Thursday, January 8, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“รองหนึ่ง-ภาคภูมิ”เปิดใจปมปูดหลักฐานสินบน“โจ๊ก”ให้ปปช.

    “รองหนึ่ง-ภาคภูมิ”เปิดใจปมปูดหลักฐานสินบน“โจ๊ก”ให้ปปช.

    เปิดใจ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ตำรวจผู้เปิดหลักฐานคดีสินบนทอง “บิ๊กโจ๊ก”

    วันที่ 6 ม.ค.69  หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ผู้สื่อข่าว โทรศัพท์ไปสอบถามพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย หนึ่งในผู้ออกมาเปิดโปงเรื่องดังกล่าว เปิดใจชี้แจงรายละเอียดของเรื่องดังกล่าวว่า

    ตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้น สิ่งที่พูดมาได้รับการรับรองจากกระบวนการตรวจสอบของตำรวจ บางอย่างที่เพิ่งรับทราบจากการแถลงข่าวคือ รถของกรรมการ ป.ป.ช. เป็นรถประจำตำแหน่ง และที่มาของทองคำ ที่มันเชื่อมโยงกับวันที่ตนนำทองไปให้กับกรรมการ ป.ป.ช. อย่างน้อยหลักฐานที่ให้ตำรวจไปไม่ใช่เรื่องเท็จเพราะทุกอย่างมันสอดคล้องกัน

    ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งใครหรือทำร้ายใคร แต่ต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน

    เปิดประตูกรงให้แล้วที่เหลือต้องก้าวออกมาเอง

    เมื่อถามว่าได้คุยกับ ลูกน้องคนสนิทคนอื่นของบิ๊กโจ๊กหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ตอบว่า พอได้คุยอยู่บ้าง และได้บอกว่า เหมือนเราอยู่ในกรง ต่างคนก็อยู่ในกรง อยู่ในเงื่อนไขของแต่ละคน บางคนถูกขังในกรงของความกลัว บางคนถูกขังในกรงของบุญคุณ วันนี้พอได้เปิดประตูกรงให้กับทุกคนแล้ว ที่เหลือต้องก้าวออกมาเอง

    ผมไม่มีหน้าที่ไปอุ้มหรือไปจูงใครออกมา อยู่ที่ตัวเขาจะกล้าออกมาหรือไม่ แต่ยังมีบางคนที่ไม่กล้าเดินออกมาอาจจะด้วยความกลัวหรือเงื่อนไขบางอย่างในใจ ตนไม่ทราบ แต่ถ้าไม่ออกมาจะถูกกระทำอย่างนั้นอยู่ ตลอด

    ส่วนกรณี พ.ต.อ.นำเกียรติ ตนรู้สึกเห็นใจ ขอยืนยันว่าพี่นำเกียรติเป็นคนดี ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกันกับน้องๆ อยู่ที่ตัวพี่ หวังว่า พี่จะให้รักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรี

    เมื่อถามว่าใน ฐานะที่เป็นผู้กล่าวหานำคลิปหลักฐานมาให้ตำรวจแต่อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยหนักใจหรือไม่

    เตรียมใจไว้แม้จะตกเป็นผู้ต้องหา

    พ.ต.อ.ภาคภูมิ ตอบว่า ยินดีตั้งแต่วันแรก รู้กฎหมายดีที่นำหลักฐานไปให้ตำรวจเปิดเผยออกมา มีสิทธิ์ที่จะตกเป็นผู้ต้องหา หรือผลกระทบทางด้านสังคมและความรู้สึกครอบครัว แต่เป็นสิ่งที่เตรียมใจไว้อยู่แล้วตั้งใจและเตรียมใจยอมรับ ไม่ได้มีอะไรมาต่อรองว่าจะขอกลับเข้าราชการได้

    เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในความคิดเลยไม่เคยไปเรียกร้องหรือดิ้นรนเพื่อขอกลับเข้ารับราชการ ยอมรับรู้สึกเอือมแล้วกับสิ่งที่เจอ กับสิ่งที่ทำมาทั้งชีวิตแต่กลับต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้

    รับที่ทำไปเพราะเป็นลูกน้องยอมให้ใช้

    เมื่อถามว่าหมดศรัทธาในตัวเองหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ตอบว่า ก่อนที่จะมาอยู่กับบิ๊กโจ๊ก ตนทำงานของตนมา แต่พอมาอยู่แล้วกลับเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตนมีศักดิ์ศรีมีชื่อเสียงมาก่อน แต่พอมันเกิดเรื่องแบบนี้ ได้รับผลกระทบหลายอย่าง

    เหมือนกับว่าสิ่งต่างๆ ที่เคยมีมาเคยสร้างมามันสูญสลายพังทลายหมด ยอมรับที่ผ่านมาถูกใช้ในฐานะที่เราเป็นลูกน้อง จะต้องยอมให้ใช้ทั้งๆที่รู้ว่ามันผิด ทำไปภายใต้ภาวะสภาพบังคับไม่ทำก็ไม่ได้

    พ่อโทรจวกโจ๊ก-คลิปอดีตปธ.รัฐสภา

    ส่วนที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. บอกว่าพ่อของตนโกรธและโมโหจนถึงขั้นโทรไปต่อว่าบิ๊กโจ๊ก เรื่องมันเกิดมาจากคลิปที่เข้าไปพบกับท่านมูฮัมหมัด นอร์ มะทา มีการไปข่มขู่ เป็นเรื่องที่มันไม่ถูกต้อง มีการจัดฉากขึ้นมาให้เขาไปเจอกันแล้วก็บันทึกภาพบันทึกเสียง มันไม่ถูกต้อง เจตนามันไม่บริสุทธิ์

    ตั้งแต่ตอนนั้นตนได้เริ่มแยกตัวออกมาเล่าให้คุณพ่อฟัง คุณพ่ออาจจะไม่พอใจ และตีตัวออกห่างมาตั้งแต่ช่วงมกราปี 2568 รวมถึงมีการทำบัตรสนเท่ห์ ไปร้องเรียนให้ท่านได้รับความเสียหาย กระบวนการเหล่านี้ เราเห็นเรารับรู้และเราไม่อยากขอยุ่ง

    ส่วนที่เมื่อวานนี้ที่ตนไป ป.ป.ช. เพื่อคัดค้าน กรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับสำนวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการไต่สวน รวมถึงไปขอคุ้มครองพยาน เนื่องจากที่ผ่านมากลับมีไอโอให้ไปถล่มชีวิต ทั้งร้านกาแฟ และชีวิตครอบครัว

    เผยเรื่องหอบทองคำสินบนปปช.

    ส่วนเรื่องทองดังกล่าว เรื่องเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปี 67 เขาบอกว่า เดี๋ยวจะให้เอาทองไปให้กรรมการ ปปช.ท่านนึง แต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้บอกให้เอาไปให้ใคร

    ผมปรึกษากับครอบครัว มองว่ามัน เอ๊ะ เราควรจะต้องเก็บพยานหลักฐานเอาไว้หรือไม่ เพราะผมสงสัยแต่แรกว่า เมื่อคุณรู้จักกัน คุณนัดเจอกันก็ได้ แต่ทำไมไม่ส่งมอบกันเองแล้วยังต้องไปแบบเงียบๆ ทำไมจะต้องให้ผมนําทองไปให้และให้บันทึกภาพกรรมการ ปปช.ท่านนั้นเก็บไว้ ทั้งที่ผมก็ไม่รู้จัก

    แต่การที่สั่งให้ไปพบกับท่านกรรมการปปช. มันต้องมีคนประสานงานกันระหว่างกรรมการ ปปช. ท่านนั้นกับคนที่เป็นเจ้าของทองคำ เมื่อผมไปถึง เดินลงไปปุ๊บพอลดกระจกลง ยกมือไหว้สวัสดี ส่งกระเป๋าให้ ไม่มีการพูดอะไรกันเลย ทั้งนี้ถ้าไม่มีการนัดหมายให้มาเจอกันทำไมถึงลดกระจกทันทีที่ผมไปถึง

    เมื่อถามว่าในรถคันดังกล่าวนั่งมากี่คน พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า ตนมองไม่เห็นขนาดนั้น ผมเห็นแค่ 2 คน ส่วนฝั่งของตนทึ่ไปวันนั้น มีตนที่เป็นคนลงนำทองไปให้ คนขับรถ และ คนที่ถ่ายคลิป แต่จะมีคนอีกชุดนึงที่ขับรถติดตามตนไปในวันนั้น ที่เป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ

    ถูก“โจ๊ก”หักหลังโยนบาป

    พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังบอกอีกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรรมการ ปปช จะถูกหักหลังเป็นคนแรก เพราะ เขาให้มอบทองให้แล้วบันทึกภาพเก็บไว้เพื่อข่มขู่แบล็กเมล์ ส่วนคนที่ถูกหักหลังคนที่สอง คือตน พยายามให้ไปรับทองคำ เพื่อสร้างพยานหลักฐานขึ้นมาว่าเป็นทองของตน มันมีการหักหลังกันมาก่อนแล้ว ตัวที่สำคัญคือตนถูกหักหลังก่อนนะ

    คาดมีคดีความตามทำลายความน่าเชื่อถือ

    พร้อมคาดการณ์การว่า อีกฝ่ายจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ และจะพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของตน จะมีการแจ้งความเท็จและเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกมาก ทั้งนี้ไม่โกรธการต่อสู้ของอีกฝ่าย แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

    หลังการเปิดตัว มีรูปแบบการข่มขู่ มีการโทรศัพท์จากรุ่นพี่คนหนึ่งเพื่อขอคุยหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปฏิเสธที่จะพูด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มไอโอ ออกมาถล่มคุณพ่อคุณแม่ ลามไปถึงลูกเมียทำให้ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมีการข่มขู่ไปถึงลูกน้องของบิ๊กโจ๊กคนอื่นๆ ว่า หากคนที่เหลือยังไม่หยุด จะต้องโดนแบบนี้ รวมทั้งมีการใช้ influencer ที่อยู่ต่างประเทศออกมาด่าและให้ข้อมูลบิดเบือนตลอดเวลา

    มองว่าการข่มขู่เหล่านี้เป็นการข่มขู่ผู้อื่นให้เห็นว่าหากใครออกมาพูดจะต้องโดนแบบเดียวกัน ไม่แปลกใจกับการกระทำเหล่านี้ เพราะรู้ถึงวิธีการและตัวละครที่เกี่ยวข้อง วิธีการเหล่านี้เคยถูกใช้กับคนทำเรื่องร้องเรียนหลายคน รวมถึงหนึ่งในคณะกรรมการป.ป.ช. และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.

    เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามย้ำว่ามีการข่มขู่ทำร้ายร่างกายไปถึงตัวของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และ ลูกน้องของบิ๊กโจ๊กคนอื่นๆหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับว่า มีน้องๆ บางคนมีการส่งคนตามไปที่บ้าน และถูกโทรศัพท์หา แต่น้องๆ เหล่านี้ได้รับการดูแลคุ้มครองแล้วในปัจจุบัน

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments