ไม่ยิงอย่าชัก ชักแล้วต้องยิง

4049

พล...ศักดา เตชะเกรียงไกร อดีตที่ปรึกษาพิเศษ ตร.

เป็นนักสืบมือปราบอีกคนที่ผมได้ยินชื่อเสียงสมัยผมยังเป็นนักข่าวเด็กๆติดตามผลงานพี่ศักดาปราบโจรอิสานมาโดยตลอด

แต่มาได้เจอได้คุยกับพี่เขาเมื่อวางปืนมาจับชอล์กเป็นครูใหญ่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน

วันนี้มาย้อนดูเขี้ยวเล็บจับโจรของพี่ศักดาที่ผมได้บันทึกไว้ในคราวนั้นกันครับ

                                                           ไม่ยิงอย่าชัก ชักแล้วต้องยิง

พล.ต.ท.ศักดา เตชะเกรียงไกร มือปราบเลือดเดือดแห่งภาคอีสานที่ทิ้งปืนมาจับชอล์ก หันมาทำหน้าที่ครูใหญ่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

                

จากลูกชายเจ้าของโรงหนังที่ อ.ห้วยราษฎร์ และที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เห็นฮีโร่ในภาพยนตร์
เกิดเป็นแรงบันดาลใจว่าวันหนึ่งจะได้มาเป็นนักบู๊ เป็นผู้ปกป้องตามอย่างฮีโร่ในแผ่นฟิลม์
                
พล.ต.ท.ศักดาบอกว่า เหมือนมันฝังใจมา ตอนเด็กๆตัวใหญ่กว่าเพื่อน แล้วชอบการชกมวย ชอบการต่อสู้ ชอบปกป้องเพื่อนๆ
สมัยก่อนมีเรื่องมีราวจะอยู่แถวหน้าตลอด แถมยังเป็นหัวหน้าห้องด้วย เหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่อยากเป็นตำรวจ  สอบนักเรียนนายร้อยตำรวจได้รุ่นที่ 34  

ชีวิตราชการ พล.ต.ท.ศักดาเล่าว่า
อยู่ภาค 3 และภาค 4 มาตลอด สมัยเด็กๆเป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจถึง 5 ผบช.ของภาคอีสานหรือบช.ภ.2เดิม ตั้งแต่ ท่านสัมฤทธิ์ จนถึงยุคของป๋าบุญทิน เรียกใช้ให้เป็นชุดเฉพาะกิจ มาโดยตลอด

เจ้าตัวฟื้นความหลัง ผลงานที่ทำแล้วเห็นเด่นชัด คือ ทำหน้าที่เป็นนักแม่นปืน
เป็นสไนเปอร์ ชิงตัวประกันกรณีการแหกคุกเรือนจำ จ.สกลนคร เมื่อปี 2529 ตอนนั้นยศ ร.ต.อ. ตำแหน่งรอง สว.สส.สภ.เมืองขอนแก่น

ช่วงนั้นผมยิงปืนได้ดี ยิงได้แม่น มีการพัฒนาตัวเองมาโดยตลอด ปืนเอ็ม 16 ก็ไปหาติดลำกล้องที่มีคุณภาพสูงๆก็ไปสั่งไปหามา

ซื้อมาจากอเมริกา  เอามาประกอบ มายิง มาซ้อม เคลียร์ไกใหม่ ซ้อมยิงด้วยตัวเอง เพื่อเสริมให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

ตอนนั้นยิงนักโทษที่จับตัวประกัน 12 คน ตายเรียบ มีพี่เสน่ห์ คำเที่ยง อดีตผู้การชลบุรี เป็นหัวหน้าทีม อีก 2 คนจำไม่ได้
รู้แต่ว่าผมอายุน้อยสุด ตอนนั้นก็ยิงไป 2-3 คน  ก่อนที่ทหารบุกเข้าไปซ้ำเรียบ
กลายเป็นสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาไว้เนื้อเชื่อใจ  จากนั้นมีปะทะคนร้ายอีกหลายครั้ง วิสามัญหลายครั้ง
บางครั้งก็ร่วมกับคนอื่นเช่นร่วมกับ หาญพล นิตย์วิบูลย์  ช้าง-ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ตอนนั้นทั้งคู่อยู่กองปราบฯ ไปวิสามัญฯกันที่ขอนแก่น
เขาไล่มา แล้วผมรอดัก สมัยนั้นป๋า บุญทิน วงษ์รักมิตร เป็นผบช.ภ.2  ส่วนผมเป็น สว.ป.   หาญพล กับชัยวัฒน์ เขาเกาะติดแก๊งปล้นทีมนี้มา ตาย 5 ศพเกลื่อนทุ่ง    

ส่วนเขี้ยวเล็บติดตัว จริงๆแล้ว พอจบมาก็ใช้ Smith&Wesson .357 Model 686 ลำกล้อง 4 นิ้
ยุคนั้นตำรวจซื้อปืนได้โมเดลนี้โมเดลเดียว ราคาถูก เหมือนเป็นปืนสวัสดิการ  ใช้คู่กับSmith Chief 2 นิ้ว 5 นัด 
 
จะพก 2 กระบอกทำงานมาตลอด เพราะติดนิสัยตั้งแต่เป็นผู้หมวด ตอนเป็นหัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว

สมัยนั้นมันดุเดือดมาก ผกค.กำลังกลายพันธุ์มาเป็นโจรปล้นเรียกค่าไถ่ตามชนบท ตามหมู่บ้าน ผกค.ที่มีอาวุธปืนกลายพันธุ์เป็นโจร  
เราก็มักจะทำงานนอกรูปแบบ เจอก็ซัดกันเลย
ผมก็จะพกไว้ 2 กระบอก ใช้ 11 มม.  กับ 357 แต่ผมไม่นิยม 11 เพราะผมว่าผมยิงปืนลูกโม่แม่นกว่า

พอมาเป็น รอง ผกก.ป.เมืองขอนแก่น  เปลี่ยนมาใช้Glock 26 เพราะพกง่าย สะดวก น้ำหนักเบา แมกกาซีนจุ 10 นัด
มีแม็กยาว 30 นัดอีกอัน แล้วก็ปืนติดตัว Baby Browning 6.35 แม่น มั่นใจ 5-10 เมตร ยิงได้สบาย   
หลักใช้ปืนคือไม่ชักปืนออกมาเลย ไม่ยิงอย่าชัก ชักแล้วต้องยิง  ไม่เคยชักปืน กลัวส่ายไปส่ายมา วิ่งไล่ตามคนร้าย ยังไม่ชักปืนออกมาเลย  


Cop’s Magazine Vol.10 No.116   2016.04  
เกษียณอายุราชการ 30ก.ย.61
ยศพล.ต.อ. ตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