Wednesday, July 24, 2024
More
    Homeหลังเกษียณฯหลังเกษียณฯ”เดอะอ๋อย”ที่ผ่านมาก็แล้วไปอย่าเอามาคิด คิดแล้วจะเป็นทุกข์

    หลังเกษียณฯ”เดอะอ๋อย”ที่ผ่านมาก็แล้วไปอย่าเอามาคิด คิดแล้วจะเป็นทุกข์

    เดอะอ๋อย-พ.ต.ท.จิตติวัฒน์ พูนผล 

    มีชีวิตสุดโลดโผนอีกคนหนึ่งในบทบาทใกล้ชิดคนสนิท “ป๋าลอ-ชลอ เกิดเทศ”อดีตนายตำรวจมือปราบยศพล.ต.ท. ตำนานที่ยังมีลมหายใจ 

    นอกจากจะเป็นมือไม้ช่วยทำคดีแล้วผ่านกลิ่นควันปืนและคาวเลือดมาด้วยกัน  น้อยคนนักที่จะรู้ รองอ๋อย  เป็นตัวหลักเดินเรื่องในการขอพักโทษจน ป๋าลอ  ออกมาใช้ชีวิตในบั้นปลายที่วัดป่าทรัพย์ทวี วังน้ำเขียว  มี ปลา-กุมาริกา เกิดเทศ ลูกสาวคอยดูแลใกล้ชิด 

    ย้อนไปเดือนธันวาคมปี 2497 ด.ช.รุ่งแสง ทองแท่งใหญ่ ถือกำเนิดเป็นลูกชายคนสุดท้องจาก 5 คนของพ่อที่ทำงานกรมทางหลวง แม่ทำธุรกิจในตลาดประแจจีน ย่านโคลีเซียม กรุงเทพมหานคร

    เริ่มต้นวัยอนุบาล เรียนที่สตรีประเทืองวิทย์ ชั้นประถมที่วัดพระยายัง ต่อมัธยมที่โรงเรียนกิตติคุณ โรงเรียนคริสต์ ถนนศรีอยุธยา ติดวังสวนผักกาด จากนั้นไปเรียนจบบัญชีที่ตั้งตรงจิตรพาณิชยการปี 2516  จังหวะนั้นมีสอบเข้าตำรวจภายในก็ไปสอบให้แม่ เพราะแม่ไม่อยากให้ไปเกณฑ์ทหาร เลยขวนขวายไปสอบติดเป็นพลตำรวจ เมื่อ11 เม.ย.2517 อยู่ที่กองวิจัยวางแผน  

    “ติดตำรวจแล้วไปเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง เรียน 4 ปี ไม่จบเพราะเขาเอาตัวไปช่วยงานที่สอบสวนกลาง  สุดท้ายมาเรียนต่อที่ศรีปทุมจนจบนิติศาสตร์ ปี 2529  ตอนนั้นอยู่กองปราบ อยู่กับป๋าแล้ว ตั้งแต่ปี 2526 ตอนอายุ 27” 

    อดีตนายตำรวจใกล้ชิดอดีตมือปราบพระกาฬวัยย่าง70 ย้อนความหลังชีวิตเส้นทางสีกากี  

    หลานอธิบดีเผ่าดึงไปอยู่กับป๋า            

    ที่ไปอยู่กับป๋า พี่พิชิตชัย ศรียานนท์ หลานชายอธิบดีเผ่า ดึงไปอยู่กอง 1 กองปราบ  ตอนนั้นยังยศจ่ามาอยู่กับป๋า ตอนนั้นป๋าเป็นรองผู้การที่กองปราบ ก็มาช่วยราชการที่หน้าห้อง เป็นตำรวจติดตาม ไปไหนไปกันกับป๋า มีพี่ตั๋น พี่ยะ ก็อยู่วงนอกนะเพราะเป็นคนที่ไม่ตามนาย แต่นายไปไหนเดี๋ยวจะตามไปเอง

    แต่คนที่ต้องประกบมีพี่ และมีคนขับรถ สมัยนั้นเปลี่ยนไปเรื่อย ส่วนใหญ่ไม่ใช่ตำรวจ เป็นเด็กในบ้านบ้าง พวกไอ้เปี๊ยกพวกไอ้อ๊อดเด็กอยุธยา เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องลับต้องเอาคนสนิททั้งหมดมานั่งด้วย

