หลังเกษียณฯผู้ช่วยตุ๊-กฤษฎา พันธุ์คงชื่น

1525

เดอะตุ๊-พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ลูกชายพล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น อดีตอ.ตร.
เกษียณฯเมื่อปี 2555 ในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.

จัดเป็นตำนานนักสืบคลาสสิค จับโจรด้วยการหาจุดอ่อนของมนุษย์ ประเภทตีไก่ง่วง หลงสาว ไม่ใช่แบบโชว์กำลังแอ็กชั่น

ประสบการณ์ครั้งยังสวมเครื่องแบบสีกากี ข้นคลั่กตั้งแต่เริ่มเป็นตำรวจจนเกษียณอายุ ไม่ใช่แต่เรื่องจับโจรอย่างเดียว

แต่เขายังอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งจากความคิดต่างของคนในชาติด้วย

เริ่มจากตำรวจสันติบาล  ในตำแหน่งพลสำรองพิเศษ ทั้งที่เจ้าตัวยังเป็นนิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในห้วงของสงครามความคิดต่างเมื่อปี 2516

เกือบจะไม่จบ ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจเดินไปคุยกับอาจารย์ตรงๆว่า ต่างคนต่างทำหน้าที่

จนเกษียณอายุในตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. ในปี 2555 ก็อยู่ในช่วงเหตุการณ์ที่คนในชาติมีความคิดเห็นต่างอีกครั้ง

ส่วนชีวิตราชการที่รับผิดชอบอยู่ในงานสืบสวนเข้มข้นทุกวินาทีไม่แพ้กัน

ไม่ว่าจะอยู่ในเหตุการณ์ลมหายใจสุดท้ายของตี๋ใหญ่ จอมโจรลือชื่อ เมื่อครั้งเป็นรองสารวัตรสืบสวนเหนือ

ปิดคดีปล้นนักท่องเที่ยวที่เขาใหญ่  สมัยเป็นสารวัตรสืบสวนใต้


ช่วงเป็นสารวัตรสืบสวนใต้ เขายังสืบคดีมือปืนยิงน้าชาย น้องของแม่คือคุณหญิงวิจิตรา พันธุ์คงชื่น  หลังสืบสวนตามมาปีครึ่ง

เป็นคดีที่แปลก เพราะสืบเหนือ วิสามัญคนร้าย ออกข่าวว่าเป็นมือปืนที่ฆ่าน้าชาย

แต่ภายหลังมีตำรวจเก่ามาให้ข่าวเขาถูกจ้างให้มายิงน้าชาย ซ้ำน้องสาวพล.ต.ท.กฤษฏาที่เป็นแคชเชียร์ในร้าน บอกทุกอย่างได้ตรงเป๊ะ สเก็ตช์ภาพเหมือนมาก ก่อนที่จะสางคดีนี้ได้ด้วยการวิสามัญฯมือปืนตัวจริงได้ในที่สุด

จากนั้นพล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ในขณะที่เป็นรองผบก.เหนือ ดึงเขากับโต้ง-ประมวลศักดิ์ ศรีสมบุญ มาเป็นรองผู้กำกับการสืบสวนเหนือ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

ขึ้นผู้กำกับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ติดยศพ.ต.อ.ก็จริง แต่เป็นช่วงชีวิตที่เจ้าตัวบ่นหดหู่

ไปอยู่แค่ปีเดียว กลับถิ่นเก่าผงาดเป็นผู้กำกับสืบสวนเหนือ รองผู้การเหนือ ต่อด้วยรองผบก.น.1 ขึ้นผู้การ น.4

จังหวะนั้นเนื้อหอม มีผู้ใหญ่เทียวไล้เทียวขื่อ ให้เป็นผู้การกองปราบปราม แต่เจ้าตัวบอกปัดอ้างไม่ถนัด 

“ผมบอกว่า ผมไม่สามารถ คือเป็นๆได้ ผมก็นักมวยเหมือนกัน แต่นักมวยสังเวียนเล็ก กองปราบ มันใหญ่ เดี๋ยวผมก็ไปทะเลาะกับเขา

ชีวิตเราไม่ใช่นักสู้แบบนั้น เราพูดไม่เป็นหรอกเราชอบทำงาน….” พล.ต.ท.กฤษฏาบอกเหตุผล

ได้เป็นผู้การ น.5 แต่ถูกกลั่นแกล้งหวิดออกจากราชการเมื่อเกิดคดีวิจัย ดาคาม หนีการจับกุมในโรงพยาบาล

ขึ้นผู้ช่วย ผบช.น. 2 ปี  รองผบช.น.อีก 5 ปี ได้อาวุโส ขึ้น ผบช.ประจำ ต่อด้วย ผบช.ภ.3 ผบช.ภ.1  ผู้ช่วยผบ.ตร. 2 ปี ก่อนอำลาเครื่องแบบในขณะที่คนในประเทศอยู่ในช่วงของความเห็นต่างอย่างที่เกริ่น

“เราเป็นตำรวจ เราต้องรักษาความสงบ รักษาชีวิต ไม่ใช่ไปทำตามคำสั่งอะไรที่ไม่ถูกต้องแบบนั้น….”

สรุปได้ว่า แต่ละช่วงชีวิตของการรับราชการของนายพลนักสืบที่สื่อให้ฉายานักสืบเสาโทรเลข เต็มไปทุกรสชาต ไม่ได้อะไรมาง่ายๆถึงเป็นทายาทอดีตผู้นำตำรวจก็ตาม

วันสบายๆวันหนึ่งได้นั่งคุยกับนายตำรวจอดีตนักสืบหุ่นเท่ 7 ปีหลังเกษียณอายุใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง เพราะร่างกายดูแข็งแรงเหมือนครั้งอดีตสวมเครื่องแบบ
               
39 ปีในชีวิตตำรวจ
“ผมเกษียณผู้ช่วยฯ ปี 2555 ได้แถมปีหนึ่ง ชีวิตราชการอยู่ในเครื่องแบบตั้งแต่ปี 2516 รวม 39 ปี ในชีวิตตำรวจ ก็สอนทุกอย่าง 

คือพวกผมไม่เหมือนสมัยนี้ ผมทำงานแลกตำแหน่งมาตลอด ทำงานกันอย่างนี้ ไม่เคยไปวิ่งเต้น  ก็อยากให้ชีวิตตำรวจเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ คือทำงานแล้วต้องได้

สรุปว่าใช้งานแลกตำแหน่ง แต่ยกเว้นว่าโตขึ้นมาแล้วมันก็ไม่ใช่  เพราะพยายามทำงาน แต่เขาก็ไม่เห็น”อดีตนายพลนักสืบเริ่ม
       
มีคดีภาค 3 ติดตัวสู้จนฎีกา
เกษียณมาแล้ว 7 ปี  ออกมาแล้วชีวิตก็ดีนะ ก็โล่งอก มีคดีติดตัวมา 1 คดี ตอนเป็น ผบช.ภ.3  สู้มาจนถึงฎีกา เกี่ยวกับเรื่องสหกรณ์

คือผมจับได้ว่ามีการโกงสหกรณ์ตำรวจโคราช แล้วผมเป็นประธาน  เข้าประชุมแค่ 2 ครั้ง แล้วจับได้ว่ามีการโกง คือผู้จัดการสหกรณ์โกง ผมก็ให้ดำเนินคดี

เป็นคดีที่ผมมีความรู้สึกไม่ดีกับตำรวจภาค 3 ผมเป็นคนจับ แต่มันมาแจ้งผมเป็นจำเลยกับพวก คือคณะกรรมการทั้งหมด ผมเป็นประธานจริง แต่ผมก็ลาออกก่อน ซึ่งพอรู้ปุ๊บ ผมก็ไม่อยากให้มันมีเรื่อง สอบจนนั่นแหละ

แต่กรรมการชุดใหม่ๆ ก็จะซัดผม ให้ผมมาร่วมจ่ายเงิน ซึ่งผมก็หลุดมาทั้งคณะกรรมการก็หลุดตอนชั้นฎีกา เพิ่งหลุดมาได้กี่ปีเอง สัก 2-3 ปีนี่เอง

มีความสุขดูแลลูกหลาน
ชีวิตตอนนี้ นอกจากดูแลลูกหลาน 5 คน คนโตอายุ 16 ไม่ได้อยู่ที่นี่ เล็กสุดก็ประมาณ 3 ขวบกว่า นอกจากนี้ก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์ ขี่ม้า ขี่มานานแล้วเพราะชอบ แล้วบ้านผมก็เลี้ยงสัตว์ ก็ได้ความสุขกับลูกหลาน

แล้วก็มีการค้า ทำธุรกิจ เป็นร้านขายรถไฟที่ผู้ใหญ่เล่น อยู่ที่เจเจมอลล์  ทำเพราะชอบตั้งแต่สมัยเด็กๆ  

พ่อไปเยอรมัน ซื้อมาให้เล่น ก็หยุดไปตั้งนาน อยู่มาวันหนึ่งผมไปค้นเจอ ก็พอดีว่ามันมีร้านเขาจะเซ้ง เป็นคนอื่นก็คงไม่เซ้งมาทำ เพราะเป็นธุรกิจที่คงจะยาก
               
ธุรกิจขายรถไฟโมเดล
ขายรถไฟโมเดล ต้องขายคนอีกระดับ และชอบจริงๆ แต่ก็ไปได้ มีแต่ช่วงหลังที่เศรษฐกิจแย่หน่อย ก็จำลองมาจากความคิดในส่วนที่เราคิดขึ้นมา และจากที่เราเคยไปต่างประเทศ  จากที่ได้เห็นในรูปก็จำลองมา มีไปจัดให้ลูกค้า

คือบางคนก็เก็บสะสม เก็บใส่ตู้ เก็บใส่ลัง ก็ประกอบได้ แต่ไม่มีแบบเป็นแผนที่ เขาจะมีภูเขา ลอดอุโมงค์ เราก็ทำให้ ลูกค้าก็มีเยอะนะ แต่ตอนนี้ก็เศรษฐกิจทำให้คนน้อยลงไป

พ่อลูกชอบแข่งรถ โมกันในบ้าน
ก็มีหุ้นส่วนทำอู่รถซูบารุ อยู่ศรีนครินทร์ สมัยก่อนเป็นรถนำเข้าแล้วเปลี่ยนเป็นซูบารุ ชีวิตชอบเครื่องยนต์ ผมเคยแข่งรถมาก่อน ตั้งแต่โกลคาร์ท ยันรถกระบะ แต่ลูกชายจะแข่งทุกอย่างก็เลยมาโมกันในบ้าน ช่างก็อยู่ที่บ้าน

แข่งโกลคาร์ท แข่งกระบะ ตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มจนถึงนายพลจนเป็นผู้การ 5 ปีแรก ยังขับอยู่สุดท้ายก็เลิก ตอนไปแข่งหลายที่ มันเป็นเซอร์กิต ที่ราชบุรี เชียงใหม่ ก็มี

บิ๊กไบค์ก็ขับ ทั้งฮาเลย์ ทั้งบีเอ็มดับบลิว ก็มีพวกน้องๆ ผู้สื่อข่าวขี่กัน ช่อง 7 นัดกันไปก็มาที่นี่  ขี่ด้วยกัน

เลี้ยงม้าทำรีสอร์ตที่แปดริ้ว
แล้วก็มีม้าเลี้ยงไว้ขี่ของตัวเอง ตอนนี้ก็ให้เช่าทำรีสอร์ท อยู่ที่แปดริ้ว แถวบ้านท่าไข่ อ.เมือง ฉะเชิงเทรา มีม้าใหญ่ 5 ตัว ม้าเล็ก หรือม้าแคระ ประมาณ 12 ตัว ม้าใหญ่เป็นม้าขี่ของอเมริกา

ผมไม่ได้ขี่แบบคาวบอย ผมขี่สไตล์อังกฤษ จะมีท่าทาง มีกฎระเบียบเยอะ แต่ผมก็ขี่แบบนี้ ได้นิดหน่อย ที่ชอบเพราะชีวิตผมชอบลองทุกอย่างอะไรที่เร็วๆ แบบนี้
               
ไม่ชอบกอล์ฟเพราะช้า
ที่ผมเกลียดที่สุดกีฬา คือ กอล์ฟ เพราะมันช้ามาก เสียเวลา แล้วพ่อผมเคยขอไว้นะ เป็นตำรวจ 2 อย่าง ที่ไม่ให้เล่น คือ 1.รักบี้ 2.กอล์ฟ เพราะรักบี้ทำให้ร่างกายอวัยวะเสื่อมได้หลายอย่าง

หลายคนที่ปะทะกันแล้วเอ๋อ เยอะแยะไป  ส่วนกอล์ฟ ถ้าทำงานเป็นนักสืบหยุดได้เลย ผมไม่เคยได้เล่น มาเล่นตอนเป็น ผบช. เล่นแล้วก็เบื่อ เพราะช้ามาก ไม่ใช่ทางของเรา

ตั้งแบนด์เล่นดนตรีทุกอาทิตย์
ที่ชอบเล่นดนตรี จะมีชมรมของผม เล่นดนตรีกัน เป็นแบนด์ซึ่งผมทำหน้าที่เป่าแซกโซโฟน จะมีน้องๆที่อยู่ช่อง 7 มาอยู่ด้วย


มีมืออาชีพด้วย 2-3 คน เล่นด้วยกัน ทุกวันอาทิตย์ ผมก็เล่นได้แบบเป็ดๆ หลายชนิด ไม่เก่งนัก แต่ก็พอไปได้

เล่นวันอาทิตย์จะนัดซ้อมกันสัก 3โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ตี 1  ก็ทานอาหารกันไป เล่นกันไป จะมีรับงานนอกก็ไปกัน งานนอก ผมก็ไม่ได้รับตังค์หรอก ให้คนอื่นเขา   

สุขภาพ ก็ดูแลกันไปเรื่อยๆ พยายามไม่คิดมากอะไร อย่าไปคิดเยอะ แก่แล้ว ออกกำลังกายก็เล่นกีฬาพวกยิงธนู ขี่จักรยาน

ไม่ได้เอาเรื่องธรรมะเลย ก็อยากทำเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่สายเรา ผมไม่ใช่สายนี้

ห่วง 2 ลูกชายสืบทอดสีกากี
ประสบการณ์ที่เป็นตำรวจมา ห่วงลูกเหมือนกัน เพราะลูกผมเป็นตำรวจ 2 คน ก็สอนเขา อะไรที่เราเคยทำผิดพลาดมาก็จะสอนเขา ให้ความรู้เขา เด็กสมัยนี้จะบอกว่า การสืบสวนอย่างผมนี่มันล้าสมัยแล้ว

แต่ความจริงผมคิดว่า การสืบสวนแบบผม บวกกับการสืบสวนของเขา ด้วยเทคโนโลยี ผมว่ามันทำให้ปึ๊กเลยนะ ถ้าเขาคิดได้อย่างผมนะ
              
แนะแนวทางใช้ชีวิตตำรวจ
ที่แนะให้ลูกๆ คือ ให้ห่างไกลยาเสพติด กับแก๊งอะไรพวกนี้ อย่าเข้าไปยุ่ง แล้วลูกน้อง ต้องคอยดูแลเขาให้ดี สิ่งที่เราผ่านมาแล้วไม่ดี พยายามบอกลูกๆหลายอย่าง เราอาจจะทำอะไรไม่ดี  มันไม่สามารถแก้ไขได้ มันคนละสมัยกัน

เขาก็มาคุยกับเรา ขอคำแนะนำ แต่มันก็ยังมองไม่เห็น ก็พยายามดึงให้เขาเห็น ทุกคดีที่เขามาคุยด้วย ก็พยายามที่จะบอก ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้

แต่ผมอาจจะก้าวล่วงไปในเรื่องเทคโนโลยีไม่ได้ เพราะผมห่างจากเรื่องเทคโนโลยี ผมมันใช้แบบวิธีเดินดิน แล้วผมก็จะต้องทำงานแบบไปตลอด ถ้าไม่ติดอะไร

ไม่เสียใจ ไม่ได้ 4ดาวเหมือนพ่อ
ไม่ได้ติด พล.ต.อ.ผมก็ไม่เสียใจเลยนะ เพราะชีวิตผมก็มีแค่นี้ แล้วพ่อผมก็เป็น พล.ต.อ.ไม่ได้รู้สึกอะไร ผมไม่เคยคิดด้วย ว่าชีวิตผมจะมาได้ถึงขนาดนี้

ส่วนเรื่องลูกไม่ได้จบโรงเรียนนายร้อย คิดว่าจะมีปัญหาหรือคล้ายกับตัวเรา ก็ได้บอกเขาว่าต้องทำใจ เราทำงาน เอางานมาแลก มาโชว์ ทำให้เต็มที่

คาใจคดีฆ่ามาซาโกะ
ถ้าถามคดีที่คาใจ ก็คือคดีมาซาโกะ เป็นสาวญี่ปุ่นถูกทิ้งศพอยู่บนทางด่วน แท็กซี่ก็ไม่รู้ใคร ยังจับไม่ได้ เพราะเปลี่ยนจากบก.น.เหนือ มาเป็นบก.น. 1 แต่สุทธิสาร ท้องที่เกิดเหตุ มันของบก.น. 2

ผมเป็นรองผู้การ 1 ก็ไม่ได้ทำ ทุกวันนี้ก็ไม่รู้  หงุดหงิดมากเลยคดีนี้ที่ค้างอยู่ เป็นรองผู้การ 1 อยู่ 2 ปี ขึ้นเป็นผบก.น.4 ปีเดียว ขึ้นเป็นผู้การ น.5   

เสียใจลูกชายตายคาอ้อมกอด
แต่ที่เสียใจ คือผมมีคดีที่วิสามัญยิงคนร้าย ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าแม่ของลูกคนนี้เขาท้อง  แต่ไปเห็นตอนสุดท้าย แปลกมากเลยไม่มีกะโหลก แล้วอัลตร้าซาวน์ ตั้งแต่แรกก็บอกว่าเป็นผู้หญิง แต่จริงๆผู้ชาย เหมือนเป๊ะเลย

มันก็เป็นอะไรที่ผมก็รู้ชะตากรรม เขาตายของเขาเอง ตายตอนคลอด คลอดออกมา ผมก็อุ้มเขาตาย โชคดีมากที่ตาย  ผมคิดอย่างนั้นนะ เพราะถ้าพิการ ผมต้องมารับเลี้ยง
               
คืออย่างนี้ เราก็เคยรู้มาว่า การทำตามหน้าที่มันไม่บาป ถ้าจิตใจบริสุทธิ์ แต่อันนี้ผมได้กับตัว ผมก็คิดว่ามันมีบาปกรรมติดตามมา ก็เชื่อ เพราะว่ามันเกิดขึ้นเหมือนกัน มันเหมือนกัน ทำเขาอย่างนี้

ถึงคุณไม่ผิด แต่ใจคุณไม่ใช่ไง ก็คดีนี้มันยิงน้าผม ก็ไม่ใช่ศพสุดท้ายนะ แต่ก็เชื่อในเรื่องนี้ ผมขึ้นเวทีโรงเรียนผู้การ ผมก็พูดเรื่องนี้นะ คนก็เข้าใจ

 
ไม่ได้ดูแลลูกตอนเด็กก็ด้วย
เสียใจอะไรมั้ยที่ไม่ได้ทำ ช่วงที่เราเป็นตำรวจมีอำนาจอยู่ ก็คิดว่าไม่ได้อยู่กับครอบครัวเลย ผมไปทำคดีที ผมไปยาวเลย ยิ่งสมัยก่อน ไม่มีโทรศัพท์ตามด้วย ผมก็ไปจริงๆ นะ ไปนานเลย

เสียใจก็คือไม่ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัว ไม่ได้เลี้ยงดูลูกตอนเด็กๆ ประมาณนั้น ก็ได้มาดูตอนโตนี่แหละ ก็ได้บอกเขาว่า อย่าทำแบบพ่อ แต่มันก็ทำเหมือนหมดแหละ แต่เพราะพ่อทำงานจริงๆ ก็นี่แหละ

สุดท้ายผมถามย้ำอีกครั้ง 39ปี ชีวิตตำรวจ สอนอะไรหรือให้อะไรตัวเราบ้าง

”ไม่มีสัจจะในหมู่โจร….”

อดีตนายพลตำรวจมือปราบบอกกับผมอย่างนี้ครับ

กิตติพงศ์ นโรปการณ์ บันทึก15/12/62