้าพี่ไปแล้ว พี่ก็ไม่ได้ไปดูหนูเล่นละครน่ะสิ

    เธอบอก เสียงเธอฟังน่ารักดี

    “จ้ะพี่จะไป พี่ยังไม่ไปไหนหรอก น้องคิดล่ะสิว่าพี่จะพลาดดูละคร” ผมพูด

    “พี่จะทำอะไรต่อไปน่ะเหรอพี่ก็อาจจะไปพักที่บ้านครูแอนโทลินีถึงวันอังคารก็ได้ แล้วจากนั้นจึงค่อยกลับบ้าน ถ้ามีโอกาส พี่จะโทรมาหาน้องนะ”

    เอานี่โฟบี้พูด เธอพยายามยัดเงินให้ผม แต่เธอมองหามือผมไม่เจอ

    อยู่ไหนล่ะ

    เธอเอาเงินใส่มือผมจนได้

    “นี่น้อง พี่ไม่ต้องการนะ” ผมบอกเธอ “ขอแค่สองเหรียญก็พอไม่พูดเล่น ๆ”

    ผมพยายามจะคืนเงินที่เหลือให้เธอ แต่เธอก็ไม่ยอมรับ

    “ทั้งหมดเท่าไหร่ ให้ตายสิ”

    แปดดอลลาร์กับแปดสิบห้าเซ็นต์ อ้อหกสิบเซ็นต์ หนูใช้ไปบ้างแล้วล่ะ

    ทันใดนั้น น้ำตาผมไหลรินออกมา มันช่วยไม่ได้จริงผมพยายามกลั้นไม่ให้ใครได้ยินเสียงผม แต่ผมก็ร้องไห้ไปแล้ว มันทำให้โฟบี้ตกใจมาก ตอนที่ผมเริ่มร้องไห้ เธอเดินเข้ามาหาผมและพยายามปลอบให้ผมหยุดร้องไห้ แต่เมื่อคุณร้องไห้แล้ว คุณไม่สามารถจะหยุดได้ในชั่วเสี้ยวนาทีหรอก

    ผมยังคงนั่งอยู่ที่เตียงในตอนนั้น เธอโอบรอบคอผม แล้วผมก็โอบรอบตัวเธอด้วย แต่ผมก็ยังหยุดร้องไห้ไม่ได้ ใช้เวลานานเลยทีเดียว ผมคิดว่าผมกำลังจะขาดใจตาย

    ไอ้หนูเอ๋ย ผมทำให้โฟบี้ที่น่าสงสารตื่นกลัวเอามากประตูหน้าต่างยังเปิดอยู่ ผมรู้สึกได้ว่าตัวเธอสั่นเทา เพราะว่าที่เธอสวมอยู่มีเพียงชุดนอนเท่านั้น ผมพยายามให้เธอกลับไปนอนที่เตียง แต่เธอไม่ไป จนที่สุดผมหยุดร้อง

    แต่ที่แน่ๆ  ผมต้องใช้เวลานานทีเดียว แล้วผมก็กลัดกระดุมเสื้อโค้ตเสร็จ ผมบอกเธอว่าจะติดต่อกับเธอเรื่อยเธอบอกผมว่าผมจะนอนกับเธอก็ได้ถ้าต้องการ แต่ผมบอกว่าไม่ ผมควรจะรีบไปดีกว่า ครูแอนโทลินีกำลังรอผมอยู่

    จากนั้นผมหยิบหมวกออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ตและยกให้เธอ เธอชอบหมวกมาก  เธอไม่ต้องการรับไว้ แต่ผมบังคับให้เธอรับไว้ ผมพนันได้เลยว่าเธอต้องสวมนอนด้วย เธอชอบหมวกพวกนี้มาก จากนั้นผมบอกเธออีกว่าผมจะโทรมาหาถ้ามีเวลา และแล้วผมก็ออกไป

    มันดูง่ายมากตอนออกจากบ้าน ง่ายกว่าตอนเข้าบ้านเสียอีก

    ประการแรก ผมไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับได้ ผมไม่กลัวเลย ผมวาดภาพถ้าผมถูกจับได้ ก็แค่จับได้เท่านั้น ผมก็อยากให้พ่อแม่จับได้เหมือนกัน

    ผมเดินลงบันไดแทนการลงลิฟต์ทางด้านหลัง เกือบจะทำให้คอห้กบนกองถังขยะนับสิบล้านใบเสียแล้ว

    แต่ผมก็ออกมาจนได้เด็กเฝ้าลิฟต์ไม่ทันได้เห็นผมหรอก บางทีเขาอาจจะคิดว่าผมขึ้นไปหาครอบคร้วดิกสไตน์สแล้วก็ได้.

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments