มาคุยเรื่องมดงานเบื้องหลังนักสืบบิ๊กเนม ในช่วงจังหวะชีวิตนักข่าวอาชญากรรมของผมที่ได้สัมผัสกับพวกเขาเหล่านี้กันต่อครับ
เคยพูดถึงดาบจ๊อด กองปราบฯแล้ว ในยุคผม มดงานดาวรุ่งพุ่งแรงเดินสายนักเลงตาม “ดาบจ๊อด–กฤตสัณห์ จันทร์กระจ่าง”ต้องยกให้“จ่ารุจน์” จ.ส.ต.จิรัฐ แก้วกูล หรือ จ.ส.ต.จิรัฎฐ์ สุขรัตนอังกูร
เขาอยู่ในยุคเดียวกับนักสืบมดงานกองปราบ อย่าง จ่าแจ๊ก จ่าหลอง โต้งใหญ่ โต้งเล็ก ดาบตั๋น
จ่ารุจน์ นักสืบหนุ่มชั้นประทวน ภาพร่างโย่งผอมผิวดำแดง สวมเสื้อยืดใส่เสื้อเชิ๊ตปล่อยชายทับอีกชั้น กางเกงยีนส์ขากระบอก มีสร้อยกะลาสวมคอตามสไตล์นักสืบยุคนั้น ยังดูเท่เก๋อยู่ในความทรงจำ
จ่ารุจน์จบนักเรียนพลตำรวจนครบาลรุ่น 50 จากนั้นลงบรรจุอยู่กองกำกับการสืบสวนใต้อันเลื่องชื่อในปี 2521 มีเชอร์ลอกนู–ธนู หอมหวล เป็นผู้กำกับ
คลุกกับคดีเรียกค่าไถ่ในนครบาลช่วงปี 24-25 และอยู่ในชุดศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ บช.น.
ที่นั่นทำให้เขาได้รู้จักกับดาบจ๊อดที่ขณะนั้น ยังอยู่191 ก่อนจ่ารุจน์ย้ายไปช่วยราชการกองปราบปราม และเป็นตัวจริงใน ผ.3กก.2 ป.หรือรถวิทยุกองปราบฯก่อนปรับโครงสร้าง
เบื้องหลังงานภูมิใจของเขา คือการได้ข่าวจับแก๊งค้าอาวุธสงคราม 2 ครั้งในชายแดนด้านอรัญประเทศ ให้เดอะยาว วีระศักดิ์ มีนะวาณิชย์เดอะช้าง ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย และเดอะใหม่ สุชาติ ธีระสวัสดิ์ เมื่อยังเป็นรองผกก.และสารวัตรอยู่ในกองปราบปราม
จากนั้นเจ้าตัวถูกสั่งให้เป็นชุดหาข่าวยุคคอมมานโดบุกเมืองชล เข้าตรวจค้นซุ้มมือปืนต่างๆของบ้านใหญ่ เกิดการดวลปืนกับ เหน่งเมืองชล มือปืนบ้านใหญ่ ที่ศรีราชา เจ็บกันไปทั้งคู่ ต่อมาเหน่ง ถูกมือปืนเก๋งบีเอ็มไล่ยิงเสียชีวิต
ม้าดีต้องพยศ คนที่ขี่จ่ารุจน์ ได้ก็ต้องเจ๋ง
แต่ความพยศของเขา ความระห่ำของเขา ทำให้ถูกผู้บังคับบัญชาบางคนในกองปราบฯที่ใช้เขาไม่เป็น หาเรื่องตั้งกรรมการสอบวินัยกล่าวหาไปขัดขวางการเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองชลฯ
เรื่องนี้ทำท่าจะเงียบหายไป เขากลับถูกผู้บังคับบัญชาอีกคนที่ตอนนี้เป็นรองผบช.อนาคตไกล นำเรื่องที่เขาถูกตั้งกรรมการสอบออกมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ผลคราวนี้ถูกออกจากราชการไปในที่สุด
ออกจากราชการ จ่ารุจน์ ยังมีชีวิตโลดโผนอยู่ในยุทธจักร แต่จากชื่อเสียงมดงานผู้อยู่เบื้องหลังความโด่งดังของนักสืบ
เขาถูกผลักไสโยนชื่อให้เข้าสู่วงจรผู้มีอิทธิพล ถูกกล่าวหาพัวพันระเบิดโรงพักสุทธิสาร จากปมความขัดแย้งในเรื่องอาร์ซีเอ 2 ที่ตั้งอยู่ในท้องที่ นำเข้ามาสู่การถูกตรวจค้นบ้านพักในย่านห้วยขวาง
ปัจจุบันเขาทำธุรกิจใช้ชีวิตแบบพลเมืองอยู่ในบริษัท รปภ.แห่งหนึ่ง
น่าเสียดายฝีมือจ่ารุจน์ น่าเสียดายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หาจ๊อกกี้มาขี่ม้าดีแต่พยศอย่าง จ่ารุจน์ ไม่ได้ น่าเสียดายครับ
…………………………………………………………………………
ถึงวันนี้“จ่ารุจน์”เป็นตำนานนักสืบมดงานกองปราบตาม”ดาบจ๊อด“ไปอีกคน จ่ารุจน์หลับไปอย่างสงบท่ามกลางครอบครัว ด้วยการปฏิเสธการรักษาจากโรคมะเร็งปอด ที่รพ.สุรินทร์
กัลยาณมิตร จ่ารุจน์ คนไหนอยู่ใกล้ๆหรือจะไปอำลาจ่ารุจน์ ได้ไปตามนี้ครับ
สำหรับผม “จ่ารุจน์“จะเป็นอีก1ชื่ออยู่ในความทรงจำนักสืบมดงานตำนานกองปราบตลอดไปครับ
เฮียเก๋ 30/8/68