ถ้านับภาพยนตร์ไทยแนวโศกนาฏกรรม สืบสวนสอบสวน ที่หยิบเอาคดีใหญ่สะเทือนขวัญมาสร้างก็มีอยู่หลายเรื่อง
ย้อนอดีตไปก็มี “บุญเพ็งหีบเหล็ก” (ฉบับปี 2510, 2523), “บุญเพ็งหีบเหล็ก จอมขมังเวทย์” (2549/2558) สร้างในรูปแบบซีดี/ภาพยนตร์ อิงจากคดีฆาตกรรมหมู่ในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นเรื่องราวของ พระบุญเพ็ง ที่สังหารสีกาแล้วนำศพไปยัดลงหีบเหล็กถ่วงน้ำ
อีกเรื่องก็ “เตือนใจ” (2522) สร้างจากคดีฆ่าข่มขืนนักศึกษาสาวเตือนใจ พวงนาค นับเป็นคดีสะเทือนขวัญมากในยุคนั้น หรือ “เชอร์รี่แอน” (2544)
สร้างจากคดีฆาตกรรม เชอร์รี่แอน สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่ถูกลักพาตัวและฆ่า
นอกจากนี้ก็มี “คืนบาป พรหมพิราม” (2546) มีเค้าโครงเรื่องคล้ายคดีข่มขืนแล้วฆ่าที่อำเภอพรหมพิราม จ.พิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ. 2520
ล่าสุด ก็มาถึง “กิ่งแก้ว” (2569) งานกำกับของ เอกชัย ศรีวิชัย ที่ใช้เค้าโครงเรื่องจากคดีลักพาตัวและฆาตกรรมเด็กชายวัย 6 ขวบเพื่อเรียกค่าไถ่ จำเลยมีหลายราย
หนึ่งในนั้นคือ กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน เป็นอดีตพี่เลี้ยงเด็กคนดังกล่าว หญิงสาวถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า นับเป็นนักโทษหญิงคนที่ 2 ของไทยที่ถูกตัดสินให้ประหารชีวิต
https://youtu.be/KuXPAePjSR8?si=YbUqslPySQLI0qeB
ทว่าเรื่องประหลาดในตอนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ทำหน้าที่เพชฌฆาตได้ยิงปืนไปที่ร่างของเธอหลายนัด ก็ยังไม่เสียชีวิต ทำให้ต้องยิงซ้ำจนตาย

จากนั้นก็มีการเล่าลือว่าได้ยินเสียงคร่ำครวญ “ฉันไม่ผิด” ดังหลอกหลอนกลายเป็นตำนานของคุกบางขวางนานหลายสิบปี
ในฉบับภาพยนตร์นั้น “กิ่งแก้ว” เล่าเรื่องผ่านหญิงสาวที่ชื่อ กิ่งแก้ว รับบทโดย อินทิรา เจริญปุระ ที่ชะตาถึงฆาตเข้าไปเกี่ยวพันในคดีลักพาตัวและสังหารเด็กคนหนึ่ง แม้หลักฐานจะมัดตัวแบบดิ้นไม่หลุด แต่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือทำ
อย่างไรก็ตาม ศาลได้ตัดสินประหารชีวิต ขณะที่ กิ่งแก้ว ก็ร้องปฏิเสธอยู่ตลอดเวลาว่าเธอไม่ได้ทำผิด
เมื่อวิญญาณถูกพรากจากร่างด้วยกระสุนหลายนัด หญิงสาวก็กลายเป็นผีที่เต็มไปด้วยความอาฆาต เธอเดินหน้าปลิดชีวิตทุกคนที่มีส่วนในการมอบความตายให้กับเธอ

ในจำนวนผู้คนที่เธอต้องคิดบัญชี ก็มี เหม รับบทโดย นภัทร อินทร์ใจเอื้อ อดีตคนรักที่ทรยศไปแต่งงานกับ มี้ รับบทโดย อภิญญา สกุลเจริญสุข สาวนักเรียนนอกที่มีฐานะพรั่งพร้อมกว่า รวมถึง วัลลภา รับบทโดย พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ พี่สาวของ เหม ก็ไม่มีละเว้น
แต่การสางแค้นให้สำเร็จก็ต้องผ่านด่าน ลุงโสม รับบทโดย เอกชัย ศรีวิชัย ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า

หนังเดินเรื่องตามลำดับ แทรกฉากย้อนอดีตเข้ามาเป็นระยะ แต่ก็เชื่อมต่ออย่างแนบเนียน พร้อมกับเสิร์ฟดราม่า ความระทึกใจ ได้อย่างมีจังหวะจะโคน
เซ็ตบรรยากาศอึมครึมไม่ชวนให้วางใจ ยิ่งฉากภาพมุมไกล มาถึงระยะมีเดียม ช็อต (Medium Shot) มาจบที่โคลส-อัพใบหน้าอันสยดสยองของ กิ่งแก้ว แบบเต็ม ๆ จอก็ทำให้ตกใจขนหัวลุกไม่น้อย
“กิ่งแก้ว” เป็นงานแนวสยองขวัญเหนือธรรมชาติ ที่เดินควบคู่ไปกับดราม่าและอาชญากรรม
จริงอยู่ที่หนังหยิบเอาเรื่องราวอาถรรพ์หลังความตายมาใช้ ซึ่งก็ได้ผลในแง่ความสนุก ได้อรรถรสของหนังสยองขวัญอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่สื่อสารอย่างจะแจ้งก็คือสะท้อนให้เห็นจิตใจอันโหดร้ายของมนุษย์ วิพากษ์ถึงความยุติธรรม ชี้ให้เห็นด้านมืดในสังคมและการตามหาความจริง
ในฉากท้ายของเรื่องนับเป็นช่วงเวลาที่ผู้ชมได้ผ่อนลมหายใจ เมื่อเรื่องราวที่หนักหน่วง ทำใจตื่นระทึก ได้คลี่คลายไปในแบบที่ผู้ชมเข้าใจได้
ความโดดเด่นในช่วงท้ายคือบทเพลง “แด่คนเคยรัก” ได้ให้บทสรุปของความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้อย่างตรงเผง

ทำให้ชวนคิดถึงอารมณ์ในแบบเดียวกันกับเพลง “Vincent” ที่ขับร้องโดย ลีแอน ลา ฮาวาส นักร้อง-นักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ที่ใส่ไว้ในฉากจบภาพยนตร์เรื่อง “Loving Vincent” (2017)
เป็นเรื่องสืบสวนเชิงจิตวิทยา ค้นหาความจริงว่า วินเซนต์ แวนโก๊ะ จิตรกรเอกชื่อก้องโลกเสียชีวิตจากความสิ้นหวังหรืออาจถูกฆาตกรรม
หรืออีกเรื่องที่ก็คือ “Murder on the Orient Express” สร้างจากนวนิยายสืบสวนคลาสสิกของ อกาธา คริสตี้ เรื่องราวของนักสืบ แอร์กูล ปัวโร
ต้องไขคดีฆาตกรรมนักธุรกิจชาวอเมริกันที่ถูกแทงถึง 12 แผลบนรถไฟหรูที่ติดหิมะถล่มกลางทาง และผู้โดยสารทุกคนบนรถไฟตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในท้ายเรื่องหนังได้ใส่เพลง “Never Forget” ขับร้องโดยดารานำอย่าง มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์
บทเพลงเหล่านี้ ขับเน้นให้เห็นว่าตัวละครของแต่ละเรื่องล้วนบอบช้ำ แม้เหตุการณ์จะผ่านไปนานเพียงใด ความเจ็บปวดและความทรงจำนั้นยังคงอยู่เสมอ!
Blue Bird31/1/69


























