ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยตำรวจทางหลวง รวบ ตำรวจเก๊ คาถนนพระราม 2 ชักปืนข่มขู่ เพื่อนร่วมทาง พบประวัติอ้างเป็นตำรวจกองปราบกรรโชกทรัพย์ และยาเสพติดหลายคดี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิลาลัย ผบก.ทล.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.บก.ทล.,พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม รอง ผบก.บก.ทล.,พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.๒ บก.ทล.,พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.๒ บก.ทล.,พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รอง ผกก.๒ บก.ทล., พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. นำโดย พ.ต.ต. ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.,ร.ต.อ.ชูศักดิ์ สุนทรแสง ,ร.ต.อ.อักฤทธิ์ สมพร รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.,ร.ต.ต.วรวิชญ์ โชติกะคาม,ร.ต.ต.ศรีธาตุ พงษ์ไทยสงค์,ร.ต.ต.สุนทร จุฬามณี รอง สว.(ป) ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.,ด.ต. ประวรรธน์ ภักดิภูมิเมธี,ด.ต.เฉลิมเกียรติ อินทร์ปัญญา, ด.ต.ชนวีร์ ประคองจิตต์,ด.ต.จอมพงศ์ กัณฑษา,จ.ส.ต.ฐณรัช นาคนาโส, ส.ต.อ.สิงหนาท พลับเกลี้ยง,ส.ต.อ.พงษ์ฐกร นาคใหม่ ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุมนายประกายเพ็ชร อายุ 51 ปี นายอุทัย อายุ 43 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน1.ผู้ต้องหาที่ 1 มีและใช้เอกสารราชการปลอม สวมทะเบียนรถ และบัตรข้าราชการตำรวจปลอม
ผู้ต้องหาที่ 1 และ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม และ มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน (โดรน)จับกุมได้ที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย ถนนพระราม 2
พฤติการณ์แห่งคดี วันที่ 19 มี.ค. 69 เวลา 13.30 น. ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ได้รับการประสานงานผ่านศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรสมุทรสงคราม ให้ตำรวจทางหลวงช่วยสกัดจับ รถตู้ สีขาว ทะเบียน ฮอ 2167 กทม. กรณีรับแจ้งจากประชาชนพบผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทาง ขณะขับรถอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย บริเวณด่านชั่งพระราม 2 กิโลเมตร ที่ 53 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร
ชุดจับกุมได้วางกำลังสังเกตการณ์บริเวณหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัยและหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางโทรัด ตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม 2 จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. รถตรวจการณ์พบรถเป้าหมายและทำการเรียกตรวจค้น
พบนายประกายเพ็ชร ทราบชื่อภายหลังแสดงบัตรข้าราชการตำรวจระบุชื่อ ร้อยตำรวจตรี สมบูรณ์ รุ่งโรจน์ ตำแหน่งรองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 อ้างว่าตนเป็นบุคคลตามบัตรดังกล่าว เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
แต่เมื่อตำรวจทางหลวงตรวจสอบในระบบ พบว่าเป็น “บัตรปลอม” จึงจับกุมตัวพร้อมผู้ต้องหาที่โดยสารมาด้วยอีกหนึ่งคนคือ นายอุทัยฯ โดยนำรถและผู้ต้องหาทั้งสองไปตรวจสอบที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดในรถตู้คันดังกล่าว พบปืน Sig Sauer P365 สีดำ (ปืนผิดมือ) 9 มม. พร้อมแม๊กกาซีนบรรจุกระสุนพร้อมใช้ 10 นัด และกระสุน 15 นัดเก็บอยู่ในถุงซิปเปิดปิดได้ และพบปืนแบลงค์กัน RETAY MOD92 สีขาว ขนาด 3 มม. บรรจุกระสุนพร้อมใช้ 2 นัด อีก 1 กระบอก
จากการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถ หมายเลข ฮอ 2167 กทม. พบว่าแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าว เป็นป้ายทะเบียนปลอม ถูกสั่งทำขึ้นมาเพื่อสวมแทนทะเบียนจริงซึ่งไม่เป็นไปตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองตามหมายเลขทะเบียนเป็นของบริษัทลีสซิ่งกสิกรไทย
นายประกายเพ็ชรให้การว่า ได้สั่งทำผ่านคนรู้จักชื่อ นายกุน ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง อยู่บ้านแถวบิ๊กคิง บางใหญ่ และนัดรับแถวรามคำแหง ในราคาคู่ละ 4,000 บาท และยังพบ แผ่นป้ายทะเบียน นง 8056 สมุทรปราการ และ แผ่นป้ายทะเบียน ภท 1449 กรุงเทพมหานคร ซุกอยู่หลังเบาะรถ
ตรวจสอบแล้วป้ายทะเบียนหมาย เลข นง 8056 สมุทรปราการ เป็นป้ายจริงที่ข้อมูลตรงกับรถที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนป้ายทะเบียนหมายเลข ภท 1449 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบแล้ว ชื่อผู้ครอบครองเป็นของนายประกายเพ็ชรฯเอง เป็นป้ายรถที่ถูกระงับการใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการเตรียมความพร้อมที่จะทำการสับเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามอยู่ตลอด จนอาจนำไปสู่การก่อเหตุสวมรอยเป็นตำรวจเพื่อแอบอ้างในการกระทำความผิด
และยังพบอุปกรณ์สวมรอยเจ้าหน้าที่เต็มรูปแบบ อุปกรณ์สอดแนมโดรน DJI Mini 4 Pro โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และวิทยุสื่อสารแบบใส่ซิมมากถึง 8 เครื่อง และยังพบเสื้อเกราะกันกระสุนสีดำ สัญลักษณ์ตำรวจท่องเที่ยว, เสื้อคลุมสีน้ำเงินหน่วยงาน สอท.2 (ตำรวจไซเบอร์), เสื้อกั๊กสีน้ำเงินติดสัญลักษณ์ สืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว, ป้ายแขวนคอมีตัวหนังสือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ยาไอซ์ 1 ถุงเล็ก ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรม พบว่านายประกายเพ็ชรฯ มีประวัติทั้งคดีกรรโชกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสารราชการ อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบ ข่มขู่นักธุรกิจชาวจีนว่าจะเข้ามาตรวจสอบการทำงานของสถานประกอบการที่สัตหีบ หากไม่อยากถูกตรวจสอบหรือถูกจับกุม ให้โอนเงิน 20,000 บาทมาให้ เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี
แต่ผู้เสียหายไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อวางแผนตลบหลัง โดยมีการนัดหมายส่งมอบเงินสด ณ จุดนัดพบ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายประกายเพ็ชรได้ขับรถตู้สีขาว (สวมทะเบียน) มายังจุดนัดพบ พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและโชว์ตราสัญลักษณ์ ตำรวจกองปราบ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทันทีที่ผู้เสียหายยื่นซองบรรจุเงินจำนวน 20,000 บาทให้ นายประกายเพ็ชรก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มรออยู่แสดงตัวเข้าจับกุมทันที
อีกทั้ง นายอุทัยฯ มีประวัติคดีพกพาอาวุธมีด โดยไม่มีเหตุอันควร และคดียาเสพติดหลายคดี ซึ่งพฤติการณ์ในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ามีการจัดตั้งขบวนการเพื่อแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำความผิดอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้ว่าผู้ต้องหาจะเคยถูกดำเนินคดีจนถูกสั่งลงโทษจำคุกมาแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยหากประชาชนพบลักษณะกลุ่มอาชญากรที่สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อตบทรัพย์หรือก่อเหตุอุกฉกรรจ์ หากใครเคยถูก แกงค์ตำรวจเก๊ ใช้รถตู้ลักษณะนี้ข่มขู่ หรือบุคคลลักษณะในภาพแอบอ้างเป็นตำรวจเข้าตรวจค้น โปรดติดต่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับตำรวจทางหลวงได้ทันที
โทรสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง) และ เบอร์โทรสถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม 034 241 426 (ในเวลาราชการ 08.30 – 16.30 น.)สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. โทร 084 546 4664



























