ตำรวจนครบาลนำโดย“รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ”ตะครุบ“ป๋านวย เจ้าพ่อบ่อนดอนเมือง” คาชามก๋วยเตี๋ยวริมถนนย่านพระราม 4
“ถ้านวยยังไม่ถูกจับ บ่อนดอนเมืองก็ไม่มีวันตาย”พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พิทักษ์ 1 และพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. น.1 สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. จัดทีมชุดพิเศษเร่งจับกุมนวยดอนเมือง หรือนายอำนวย เกียรติดอนเมือง
รวบตัวคาชามก๊วยเตี๋ยวริมย่านพระราม 4 บุกค้น “คฤหาสน์กลางทุ่ง” แหล่งกบดานหลังหายเข้ากลับเมฆไปกว่าครึ่งปี ถูกออกหมายจับตามหลัง 8 หมายจับ พฤติกรรมไร้สำนึก ท้าทายระบบ เอารูปชุดตำรวจจับกุมที่เคยจับไปสวมหัวตัวเงินตัวทอง แล้วติดไว้หน้าบ่อนดอนเมืองให้ดูต่างหน้า ค้นบ้านหลบซ่อนตัวพบม้า 3 ตัว
วันที่ 30 ส.ค. 68 เวลาประมาณ 11.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. , พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.อคฝ. ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น.
พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์รอง ผกก.กก.สส.1 บก.สส. บช.น. , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส. บช.น. ,ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.สจธรรมภณ ยอดใส รอง ผบ.ร้อย1 กก.คฝ.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล
ร่วมกันจับกุมตัว นายอำนวย หรือนวย อายุ 69 ปี ชาว ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ตามหมายจับ 8 หมายจับ ดังนี้
1.หมายจับศาลอาญาที่ 785/2567 ลงวันที่ 5 พ.ย. 67 ข้อหา “ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพักอาศัยซ่อนเร้นฯเพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตและเป็นผู้จัดให้เล่นการพนันไพ่เสือมังกร พนันเอาทรัพย์สินกันฯ และทำกิจกรรมมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ”
2.หมายจับศาลแขวงดอนเมืองที่ 293/2567 ลงวันที่ 18 พ.ย. 67 ข้อหา “ร่วมกันกับพวกลักลอบเล่นการพนัน และเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน (ไฮโลว์) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันชุมนุม หรือทำกิจกรรม หรือการมั่วสุม ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค”
3.หมายจับศาลแขวงดอนเมืองที่ 320/2567 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 67 ข้อหา “พ.ร.บ.การพนันฯ และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน”
4.หมายจับศาลแขวงดอนเมืองที่ 321/2567 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 67 ข้อหา “พ.ร.บ.การพนันฯ และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน”
5.หมายจับศาลแขวงดอนเมืองที่ 322/2567 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 67 ข้อหา “พ.ร.บ.การพนันฯ”
6.หมายจับศาลแขวงดอนเมืองที่ 323/2567 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 67 ข้อหา “พ.ร.บ.การพนันฯ”
7.หมายจับศาลแขวงดอนเมืองที่ 336/2567 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 67 ข้อหา “พ.ร.บ.การพนันฯ”
8.หมายจับศาลอาญาที่ 615/2568 ลงวันที่ 13 มิ.ย. 68 ข้อหา “ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพักอาศัยซ่อนเร้นฯเพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตและเป็นผู้จัดให้เล่นการพนันไพ่เสือมังกร พนันเอาทรัพย์สินกันฯ และทำกิจกรรมมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ”
จับกุมได้ที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
พฤติการณ์กล่าวคือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งล่า “นวย เจ้าพ่อบ่อนดอนเมือง” จากคดีสุดมหากาพย์ “บ่อนดอนเมือง” ขึ้นชื่อเรื่องความ “ดื้อด้าน”
แม้ว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมไปแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง ก็ยังลักลอบกลับมาเปิดบ่อนการพนัน และรู้สึกไม่เข็ดหลาบ ทำกำแพงช่องป้องกันเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ครั้ง เห็นได้จากภาพข่าวการเข้าจับกุมในแต่ละครั้งของเจ้าหน้าที่ ไม่ต่างกับการ “ฝ่ากับดัก 18 อรหันต์”
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 68 นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการปกครองบุกจับนักพนันได้จำนวน 176 ราย แต่กลับไร้เงา “ป๋านวย” เจ้าของบ่อน
เจ้าตัวไม่เพียงแต่ดื้อด้านไม่เคารพกฎหมาย แต่ยังคอยกวนประสาทเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ มีการเอารูปชุดตำรวจจับกุมที่เคยจับไป สวมหัวตัวเงินตัวทอง แล้วติดไว้หน้าบ่อนให้ดูต่างหน้า
ในห้วงปลายปี 67 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้บุกทลายครั้งใหญ่กับบ่อนแห่งนี้ และได้จับกุมนายนวย ดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ปรากฎว่าเจ้าตัวกลับหนีการประกันตัวหายเข้ากลีบเมฆ จนถูกออกหมายจับตามหลังกว่า 8 หมายจับ เป็นเวลากว่าครึ่งปีที่คนในพื้นที่ไม่เห็น “นายนวย” แต่บ่อนดอนเมืองกลับยังฟื้นคืนชีพ
เพราะตราบใดที่นายนวย ยังลอยนวลอยู่ในสังคม บ่อนแห่งนี้ก็คงไม่มีวันตาย เพราะปัจจุบันใช้การสั่งการตัวแทนบริหารบ่อนอยู่เบื้องหลังอย่างลับ ๆ
กระทั่ง ผบ.ตร.สั่งการให้ ผบช.น. ดำเนินการขั้นเด็ดขาด สั่งล่า “ไอ้นวย” โดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้รับคำสั่งตรงนำชุดสืบสวนแกะรอยจนพบว่านายนวยหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ บางปะหัน จ.อยุธยา ได้นำกำลังในพื้นที่จนพบ“คฤหาสกน์ลางทุ่ง” สภาพแวดล้อมแปลกแสนพิสดาร ไร้บ้านข้างเคียง ตั้งตระหง่านอยู่โดดๆกลางทุ่งหลายร้อยไร่ เรียกได้ว่าผ่านการเลือกสมรภูมิได้อย่างดี เพราะไม่สามารถจะเข้าไปสังเกตการณ์ใดๆได้
กระทั่ง 30 ส.ค. 68 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลชุดพิเศษ 15 นาย ซุ่มโป่งล้อมพื้นที่กระทั่งได้พบรถยนต์ต้องสงสัยขับออกจากบ้านมุ่งหน้าเข้า จ.กรุงเทพ จึงสั่งการชุดสืบสวนไล่ล่าสะกดรอยอย่างดุเดือด จนกระทั่งได้ไปจอดรถทานก๊วยเตี๋ยว ริมถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน จึงเข้าจับกุมได้ในที่สุด
จากนั้นได้นำตัวพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดอยุธยาที่ ค.269/2568 ลงวันที่ 30 ส.ค. 68 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 66 ม.4 ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
ชั้นจับกุม นายอำนวย เกียรติดอนเมือง หรือนวย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ให้การว่า “เดิมตนเองเป็นคนขับแท็กซี่ จากนั้นได้หันมาทำบ่อนการพนัน และทำมาทั้งชีวิตจนถึงปัจจุบัน ติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง บางครั้งน้ำหนักลดลงไปกว่า 30 กิโลกรัม และการโดนจับครั้งนี้ก็ไม่รู้จะไปแก่ตายในคุกหรือไม่ แต่ก็เข้าใจว่าตนเองเกมแล้ว ครั้งนี้คงจบจริงๆ
จากชีวิตที่ผ่านไม่ว่าจะโดนจับกี่ครั้งตนเองก็ยังกลับไปเปิดใหม่จนใครต่างบอกว่าตนเป็นคนดื้อด้าน แต่แม้ว่าตนจะเปิดบ่อนการพนัน แต่ก็ไม่ได้เล่นพนันในบ่อน จะชอบไปเล่นแทงม้ามากกว่า ตนชอบม้ามาก ถึงขนาดเลี้ยงไว้ที่บ้าน 3 ตัว
ปัจจุบันไม่ได้ร่ำรวยอะไร เป็นนายบ่อนมานาน ไม่ได้เกลียดอาชีพตำรวจ ก็อยากจะขอโทษที่ตนดื้อด้านแล้วทำให้ถูกเด้งเดือดร้อนกันหลายนาย และที่เอาภาพตัวเงินตัวทองมาติดชื่อตำรวจนั้น ตนไม่ได้ไปรังแกตำรวจโดยไม่มีเหตุผล ก่อนจะทิ้งท้ายกับชุดจับกุมว่า พวกคุณทำงานกันเก่งนะ แต่คงไม่โต ถ้าผมยังไม่ตายในคุกแล้วได้ออกมา ท่านคงต้องมาไล่จับผมอีก”
หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปฝากขังไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อรอส่งตัวให้กับศาลแขวงดอนเมือง ในวันเปิดทำการต่อไป