    บอดี้การ์ดระแวดระวังภัย

    ทำงานให้แกมาตลอด  เดินตามถือกระเป๋าคอยระวังหลังระวังอะไรให้นาย เวลานายไปพบปะเจอะเจอใคร ต้องเหมือนเป็นการ์ดให้ เพราะตอนนั้นคดีเข้ามาเยอะ คดีจ้างวานฆ่า คดีมือปืน ส่วนใหญ่คดีปล้น เราก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ป๋าก็เอาไว้ใกล้ตัว ก็ไปๆมาๆ กับป๋าตลอดก็จะรู้เรื่องคดีเรื่องอะไรป๋าหลายเรื่อง 

    ร่วมคลี่หลายคดีดัง

    ก็อยู่เป็นนักสืบ มาตลอด ป๋าเขาเห็นแววเอาไว้ มีคดีที่ทำให้ป๋าก็เยอะนะ ฆ่าเสี่ยไดมอนด์พัทยานี่ คิดเองทำเองเลยนะ  คดียิงตำรวจลูกน้องป๋าคารถโดยสารที่อ่างทองคดีที่เชียงใหม่ หลายคดี เยอะมาก ที่มันทำมา 50 ปีแล้ว ตั้งแต่เป็นตำรวจมา จนกระทั่งทุกวันนี้ 

    ช่วงนั้นการข่าวนี่ก็จะใช้พี่ ไอ้ตั๋น ไอ้ยะ ไอ้จิ๋ว แล้วลูกหาบพี่จะมีพวก ไอ้เกาะอะไรพวกนี้ จะไปด้วยบางทีมันขับรถให้นาย ไอ้เราก็ไปเฝ้าบ้าง ไปเช็ครูปพรรณสัณฐานตรงตามที่เขาบอกมาไหม แจ้งหมายมาไหม บางทีก็ไปเชิญตัวมา

    ติดผู้หมวดตชด.ปี30

    แต่ช่วงป๋า ไปเป็นผู้การเขต 8 พิษณุโลกไม่ได้ไปด้วย เพราะตอนนั้นอยู่รถวิทยุสายตรวจ แผนก 3 กอง 2 พอเรียนจบป.ตรี  ปี 2530 ตอนนั้นปรับวุฒิได้เป็นรุ่นสุดท้ายพอดี ได้ ร.ต.ต.ไปอยู่ ตชด.ไปอยู่เขาน้ำค้าง ค่ายฝึกที่สงขลา ป๋าติดยศให้ ร.ต.ต. แล้วกลับมาช่วยราชการอยู่กับป๋า ที่บช.ก.  สมัยนั้นพี่แอ๊ด วิชเลิศ งามขำ ไทยรัฐ แล้วก็ไอ้ตุ้ยเดลินิวส์จะมาหาป๋าบ่อย  

    กลับมารถวิทยุ3/2เหมือนเดิม

    กลับมาลงตำแหน่งร.ต.ท.อยู่รถวิทยุ  จับโน่นจับนี่ไปเรื่อย จับของหนีภาษีบ้าง หาข่าวไป  ตอนนั้นไม่ได้อยู่กับป๋าแต่เอาจากประสบการณ์ตรงนั้นมาทำ จับอาวุธสงคราม ก็ทำให้พี่จุ๋ม จุมพล มั่นหมาย ผกก.2ป.ตอนนั้น พี่เขายังแซวเลย ว่ามึงค้าเองรึเปล่าเพราะจับทีเป็นคันรถ  มีผลงานเรื่อยมาตลอด ไม่ได้อยู่เฉย

    ถูกหาว่ามีอิทธิพลโดนเด้งลงใต้

    ช่วงเป็นร.ต.อ.ถูกย้ายไปสุราษฎร์ฯ เขาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลแถวรัชดาฯ เพราะตอนนั้นทำฟีบัสไง จริงๆตอนนั้นหาข่าวด้วย เป็นเรื่องปกติตำรวจพวกเรา การเที่ยวคือการหาข่าว ถ้าเราไม่เที่ยวไม่ออกไปก็ไม่รู้เรื่องอะไรต่ออะไรที่จะเป็นคดีอาชญากรรม หรือจะรู้ตัวที่มีหมายจับจะได้รู้ว่าแหล่งอบายมุขต่างๆ อยู่ตรงไหนบ้าง ใครคุมใครเป็นเจ้าของ

    พ้นมลทินติดสารวัตรพะโต๊ะ

    สุดท้ายย้ายกลับมาได้ มาอยู่กับท่านนิรดม ตันติเวชกุล ท่านอยู่จเร มีผู้ใหญ่ฝากมาก็รับใช้ท่าน ท่านส่งไปอบรม สว. ระหว่างอบรมใกล้เสร็จ คำสั่งออกกลับมาที่รถวิทยุกองปราบ  พอเรียนจบคำสั่งออกอีกไปเป็น สว.สอบสวน พะโต๊ะ ชุมพร ไปทำคดีที่นั่นอีกไปจับของหนีภาษี พวกบุหรี่เถื่อน ชอบมาเส้นทางนั้นคดีหมายจับจากนครฯ จากสุราษฎร์ฯคดีฆ่า 2 คดี ได้ข่าวมาก็ไปจับในสวนกาแฟ 

    กลับถิ่นเก่าช่วยราชการยุค”คำนึง”

    อยู่ได้ 6 เดือน กลับมาช่วยราชการกองปราบ อีกที่กอง 1 ตอนนั้นท่านคำนึงเป็นผู้การ มาช่วยราชการก็ทำคดีให้เขาหลายเรื่อง เอามาช่วยคดีแสงชัย สุนทรวัฒน์ ก็มารอดักอุ้ม ดักรอมือปืนที่ห้วยขวาง ก็ได้ตัวไปได้การข่าวจากพี่ก็ได้ตัวไปเลย เลยรู้ว่าเป็นวิศิษฐ์ พึ่งรัศมี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีนี้  

    เข้านครบาลเป็นสว.ส.นางเลิ้ง

    คำสั่งออกอีกไปเป็น สว.ส.อยู่นางเลิ้ง อยู่2 ปี  เขาเปลี่ยนจาก สว.ส.เป็น สบ ตอนเป็น สว.ส.ที่นางเลิ้ง ก็ทำคดีเองด้วยนะ คดีฆ่าแล้วเอาหลักฐานไปทิ้งคลองแถววัดโสมฯ พี่ก็เอาป่อเต็กตึ๊งลงไปงม เอาเครื่องไม้เครื่องมือที่มันฆ่ามาได้  ท่านคงเดช ชูศรี เป็นรองผู้การนครบาลที่ดูแลที่นั่น ท่านก็ว่า งานนี้ สว.ส.ทำเองหมดเลยเหรอ    

    กลับบช.ก.ลุยจับของหนีภาษี

    จังหวะนั้น เบิ้ม-ลูกของท่านสนอง วัฒนวรางกูร ที่อบรมสารวัตรมาด้วยกันช่วยย้ายให้มาอยู่กองเศรษฐกิจ ตอนนั้นไม่้เรียกสารวัตร เขาเรียกหัวหน้าแผนก มีลูกน้อง  12 คน เป็นนักเรียนนายร้อยสัก 10 ไม่ได้เป็น 2 คน คุมงานเกี่ยวกับของหนีภาษี  เหล้า บุหรี่ ของหนีภาษี ทั่วประเทศ มีผลงานพอสมควร 

    ติดอาร์มเป็นตำรวจรถไฟนพวงศ์

    จากเศรษฐกิจ มาเป็น สวป.สน.นพวงศ์ จริงๆ เขามองว่าตำรวจรถไฟ มันเกรดซี แต่เราคิดว่าเราจะพัฒนาให้มันดี เอาจริงเอาจัง เพราะมันคุมตั้งแต่หัวลำโพง ยันไปถึงสระแก้ว อรัญฯ ทางเหนือก็ขึ้นไปถึงนครสวรรค์ อย่างนี้ 2 ปีเต็มกลับบ้านนับวันได้ นอนโรงพักนพวงศ์ 

    กวาดบ้านตัวเองลำดับแรก

    ก่อนอื่นต้องเก็บงานกวาดบ้านเราให้เรียบร้อยก่อน ประชุมให้รู้เรื่อง บอกเเรื่องแม่ค้าที่มันมาขายตัวที่หัวลำโพง เยอะแยะ มันผิดเข้ามาในพื้นที่ไม่ได้ เขาก็ร่ำลือกันตำรวจรับตังค์ เพราะฉะนั้นเลิกไม่ต้องรับ จับให้หมด ไกด์ผีเถื่อนๆอยู่รอบนอก จะเข้ามาในหัวลำโพง มาเอาพวก เขมร ลาว บ้าง พม่า บ้าง เอาไปทำประมงที่ปักษ์ใต้

    ตอนขากลับมันจะมีเงิน ไอ้พวกที่ขึ้นตรวจบนรถไฟ ก็จะไปรีดมันบ้าง แล้วจตุจักร ผับ ก็ปล่อยเละเทะสมัยนั้น ท่านปุระชัย เป็น รมว. มหาด ไทย ไอ้ทางเหนือ ยาเสพติดก็ลงมาเยอะเหลือเกิน 

    ตรงนี้ถือว่าเป็นแหล่งใหญ่นะ  ถ้าสมัยนี้ถือว่าเข้าข่ายค้ามนุษย์ พวกนี้เข้ามาฉกคนต่างด้าวไป ก็มาอุ้มไปเลย ค้าประ เวณีก็มีอยู่หน้าหัวลำโพงเต็มไปหมด แล้วยังมีพวกขโมยผ้าเบรกของรถไฟเก่าๆในโกดัง ขนไปขาย 

    สะสางสารพัดปัญหา

    ปัญหาเรื่องการจราจร คือ สว.ส.คุมทั้งสืบ ทั้งงานจราจรด้วยนะ ปัญหามันเยอะรถจอดริมคลอง รถมันก็ติด ไอ้รถที่มันมาเข้าแถวเต็มไปหมดที่หน้าหัวลำโพง ทั้งสามล้อ แท็กซี่ ก็มาคอยแย่งผู้โดยสาร  ไปยืนดูแล้วอเนจอนาจ ไอ้เรามันก็คนโคลีเซี่ยม บ้านอยู่ข้างทางรถไฟ เรารู้ 

    มาตรงนี้ต้องเปลี่ยนแปลง

    แล้วคนที่เดินทาง ส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่มีฐานะ พวกสายไปเช้าเย็นกลับน่าสงสาร ปีใหม่สงกรานต์ หรือไม่ก็เกณฑ์ทหาร ไอ้พวกฉกชิงวิ่งราวจะมาล้วงกระเป๋า ส่วนใหญ่จะเป็นเขมร สังเกตตลอด มีจริงๆมันมาช่วงสงกรานต์ พี่ก็ระดมลูกน้องประชุมว่าเรื่องนี้ขอให้ยุติเรื่องการที่ไม่เหลียวแลไม่ดูแลอย่าปล่อยปละละเลย

    ผมมาแล้วตรงนี้ต้องเปลี่ยนแปลง 1.รถต้องไม่ติดคือถ้ารถติดที่หัวลำโพงจะพันไปถึงถนนพระราม 1 ถึงปทุมวัน ติดไปหมด การจราจรต้องเข้มงวดกวดขัน ส่วนเรื่องลานจอดรถ เดี๋ยวคุยกับท่านผู้ว่าฯเอง แล้วเราขอลานจอดรถให้เขาจอดกันเป็นระเบียบ 

    ตื่นตี4 จัดระเบียบจราจร

    สังคยานาใหม่   ตื่นตี 4 กว่า ลงมาดูเองเรื่องจราจรก่อนเลย จับหมดที่มาจอดเกะกะ  จอด ขวางถนน ก็จับยึดใบขับขี่ พวกรถเมล์ สามล้อ แท็กซี่ ที่จอดริมถนน ริมคลอง ตอนนั้นเป็น สว.เอง ส่วน รอง ผกก.หัวหน้าสถานี เขา ดูแต่สำนวน เรื่องพวกนี้เขาปล่อยเราทำอำนาจเต็มเลยจับหมด กวาดล้างหมด 

    ไม่เด็ดขาดเอาไม่อยู่

    เคยเห็นลูกน้องถูกพวกมันชก ผู้โดยสารลงมาจากรถไฟนะ มันก็คอยกระชากลากถูแย่งกระเป๋า แย่งคน เอาใส่ท้ายรถมัน พอเราประชุมลูกน้องไปแล้วมันก็ทำงานแล้วเข้าไป มันก็ปัดมือผลักอกลูกน้อง พี่เห็นพอดี

    ตอนนั้นเราก็มุทะลุไปนิดหนึ่ง ชกไปทีหนึ่งมันเลยยอม ในเครื่องแบบนั่นแหละ ถ้าเป็นสมัยนี้คงแย่ เพราะว่าถ้าตรงนั้น ไม่เด็ดขาด คุมไม่ได้ แล้วถ้าเราไปเอาตังค์พวกเขา ยิ่งไปกันใหญ่ 

    หาบเร่เข้ามาจับปรับหมด

    หลังจากนั้น พวกรถที่ติดจราจรโล่งหมด จัดระเบียบที่จอดให้เขา  กลางวันนี่ล่อเรื่องรถก่อน ให้เรียบร้อย กลางคืนล่อเรื่องแม่ค้าหาบเร่ เอาไปปรับหมดไม่มีใครกล้าเข้ามาอีก บอกตำรวจว่า ถ้าวันไหน สว.ป.เห็นมีแม่ค้าเข้ามาในพื้นที่ สั่งทำโทษทั้งผลัด ร้อยเวร ก็ยังต้องถูกดันพื้นต่อหน้าประชาชน

    เอาจริงนะ ทุกอย่างดีขึ้นหมด ที่ขายส้มตำ เขาเรียกครกละพัน พวกญี่ปุ่น มันชอบ จะเอาไปโรงแรมข้างหลังไปนอนกันไงครกละพัน คือพันหนึ่งค่าตัว ญี่ปุ่นชอบ มาจิ้มๆแล้วก็ไป โรงแรมข้างหลังหัวลำโพง  

    ให้ลูกน้องแต่งเครื่องแบบขู่โจร

    รถไฟมันเข้าตั้งแต่ตี 2 ตำรวจต้องทำงานแล้วนะ อย่านั่งหลับนะจะมัวแต่นั่งอยู่แต่ในห้องเหมือนสายตรวจโรงพักไม่ได้นะ ต้องออกมาเดินดู มายืนให้เขาเห็นนะว่ามีตำรวจยืนอยู่ จัดการไอ้พวกล้วงกระเป๋าพวกชิงทรัพย์ แล้วไอ้พวกที่นอนอยู่นี่ ต้องไม่มี

    พระนี่จับสึกไปหลายสิบรูปมาจากต่างจังหวัด มาบิณฑบาตแล้วฝากบาตรไว้ที่ฝากของการรถไฟ   จับสึกเป็นแถวต้องไปนอนที่วัดจะมานอนพื้นเรี่ยราดอย่างนี้ ไม่เหมาะสม แล้วตอนหลังท่านก็ทิ้งชุดขาวไว้เลย สึกเองเลย 

    เป็นช่วงทำงานมีความสุข          

    ทุกอย่างมันดีขึ้น อาชญากรรมมันลดลง ไกด์เถื่อนไกด์ผีก็หมดไป แท็กซี่ก็มีลานจอด จัดระเบียบให้เขา เราไม่ได้ไปเอาตังค์เขาเลยนะ เป็นช่วงที่มีความสุขจากการทำงาน ลูกน้องมันก็ร่วมใจ เรามีอาหารเลี้ยงลูกน้องทั้ง บก.เลยนะ เที่ยง อาหาร 3 อย่าง หวานหนึ่งอย่าง ถ้าไม่มีก็ผลไม้ มีแม่ค้าเขาสนับสนุนมาบริจาคให้ทุกเดือน  เขาเห็นว่าเราทำงาน ก็มาช่วยค่าตอบแทนก็เอาไปเลี้ยงลูกน้อง  

    ยืนขู่ผับจตุจักรให้ปิดตามเวลา

    เป็น สว.ป.2 ปีเต็ม ไอ้จตุจักรก็เอาจนเรียบเอาผู้ประกอบการมาคุย บอกว่าตี 1 ต้องปิดถือว่าเลยแล้ว แต่ผมอนุโลม นะ แล้วต้องปิด เพราะ รมว.มหาดไทย ผ่านทุกคืน ไปทุกคืนนะยืนตระหง่านเลย เที่ยงคืนนี่ยืนแล้วรอให้มันปิด เพราะ มท.1 จะวิ่งรถผ่าน 

    ยาเสพติดขึ้นไปจับถึงนครสวรรค์

    ยาเสพติดมันเยอะ ก็จับให้เป็นผลงาน  บางทีขึ้นไปถึงนครสวรรค์ไปรอเลย ประสานกับ สว.ที่อยู่เชียงใหม่ มันแจ้งมาว่าตู้ไหน กระเป๋าสีอะไร แล้วแรงงานเถื่อน ลูกน้องมัน เราเรียนจากลูกน้องนะ ว่ามองยังไง  เป็นคนชาติไหน  ถ้ามันเดินตรงๆนะ เดินห่างๆหน่อยนะ พม่า ดูออก แล้วเดินตรวจนี่นะมันชี้ออกมาเลย เป็นความสามารถพิเศษ แล้วขยันทำงานกันมากขึ้น เพราะทุกอย่างมันได้หมดแล้ว อย่าให้เขาหิว ถูกต้องไหม   

    ขอผู้ว่ารถไฟทำที่พักให้ลูกน้อง

    บ้านที่เขาอยู่ ที่ กม.11 ที่เข้าไปดู แล้วน้ำท่า หน้าฝนน้ำครำทั้งนั้น พี่ก็ขอผู้ว่าฯ ผมอยากสร้างบ้านให้ลูกน้อง สัก 30 หลัง ใช้โบกี้รถไฟตู้สินค้า หลังหนึ่งใช้ 2 ตู้ ไปทำจตุจักรไงเคยเห็นไหมที่เหมือนรีสอร์ท ตอนนี้เขายึดไปหมดแล้ว เมื่อก่อนเป็นของลูกน้อง จาก กม.11 มาอยู่ที่นี่จับสลากกันมาอยู่ แต่ตอนนี้เขาได้อยู่แฟลตกันแล้ว  

    ขึ้นรองผกก.ป.ที่เตาปูน       

    ก็ 2 ปีเต็มๆ ที่ทำงานเหนื่อยมาก  เสร็จแล้ว ถูกย้ายไปอยู่จราจรกลางอยู่เปรียบเทียบควันดำ ทั้งที่ขอขึ้นไม่ได้ขอย้าย ไปอยู่ 2 ปี กลางวันทำบัญชีไปตรวจลูกน้องตามศูนย์ตามขนส่ง มี 6 ศูนย์ มันมีการยักยอกเงินค่าปรับ ก็ทัณฑ์บนกันไว้ จนเรียบร้อย ค่าปรับนี่เดือนหนึ่ง 30 ล้านนะ จับควันดำ  เขาจะกระจายกันไปยังไงพี่ไม่รู้ แต่ว่าพี่ทำบัญชีแล้วส่งเขา

    กลางคืนพี่ก็ไปปราบอบายมุข  แล้วอยู่ๆ 5 เสือ เตาปูน โดนเด้ง เรื่องบ่อน   ท่านเจตน์ มงคลหัตถี ท่านมองเห็นว่าจริงๆจะต้องตอบแทนก็เสนอให้ขึ้น รอง ป.ที่เตาปูน 

    เจอเผือกร้อน ป.บุกถล่มบ่อน

    อยู่ได้ปีกับอีก 11 วัน กองปราบก็มาจับบ่อนเตาปูน ทั้งๆที่พี่ค้นตั้งแต่เดือนแรกที่ไปอยู่แล้วต้องค้นทุกเดือน ขอหมายค้นทุกเดือน ไม่รู้เขาไม่พอใจอะไรรึเปล่าจนเดือนสุดท้ายก่อนที่จะถูกย้าย กองปราบเข้ามา โรยตัวกัน  มันเป็นเรื่องที่ช้ำมาก พี่ค้นทุกเดือนไม่เจอ ทำเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเรา ว่าเราทำงาน เราตรวจ เราค้น ไม่ได้ปล่อยปละละเลย คำสั่งมาจาก ตร.เลย ย้ายไปอยู่ สื่อสาร ตร.ไปช่วยราชการก่อน แล้วรอย้ายเป็นหลักอีกทีหนึ่ง  

    มันมีผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไม่พอใจพี่ สมัยพี่จับน้องชายเขาสำรองราชการ จับอบายมุขแล้วเขาขอ ชท่านธานี ขอท่านเจตน์ แล้วไม่ได้ แล้วมาลงกับพี่กระเด็นกระดอนไปเป็น รอง ผกก.ฝอ.ที่ขอนแก่น 

    ”นายด้วง”ขอตัวมาช่วยงาน

    แต่ไปเจอกับนายด้วง อดิศร นนทรีย์ ที่เคยอยู่กองปราบมาด้วยกัน ก็ไปหานายที่บ้านพักที่ขอนแก่น นายบอกว่า กูนึกว่าใคร เปลี่ยนชื่อแล้วกูจำไม่ได้ รู้แต่สมัยชื่อเก่า รุ่งแสง ทองแท่งใหญ่ เปลี่ยนทั้งชื่อทั้งนามสกุล ก็เห็นว่ามีเรื่องบ่อยๆเลยเปลี่ยนตั้งแต่ตอนยศ ร.ต.ต นายด้วง ก็เลยขอตัวมาช่วยงานยาเสพติดที่ภาค อยู่กับพี่สมหมาย กองวิสัยสุข ทำอยู่ได้ 2 ปีเต็ม ก็ย้ายกลับ นายด้วง ไปได้ตำแหน่ง ผบช.ภ.6 ก่อน

    อดีตนายตำรวจหุ่นเพลย์บอยรื้อความทรงจำเล่าอย่างไม่ติดขัด

    มรสุมซ้ำเจอเด้งไปนราธิวาส

    นายธีรจิตร เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.เขาก็ขอตัวพี่ มาช่วยราชการที่สำนักงาน แล้วส่งพี่เข้าเรียน โรงเรียน ผกก.รุ่น 58 ในรุ่น พี่ยังท็อปเทน เดี๋ยวก็ได้ขึ้นแล้ว จากนั้นนายด้วงย้ายกลับมา บช.ก.ไป น.1 ก่อน พอ น.1 ชื่อพี่ก็มาอยู่สวัสดิภาพเด็กฯ เลย เป็น รอง ผกก.ที่นี่ อยู่ได้ 6 เดือน นายด้วงย้ายมาสอบสวนกลาง ก็ย้ายให้กลับไปเศรษฐกิจอีก  

    อยู่เศรษฐกิจ 3 เดือน อยู่กอง 3 คดีละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า อยู่ 3 เดือน ยังไม่ได้ทำงานอะไรเท่าไหร่เลย โดนเด้งไปนราธิวาส เสรีย้าย ข้อกล่าวหาเดิมๆ

    ถูกดึงไปดีเอสไอรื้อคดีเพชร

    จังหวะนั้นท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ท่านเข้าไปหาป๋าลอ  ขอให้ช่วยเรื่องคดีเพชร กับคดีฆ่าอัลรูไวรี่ กับนักการทูตด้วย เพราะคดีมันโอนมาดีเอสไอ  เขาขอลูกน้องคนหนึ่งโดยที่พี่ไม่ได้ขอนะ นายเขาก็ให้ใครไม่รู้ โทร.มาหาพี่

    ทางดีเอสไอ ว่าพรุ่งนี้ เชิญให้มาที่เรือนจำคลองเปรม นายลอ เชิญให้ไป พี่ไปก็เจอพวกดีเอสไอ ก็รู้จักเกือบครึ่งที่มา ตอนนั้นก็ทำหนังสือให้มาช่วยราชการก่อน1ปี  ท่านสมัคร สุนทรเวช  เป็นนายกรัฐมนตรีเซ็นคนเดียวเลย โดดๆเลยจากนราธิวาส มา

     ตอนนั้น อายุ 50 กว่าแล้ว 51-52   ก็ไปช่วยราชการ ตอนปี 2551 แล้ว 2552  บรรจุเป็นเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ อยู่สืบสวน สะกดรอย ก็พาชุดทำงานดีเอสไอขึ้นเหนือไปหาเกรียงไกร ไปหาไอ้อ้วน ไปหาสายข่าวพี่คนหนึ่ง ที่เชียงราย ไปพัทยา ไปพบพยาน แล้วมาสรุปสำนวนสืบสวน ตอนหลังก็ยุติคดีเพชร  

    ช่วยราชทัณฑ์ค้นคุกจนติดเชื้อ

    นอกจากคดีเพชร ก็ได้ทำอีกคดี เขาเอาไปแทน ตอนที่สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย เขาให้ช่วยงานราชทัณฑ์ ตอนที่สุชาติ เป็นอธิบดีไปค้นคุก ค้นเรื่องยาเสพติด สิ่งของต้องห้าม

    ทำงานให้เขายันเกษียณ 2 ปีกว่า ก็ติดเชื้อในคุก ไปค้นมากๆแล้วป่วยเลย ป่วยอยู่ครึ่งปี ต้องรักษาตัว  อาการมันก็มีวูบ น้ำหนักลดลงไป 10 กิโลฯ ตอนนี้ปกติหมดแล้ว ความดันขึ้นถึงขั้นวิกฤต ช่วงนั้น  

     วูบล้มไม่รู้ตัว 2ครั้ง

    มันวูบ มันล้มด้วย เหนื่อยจนล้ม จริงๆ จะแฝงตัวเข้าไปดูเรื่องน้ำมันเถื่อน ที่จากประเทศไทย แล้วมันไปส่งถึงบ่อเตน จากประเทศไทย นะ ขบวนการน้ำมัน มันไปส่งถึงบ่อเตน ไปทางเชียงราย เชียงของ ตอนนั้นยังไม่มีสะพานมันเป็นเขตปกครองพิเศษ  

    ตอนกลับมาเราเป็นโดยไม่รู้ตัว เหนื่อยมาก แล้วก็วูบล้ม หลังจากนั้นมาก็ทรุด10 กว่าวัน  เสร็จแล้วไปหาหมอก็ไปล้มที่หมออีก ก็แอดมิทเลยที่ รพ.ตำรวจ  ตอนล้มครั้งแรก ไป รพ.สมิติเวช เขาก็ดูแลให้ เอกซเรย์ให้ แต่มันทรุด หายไป 10 กก. กล้ามเนื้อมันฝ่อไปเลยหลังจากนั้นมาก็รักษาตัวมาจนดีขึ้น ก็เริ่มออกกำลังกายจนเกษียณปี 2558 

    หลังจากเกษียณ ก็ไปทำงานที่การท่าฯ เอโอที ทำกับบริษัทเอ้าท์ซอส ไปเป็นที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ดูแลเรื่อง รปภ.ข้างในการท่าฯทั้งหมด ต่างจังหวัดด้วย ทำอยู่ 2 ปีก็พอแล้วลาออก เพราะมันมีพนักงานระดับผู้จัดการ มันทุจริต 3 ครั้ง แล้ว ไม่ลงโทษ ยังเอามันไว้อยู่

    ผมก็บอกว่า อย่างนั้นผมไม่ทำงานแล้ว  ก็ลาออกทางอีเมล เลย ก็ไม่ได้ทำอีกเลย เพราะว่าเราทำให้ดีขนาดนี้แล้ว ผลงานมีให้อะไรก็มี พยานหลักฐาน ครบ อย่างนี้  

    ปั่นจักรยานวันละ47กม.

    ปัจจุบันนี้ก็ปั่นจักรยานตั้งแต่ตอนนั้นมาจนทุกวันนี้ มันก็ดีวันละ 2 รอบปั่นเกือบทุกวัน ถ้าไม่มีธุระ ที่สุวรรณภูมิ ห่างจากบ้านไม่ไกล จักรยานอยู่ในรถ เสือหมอบถอดล้อข้างหน้าได้ คันละแสนกว่าบาทนะ เสือหมอบคู่ใจ คันนี้ ก็ปั่นมาวันละ 2 รอบ 47 กิโลฯ

    อายุ69ย่าง70 ร่างกายเรายังแข็งแรง เพราะไม่ได้มีธุรกิจทำอะไร เย็นก็เข้าฟิตเนสวันละ2 ชั่วโมง หาหมอก็ไปตรวจสุขภาพตามนัด อาหารทานตามปกติ กินคลีน ไข่ขาว 3ฟอง ไข่แดง 1ฟอง

    “สำหรับน้องๆที่ยังเป็นตำรวจอยู่ หรือเกษียณตามมา ก็อยากบอกฝากไว้ ไอ้ที่แล้วๆมาก็ให้มันผ่านไป อย่าเอามันมาคิด ถ้าเอามาคิดแล้วมันก็เป็นทุกข์…”

    ครับ…นี่คือคมความคิด “เดอะอ๋อย”อดีตนายตำรวจสาย”ป๋าลอ”อีกคนหนึ่งที่มีชีวิตโลดแล่นอย่างโลดโผนในยุทธจักรสีกากี ตั้งแต่สมัยกองปราบปรามสามยอด ก่อนผันตัวไปถอดเครื่องแบบที่ดีเอสไอ สรุปฝากไว้

    เฮียเก๋28/10/10

     

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments