คนร้ายที่ก่อเหตุยิงชาวบ้านเสียชีวิตแล้วหลังก่อเหตุแล้วหลบหนีขึ้นเขานุ้ยตำรวจได้ปิดล้อมจับกุมล่าสุดได้ยิงตัวตายที่บ้านพักใกล้กับโรงเรียนแล้ว
วันที่ 21 ก.พ.69 จากเหตุการณ์ที่คนร้ายทราบชื่อนายประภาศ บุญเสน อายุ50ปี บุกไปที่บ้านเลขที่ 100/1 หมู่ 9 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา อยู่ห่างจากโรงเรียนบ้านบางหว้า 3 กิโลเมตรและได้ยิงนายฮาลีม โต๊ะหมัด อายุ 64 ปี ขณะนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลคุระบุรีชัยพัฒน์มี นางอุษา โต๊ะหมัด ภรรยาผู้เสียชีวิต อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด
กล้องวฃขรปิดกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน ขณะลงมือก่อเหตุและหลบหนีออกจากพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ อาจมาจาก ความขัดแย้งเรื่องที่ดิน อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีไปทางเขานุ้ยที่อยู่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 ก.ม.
ล่าสุดตำรวจทราบว่านายประภาศ บุญเสน ผู้ก่อเหตุได้ลงจากเขานุ้ยกลับมาที่บ้านพักเลขที่ 87 ม.9 ต.คุระ อ.คุระบุรี จว.พังงา ตำรวจจึงได้เข้าปิดล้อมพร้อมเกลี้ยกล่อมให้นายประภาศฯผู้ก่อเหตุมอบตัว
แต่นายประภาศไม่ยินยอมพร้อมกับได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 3 นัด จากนั้นได้หันกระบอกปืนยิงเข้าที่หน้าอกตัวเอง 1 นัดจนเสียชีวิตทันที
ตำรวจจึงได้เข้าตรวจสอบพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพร้อมแพทย์จาก ร.พ.คุระบุรีชัยพัฒน์เพื่อชันสูตรตามขั้นตอน
ทางด้าน พ.ต.อ.ปรีชา บาริงพัฒนกูล ผกก.สภ.คุระบุรี เปิดเผยว่า ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ปิดล้อมเขานุ้ยที่คาดว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวหลังเกิดเหตุและได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทั้งได้ขอศาลอนุมัติออกหมายจับ
ต่อมาตำรวจได้สืบทราบได้ว่า นายประภาศ ปรากฎตัวอีกครั้งในหมู่บ้าน เพื่อลงมาขออาหารกินจากชาวบ้าน และพยายามหลบหนีเข้าไปในป่าอีกจำนวนหลายครั้ง จนกระทั่งได้เดินกลับเข้าไปในบ้านพักของตนเอง
เจ้าหน้าที่ตำรวจและเพื่อนของนายประภาศฯ ได้พยายามเจราจา เกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่นายประภาศฯ ไม่ยอมมอบตัว จนกระทั่งตำรวจได้ยินเสียงปืนดังจากในบ้าน 4 นัด จนเสียงปทนสงบลงตำรวจจึงเข้าตรวจสอบพบว่ามีบาดแผลเป็นอาวุธปืนของตนเองเข้าที่หน้าอก 1 นัด ตำรวจพบปลอกกระสุนปืนที่ยิงไปแล้ว 4 ปลอกและยังมีกระสุนค้างที่รังเพลิงอีก 1 นัด
ส่วนประเด็นที่ทางโรงเรียนที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุทันมีที่ทางโรงเรียนทราบข่าวและเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับนักเรียนจึงได้ปิดโรงเรียนทันทีนั้น ในความเป็นจรืงไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่ด้วยความไม่ประมาทจึงได้มีการปิดการเรียนการสอน
ขอเรียนว่า ตำรวจได้มีมาตรการป้องกันในเรื่องนี้ไว้แล้วจึงขอให้ประชาชน ผู่ปกครองและนักเรียนได้มั่นใจต่อการปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

























