สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำ คดีชิงทองโทษหนัก ตำรวจตามจับได้ทุกราย ล่าสุด จับได้แล้วคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองที่นครปฐม ของกลางอยู่ครบ
วันที่ 14 มีนาคม 2569พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ดูแลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เปิดเผยว่า
จากเหตุปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้า อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. โดยชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 7, ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐมกว่า 100 นาย สืบสวนติดตามจับกุมตัว นายสมชาย ได้ในพื้นที่ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้แล้ววันนี้ พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น น้ำหนักรวม 46 บาท มูลค่า 3,680,000 บาท,ปืนแบลงค์กัน จำนวน 1 กระบอก, รถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากระทำจริง
ในคดีนี้ทางทีมผู้บริหารระดับสูงประกอบด้วย พล.ต.อ.ธนา ชูวงษ์ รอง ผบ.ตร.(ดูแลงานสืบสวน), พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7 และ พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ได้เข้ามากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า เหตุการณ์ชิงทรัพย์ร้านทองตั้งแต่ต้นปีทั่วประเทศมี4 คดี ทุกคดีทางฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุมได้ทุกคดี อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ พล.ต.อ.กิตต์รัฐ พันธ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เน้นย้ำให้ทำให้ได้ คือการป้องกันไม่ให้เหตุเกิดแต่แรก โดยต้องมุ่งเน้นไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นคือร้านทอง
จากฐานข้อมูลของงานป้องกันปราบปรามพบว่า ร้านทองทั่วประเทศประมาณ 10% ยังไม่ปฏิบัติในด้านการรักษาความปลอดภัยขั้นต่ำที่ทางตำรวจได้ให้คำแนะนำ เช่น การสร้างฉากกั้นใสระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ การใช้กระจกนิรภัยในตู้โชว์ทอง เวลาปิดเปิด เป็นต้น โดยร้านค้าทองที่ถูกชิงทรัพย์ที่ผ่านมาทั้งหมดพบว่าเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ตำรวจแนะนำ
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า การสูญเสียทองคำไม่เท่ากับการสูญเสียชีวิตหรือบาดเจ็บของพนักงานร้านทอง หรือประชาชน เยาวชน ผู้บริสุทธิ์ ที่อยู่ในบริเวณนั้นในช่วงที่เกิดเหตุ คนร้ายอาจใช้อาวุธปืนยิงใส่ เพื่อสร้างความหวาดกลัว ไม่ให้ต่อสู้ หรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการจับกุม
อีกทั้งตำรวจต้องใช้กำลังพลและภาษีงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งอาจจะสูงถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาทในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี สร้างความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจและงบประมาณของประเทศโดยไม่จำเป็น
ในสัปดาห์หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเชิญประชุมหารือร่วมกันกับผู้แทนร้านทองทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนผลักดันให้ร้านทองที่เหลืออยู่อีก 10% มีมาตรฐานความปลอดภัยตามที่ทางตำรวจให้คำแนะนำ รวมทั้งการนำระบบ IBOC ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นระบบ AI มาเชื่อมต่อกับกล้องของร้านค้าทองทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการติดตามพฤติกรรมต้องสงสัย การช่วยเหลือระงับเหตุได้ทันท่วงที และยังสามารถใช้ในการติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสร้างสังคมที่ปลอดภัย มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความผาสุกของประชาชน และเยาวชนของไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยว และการเข้ามาลงทุนของคนต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้วางไว้ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ผ่านมาได้ทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่อง ในการสร้างสังคมที่ปลอดภัย น่าเที่ยว น่าอยู่ ให้ดียิ่งขึ้น ต่อไป

























